
_เวอร์ชัน 2.2 · ปรับปรุงล่าสุด 20 สิงหาคม 2026_


คำแปลภาษาไทยฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น เฉพาะข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับภาษาอังกฤษเท่านั้นที่มีผลผูกพันตามสัญญาและผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือความขัดแย้งกันระหว่างฉบับภาษาไทยกับฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือฉบับภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ


เอกสารฉบับนี้กำหนดกรอบทางกฎหมายสำหรับการจัดหาสินค้าโดย **ScaleFibre UK Ltd** ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศอังกฤษและเวลส์ หมายเลขทะเบียนบริษัท 16685020 มีสำนักงานจดทะเบียนตั้งอยู่ที่ 2 Frederick Street, Kings Cross, London WC1X 0ND, United Kingdom (ผู้จัดหา) ให้แก่ผู้ซื้อที่จัดตั้งอยู่ในรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป

**ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ใช้บังคับกับการขายให้แก่ธุรกิจเท่านั้น ผู้จัดหาไม่ขายให้แก่ผู้บริโภคและไม่ได้มุ่งเสนอสินค้าของตนต่อผู้บริโภค ข้อ 2 กำหนดวิธีการที่ผู้จัดหาใช้บังคับข้อจำกัดดังกล่าว และผลที่จะเกิดขึ้นหากมีการวินิจฉัยว่าผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค**

**ผู้จัดหาจัดตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรและมิได้จัดตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป ผู้จัดหาไม่มีบริษัทย่อย สาขา สถานประกอบการ สถานที่ประกอบธุรกิจ หรือสินค้าคงคลังในรัฐสมาชิกใด และมิได้แต่งตั้งและมิได้คงไว้ซึ่งผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจหรือผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่รับผิดชอบเพื่อวัตถุประสงค์ของ Article 4 ของ Regulation (EU) 2019/1020 หรือ Article 16 ของ GPSR ผู้แทนเพียงรายเดียว (only representative) ภายใต้ Article 8 ของ REACH หรือผู้แทนในสหภาพภายใต้ Article 27 ของ GDPR ผู้จัดหาจึงเป็นผู้จัดหาจากประเทศที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ทุกประการของกฎหมายสหภาพยุโรปว่าด้วยผลิตภัณฑ์ สารเคมี การคุ้มครองข้อมูล และการเฝ้าระวังตลาด**

**ผลที่ตามมา ซึ่งผู้ซื้อต้องอ่านก่อนการสั่งซื้อ คือ ผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้าสินค้าเข้าสู่สหภาพ และมีหน้าที่ของผู้นำเข้าภายใต้กฎหมายสหภาพ ผู้จัดหาไม่ขายสินค้าตามเงื่อนไขส่งถึงที่และชำระอากรแล้วในลักษณะใด และไม่อาจทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้าตามที่บันทึกไว้ได้ บทบาทของผู้จัดหาคือการจัดหาสินค้าและจัดส่งคำประกาศ เอกสาร และข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องใช้เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ข้อ 5 ข้อ 9 ข้อ 12 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 18 และข้อ 19 กำหนดการจัดสรรหน้าที่ดังกล่าวไว้โดยครบถ้วน และข้อ 26 อธิบายผลของการเลือกใช้กฎหมายอังกฤษและของการอนุญาโตตุลาการ**

**สินค้าที่จัดหาภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้เป็นผลิตภัณฑ์ออปติกแบบพาสซีฟ ได้แก่ สายเคเบิลใยแก้วนำแสง หัวต่อ ตัวแยกสัญญาณ กล่องครอบต่อสาย แร็คกระจายสัญญาณออปติก และตู้ที่ไม่มีการจ่ายไฟ ผู้จัดหาไม่ได้จัดหาผลิตภัณฑ์ใดที่อยู่ในขอบเขตของ Article 4(5) ของ Regulation (EU) 2019/1020 เข้าสู่สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นบัญชีปิดของกฎหมายสหภาพที่กำหนดให้ต้องมีผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพ และข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ไม่ใช้บังคับกับการจัดหาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ข้อ 15(d) ระบุขอบเขตดังกล่าวไว้ และระบุว่าคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อส่งมอบเข้าสู่สหภาพจะถูกปฏิเสธ**

**ผู้จัดหาจัดหาแต่เฉพาะสินค้าเท่านั้น ผู้จัดหาไม่ได้ดำเนินงานก่อสร้าง การติดตั้ง การเดินระบบ หรืองานอื่นใด ณ สถานที่ปฏิบัติงาน และไม่ได้ให้การรับประกันใด ๆ สำหรับงานดังกล่าว**

---

## 1. คำนิยามและการตีความ

### 1.1 คำนิยาม

ในข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ ให้คำนิยามดังต่อไปนี้มีผลใช้บังคับ เว้นแต่บริบทจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

* _การชำระเงินตามบัญชี_ (Account Payment) หมายถึง การชำระเงินเต็มจำนวนด้วยเงินที่เรียกเก็บได้แล้วสำหรับบรรดาจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ซื้อค้างชำระแก่ผู้จัดหาในบัญชีใด ๆ ไม่ว่าจำนวนเงินดังกล่าวจะถึงกำหนดชำระในขณะนั้นแล้วหรือไม่ก็ตาม
* _สัญญา_ (Agreement) หมายถึง สัญญาที่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างผู้จัดหากับผู้ซื้อสำหรับการจัดหาสินค้า ซึ่งประกอบด้วยข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ ข้อกำหนดพิเศษใด ๆ อีเมลยืนยันใด ๆ ข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่องใด ๆ และเอกสารอื่นใด ๆ และในกรณีที่บริบทกำหนด รวมถึงในข้อ 14(a) ข้อ 21(d) ข้อ 23(b) ข้อ 23(c) ข้อ 25(a) ข้อ 25(k) ข้อ 26(a) ข้อ 26(c) และข้อ 26(h) ให้หมายความรวมถึงบรรดาสัญญาทั้งหมดดังกล่าวระหว่างคู่สัญญาพร้อมกับข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่องใด ๆ ประกอบกัน
* _Batteries Regulation_ หมายถึง Regulation (EU) 2023/1542 ว่าด้วยแบตเตอรี่และของเสียจากแบตเตอรี่ ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมและตามที่ใช้บังคับอยู่เป็นคราว ๆ
* _วันทำการ_ (Business Day) หมายถึง วันที่มิใช่วันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือวันหยุดราชการในประเทศอังกฤษและเวลส์ หรือในประเทศที่ผู้ซื้อจัดตั้งอยู่ และ _เวลาทำการ_ (business hours) หมายถึง เวลา 9.00 น. ถึง 17.00 น. ตามเวลาของสถานที่ของผู้รับในวันทำการ
* _CBAM Regulation_ หมายถึง Regulation (EU) 2023/956 ว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมและตามที่ใช้บังคับอยู่เป็นคราว ๆ
* _เครื่องหมาย CE_ (CE Marking) หมายถึง เครื่องหมายที่ผู้ผลิตใช้เพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนดที่ใช้บังคับของ Union Harmonisation Legislation ซึ่งกำหนดให้ติดเครื่องหมายดังกล่าว
* _CISG_ หมายถึง United Nations Convention on Contracts for the International Sale of Goods ที่ทำขึ้น ณ กรุงเวียนนา เมื่อวันที่ 11 เมษายน 1980
* _อีเมลยืนยัน_ (Confirmation Email) หมายถึง หนังสือแจ้งที่ผู้จัดหาออกให้แก่ผู้ซื้อเพื่อตอบรับคำสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะได้ระบุระยะเวลาการส่งมอบหรือรายละเอียดอื่นใดไว้หรือไม่ก็ตาม
* _ความเสียหายสืบเนื่อง_ (Consequential Loss) หมายถึง การสูญเสียรายได้ รายรับ กำไร โอกาสทางการเงิน ผลตอบแทนจากการลงทุน ธุรกิจหรือโอกาสทางธุรกิจ การสูญเสียสัญญา การสูญเสียชื่อเสียงทางการค้า การสูญเสียข้อมูล การสูญเสียการผลิตหรือการสูญเสียการใช้ประโยชน์ ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการหยุดชะงักของการดำเนินงาน การลดลงของมูลค่า (นอกเหนือจากผลต่างระหว่างมูลค่าของสินค้าตามที่ได้รับประกันไว้กับมูลค่าของสินค้าตามที่ได้จัดหาให้จริง) ความรับผิดใด ๆ ของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต่อบุคคลภายนอก (นอกเหนือจาก (A) ความรับผิดในลักษณะที่ผู้จัดหาต้องชดใช้ตามข้อ 16(c) (B) จำนวนเงินใด ๆ ที่ต้องชำระภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายในสัญญาอันเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอก และ (C) ความรับผิดใด ๆ ที่ไม่อาจยกเว้น จำกัด หรือเปลี่ยนแปลงได้โดยชอบด้วยกฎหมาย) และความสูญเสียหรือความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายพิเศษ ความเสียหายเชิงลงโทษ หรือความเสียหายเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างใด ๆ ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนไม่ถือเป็นความเสียหายสืบเนื่อง
* _ผู้บริโภค_ (Consumer) หมายถึง บุคคลธรรมดาที่กระทำการเพื่อวัตถุประสงค์ที่อยู่นอกเหนือการค้า ธุรกิจ งานฝีมือ หรือวิชาชีพของบุคคลนั้น ตามความหมายของ Article 2(1) ของ Directive 2011/83/EU และของบทบัญญัติที่สอดคล้องกันของกฎหมายของรัฐสมาชิกที่บุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่เป็นปกติ
* _ข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่อง_ (Continuing Supply Arrangement) หมายถึง วงเงินสินเชื่อ คำสั่งซื้อประจำ สัญญาจัดหา ข้อตกลงกรอบความร่วมมือ หรือบัญชีเปิดใด ๆ ที่จัดทำขึ้นระหว่างผู้จัดหากับผู้ซื้อ ไม่ว่าจะมีคำสั่งซื้อใดค้างอยู่ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม
* _กฎหมายคุ้มครองข้อมูล_ (Data Protection Law) หมายถึง Regulation (EU) 2016/679 (**GDPR**) Directive 2002/58/EC ตามที่นำมาปฏิบัติในแต่ละรัฐสมาชิก กฎหมายที่คงไว้หรือรับมาของสหราชอาณาจักรที่เทียบเท่ากับ GDPR และ Data Protection Act 2018 และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัวอื่นทั้งปวงที่ใช้บังคับ ตลอดจนแนวปฏิบัติที่มีผลผูกพันซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่เป็นคราว ๆ
* _เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์_ (Datasheet) หมายถึง เอกสารฉบับแรกที่มีอยู่ตามลำดับดังต่อไปนี้สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้อง และไม่หมายถึงเอกสารอื่นใด (i) เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ผู้จัดหาออกสำหรับสินค้านั้นและมีผลใช้อยู่ ณ วันที่ของอีเมลยืนยัน (ii) เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือข้อกำหนดคุณลักษณะที่ระบุไว้ในอีเมลยืนยัน หรือ (iii) ข้อกำหนดคุณลักษณะที่ผู้ผลิตเผยแพร่สำหรับสินค้านั้นและมีผลใช้อยู่ ณ วันที่ของอีเมลยืนยัน เอกสารที่ผู้จัดหาระบุหรือกำกับไว้ว่าเป็นเอกสารเบื้องต้น เอกสารบ่งชี้โดยประมาณ ร่างเอกสาร หรือเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ให้นำมาพิจารณาเพื่อวัตถุประสงค์ของ (i) และในกรณีที่เอกสารเพียงฉบับเดียวที่ผู้จัดหาได้ออกสำหรับสินค้านั้นเป็นเอกสารในลักษณะดังกล่าว ให้นำ (ii) และ (iii) มาใช้บังคับตามลำดับนั้น
* _Deforestation Regulation_ หมายถึง Regulation (EU) 2023/1115 ว่าด้วยการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์บางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าออกวางจำหน่ายในตลาดสหภาพและการส่งออกจากสหภาพ ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย Regulation (EU) 2025/2650 และตามที่ใช้บังคับอยู่เป็นคราว ๆ
* _คำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรป_ (EU Declaration of Conformity) หมายถึง คำประกาศที่ Union Harmonisation Legislation ที่ใช้บังคับกำหนดไว้ ซึ่งผู้ผลิตรับผิดชอบต่อความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์
* _เหตุผิดนัด_ (Event of Default) หมายถึง เหตุการณ์ใด ๆ ดังต่อไปนี้ (a) ผู้ซื้อไม่ชำระจำนวนเงินใด ๆ เมื่อถึงกำหนดชำระ และไม่แก้ไขการผิดนัดดังกล่าวภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว ทั้งนี้ ไม่รวมถึงจำนวนเงินที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) (b) เหตุการณ์ล้มละลาย (c) การผิดข้อ 4(f) ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ หรือซึ่งอาจแก้ไขได้แต่มิได้แก้ไขภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว (d) การผิดสัญญาในสาระสำคัญประการอื่นใดของผู้ซื้อซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ หรือซึ่งอาจแก้ไขได้แต่มิได้แก้ไขภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวจากผู้จัดหา หรือ (e) การเกิดขึ้นของเหตุการณ์หรือพฤติการณ์ใด ๆ อันทำให้ผู้จัดหามีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือคำสั่งซื้อใด ๆ ตามข้อ 23(b) หรือข้อ 23(c) ในกรณีที่คำนิยามนี้มีมากกว่าหนึ่งอนุมาตราที่ใช้บังคับกับเหตุการณ์หรือพฤติการณ์เดียวกัน ให้อนุมาตราที่มุ่งหมายเฉพาะเจาะจงต่อเหตุการณ์หรือพฤติการณ์นั้นมีผลเหนือกว่า และเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ให้ถือว่า (e) เป็นอนุมาตราที่มุ่งหมายเฉพาะเจาะจงต่อเหตุการณ์หรือพฤติการณ์ใด ๆ อันทำให้ผู้จัดหามีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ 23(b) หรือข้อ 23(c) และให้ข้อกำหนดเรื่องการบอกกล่าวและระยะเวลาแก้ไขของอนุมาตราที่มีผลเหนือกว่านั้นใช้บังคับโดยไม่นำข้อกำหนดในอนุมาตราอื่นใดมาใช้ ไม่มีเหตุการณ์หรือพฤติการณ์ใดถือเป็นเหตุผิดนัดภายใต้อนุมาตราใด ๆ ของคำนิยามนี้ เท่าที่เหตุการณ์หรือพฤติการณ์นั้นประกอบด้วยการไม่ชำระจำนวนเงินที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) ตราบเท่าที่ยังคงมีการโต้แย้งดังกล่าวอยู่ และผู้ซื้อได้ชำระส่วนที่ไม่โต้แย้งแล้วตามข้อ 10(a) ประโยคนี้ไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของหนังสือบอกกล่าวใด ๆ ที่ได้ให้ไว้ หรือสิทธิใด ๆ ที่ผู้จัดหาได้ใช้ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อโต้แย้ง และในกรณีที่ข้อโต้แย้งได้รับการวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ผู้จัดหา ให้ถือว่าจำนวนเงินดังกล่าวถึงกำหนดและต้องชำระนับแต่วันครบกำหนดชำระเดิม และให้ระยะเวลาแก้ไขตาม (a) เริ่มนับแต่วันที่มีการวินิจฉัยข้อโต้แย้งนั้น
* _การชำระเงินเต็มจำนวน_ (Full Payment) หมายถึง การชำระเงินเต็มจำนวนด้วยเงินที่เรียกเก็บได้แล้วสำหรับราคาซื้อของสินค้านั้น รวมถึง VAT และค่าส่งมอบ ค่าอากร และค่าขนส่งใด ๆ ที่ได้ออกใบแจ้งหนี้พร้อมกับสินค้านั้น
* _สินค้า_ (Goods) หมายถึง สินค้าใด ๆ ที่ผู้จัดหาจัดหาให้ภายใต้สัญญา
* _GPSR_ หมายถึง Regulation (EU) 2023/988 ว่าด้วยความปลอดภัยทั่วไปของผลิตภัณฑ์
* _เหตุการณ์ล้มละลาย_ (Insolvency Event) หมายถึง การที่ผู้ซื้อมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถชำระหนี้ของตนได้เมื่อถึงกำหนด ระงับหรือขู่ว่าจะระงับการชำระหนี้ของตน มีการแต่งตั้ง receiver, administrator ผู้ชำระบัญชี ผู้บริหารในคดีล้มละลาย trustee ผู้กำกับดูแลที่ศาลแต่งตั้ง หรือเจ้าหน้าที่ที่เทียบเท่าเหนือตนหรือทรัพย์สินใด ๆ ของตน ยื่นคำขอหรือตกอยู่ภายใต้กระบวนการล้มละลาย การมีหนี้สินล้นพ้นตัว การปรับโครงสร้าง การประนอมหนี้ moratorium ข้อตกลง หรือกระบวนการที่เทียบเท่าใด ๆ ภายใต้กฎหมายของเขตอำนาจใด ๆ มีการเริ่มกระบวนการดังกล่าวต่อตนซึ่งมิได้มีการจำหน่ายคดีภายในยี่สิบเอ็ด (21) วัน หยุดหรือขู่ว่าจะหยุดประกอบธุรกิจทั้งหมดหรือส่วนอันเป็นสาระสำคัญของธุรกิจ หรือตกอยู่ภายใต้เหตุการณ์ใด ๆ ในทำนองเดียวกันในเขตอำนาจใด ๆ
* _Late Payment Directive_ หมายถึง Directive 2011/7/EU ว่าด้วยการต่อต้านการชำระเงินล่าช้าในธุรกรรมทางการค้า ตามที่นำมาปฏิบัติในแต่ละรัฐสมาชิก
* _ผู้ผลิต_ (Manufacturer) หมายถึง บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้อง
* _รัฐสมาชิก_ (Member State) หมายถึง รัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป
* _สินค้า NCNR_ (NCNR Goods) หมายถึง สินค้าที่ระบุไว้ในอีเมลยืนยันว่าไม่อาจยกเลิกและไม่อาจส่งคืนได้ ในกรณีที่การระบุดังกล่าวมีผลตามคำนิยามนี้ การระบุจะมีผลก็ต่อเมื่อได้มีการกำหนดสถานะดังกล่าวไว้ในใบเสนอราคาของผู้จัดหาหรือในใบสั่งซื้อของผู้ซื้อ หรือในกรณีที่ผู้ซื้อมิได้ปฏิเสธการกำหนดดังกล่าวโดยหนังสือบอกกล่าวภายในสอง (2) วันทำการนับแต่วันที่ของอีเมลยืนยัน ในกรณีที่ผู้ซื้อปฏิเสธการกำหนดดังกล่าวภายในระยะเวลานั้น สินค้านั้นย่อมมิใช่สินค้า NCNR และคำสั่งซื้อในส่วนของสินค้านั้นเป็นอันสิ้นผลโดยคู่สัญญาฝ่ายใดไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
* _เอกสารอื่น_ (Other Documents) หมายถึง เอกสารเพิ่มเติมใด ๆ ที่ผู้จัดหาและผู้ซื้อได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งเป็นหนังสือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาระหว่างกันสำหรับการจัดหาสินค้า
* _Packaging Regulation_ หมายถึง Regulation (EU) 2025/40 ของรัฐสภายุโรปและคณะมนตรี ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2024 ว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม Regulation (EU) 2019/1020 และ Directive (EU) 2019/904 และยกเลิก Directive 94/62/EC ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมและตามที่ใช้บังคับอยู่เป็นคราว ๆ
* _กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์_ (Product Liability Law) หมายถึง กฎหมายของรัฐสมาชิกที่นำ Council Directive 85/374/EEC ว่าด้วยความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ที่ชำรุดบกพร่อง หรือ Directive (EU) 2024/2853 ว่าด้วยความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ที่ชำรุดบกพร่อง มาปฏิบัติ โดยในแต่ละกรณีให้เป็นไปตามที่ใช้บังคับกับสินค้า
* _ผู้ซื้อ_ (Purchaser) หมายถึง บุคคล ห้างร้าน หรือบริษัทซึ่งผู้จัดหาจัดหาสินค้าให้
* _REACH_ หมายถึง Regulation (EC) No 1907/2006 ว่าด้วยการจดทะเบียน การประเมิน การอนุญาต และการจำกัดสารเคมี ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม
* _ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน_ (Removal Costs) หมายถึง ค่าใช้จ่ายอันสมควรและที่ได้เกิดขึ้นโดยชอบในการรื้อถอน ถอดถอน ปลดการเชื่อมต่อ นำกลับคืน และส่งคืนสินค้าที่ชำรุดบกพร่อง ที่ไม่เป็นไปตามสัญญา หรือที่ตกเป็นวัตถุแห่งการเรียกคืนสินค้าหรือการดำเนินการแก้ไขตามข้อ 15(i) ค่าใช้จ่ายในการจัดหาและติดตั้งสินค้าทดแทน ค่าใช้จ่ายในการเข้าหัวใหม่ การเชื่อมต่อใหม่ การทดสอบใหม่ และการเดินระบบใหม่ และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง บ่อพัก เสา ท่อร้อยสาย หรือช่องเดินสายใด ๆ ที่ถูกรบกวนจากการดำเนินการดังกล่าวให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
* _RMA_ หมายถึง Return Material Authorisation (หนังสืออนุญาตให้ส่งคืนสินค้า) ที่ผู้จัดหาออกให้เพื่อวัตถุประสงค์ในการอนุญาตให้ส่งคืนสินค้า
* _RoHS Directive_ หมายถึง Directive 2011/65/EU ว่าด้วยการจำกัดการใช้สารอันตรายบางชนิดในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม
* _Rome I_ หมายถึง Regulation (EC) No 593/2008 ว่าด้วยกฎหมายที่ใช้บังคับกับหนี้ตามสัญญา
* _ข้อกำหนดพิเศษ_ (Special Conditions) หมายถึง ข้อกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ที่คู่สัญญาได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งเป็นหนังสือ โดยมีเจตนาให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้
* _ข้อกำหนดมาตรฐาน_ (Standard Terms) หมายถึง ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารฉบับนี้
* _สินค้าคงคลัง_ (Stock Items) หมายถึง สินค้าที่ระบุไว้ในอีเมลยืนยันว่าเป็นสินค้าคงคลัง อันได้แก่ สินค้าตามแคตตาล็อกในลักษณะที่ผู้จัดหาเก็บสำรองไว้ในคลังสินค้าตามปกติ และในขณะที่มีการร้องขอส่งคืนหรือยกเลิก อยู่ในสภาพที่มิได้ถูกดัดแปลงและสามารถจำหน่ายได้ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสายเคเบิลที่ตัดแล้ว ชุดประกอบตามสั่ง สินค้าที่ผลิตตามสั่ง และสินค้า NCNR ในกรณีที่อีเมลยืนยันมิได้ระบุว่าสินค้าเป็นสินค้าคงคลังหรือเป็นสินค้า NCNR ให้ถือว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าคงคลัง หากเป็นสินค้าตามแคตตาล็อกในลักษณะที่ผู้จัดหาเก็บสำรองไว้ในคลังสินค้าตามปกติ มิใช่สายเคเบิลที่ตัดแล้ว ชุดประกอบตามสั่ง หรือสินค้าที่ผลิตตามสั่ง และในขณะที่มีการร้องขอส่งคืนหรือยกเลิก อยู่ในสภาพที่มิได้ถูกดัดแปลง สามารถจำหน่ายได้ และอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม
* _ผู้จัดหา_ (Supplier) หมายถึง ScaleFibre UK Ltd หมายเลขทะเบียนบริษัท 16685020 ตั้งอยู่ที่ 2 Frederick Street, Kings Cross, London WC1X 0ND, United Kingdom
* _การรับประกันของผู้จัดหา_ (Supplier Warranties) หมายถึง การรับประกันโดยชัดแจ้งและการเยียวยาที่ผู้จัดหาให้ไว้ในข้อ 8(g) (ความสอดคล้องกับเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์) ข้อ 11(a) (กรรมสิทธิ์และการปลอดจากสิทธิของบุคคลภายนอก) ข้อ 11(c) (สินค้าที่ผู้จัดหาผลิต ประกอบ หรือเข้าหัว) และข้อ 11(f) (การเยียวยาขั้นสุดท้าย) และ _การรับประกันของผู้จัดหา_ (Supplier Warranty) ในรูปเอกพจน์ หมายถึง การรับประกันรายการใดรายการหนึ่งดังกล่าว
* _TCA_ หมายถึง Trade and Cooperation Agreement ระหว่างสหภาพยุโรปและประชาคมพลังงานปรมาณูยุโรป ฝ่ายหนึ่ง กับสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ อีกฝ่ายหนึ่ง
* _กฎหมายควบคุมการค้า_ (Trade Control Laws) หมายถึง บรรดากฎหมายและกฎระเบียบว่าด้วยการควบคุมการส่งออก การควบคุมการนำเข้า ศุลกากร มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ มาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน การต่อต้านการคว่ำบาตร การห้ามค้าขาย และการปฏิบัติตามกฎหมายการค้าที่ใช้บังคับของสหภาพยุโรป รัฐสมาชิกใด ๆ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สหประชาชาติ ประเทศที่ผลิตสินค้า ประเทศที่ผู้ซื้อจัดตั้งอยู่ และประเทศปลายทางสุดท้ายของสินค้า
* _สหภาพ_ (Union) หมายถึง สหภาพยุโรป และ _Union Harmonisation Legislation_ หมายถึง กฎหมายสหภาพที่ระบุไว้ใน Annex I ของ Regulation (EU) 2019/1020 และกฎหมายสหภาพอื่นใดที่ทำให้เงื่อนไขการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สอดคล้องกัน
* _VAT_ หมายถึง ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บภายใต้ Council Directive 2006/112/EC ตามที่นำมาปฏิบัติในรัฐสมาชิกใด ๆ และภาษีที่เทียบเท่าซึ่งจัดเก็บในสหราชอาณาจักรหรือที่อื่นใด
* _ระยะเวลารับประกัน_ (Warranty Period) หมายถึง ระยะเวลา **สิบสอง (12) เดือน** นับแต่วันที่ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ

### 1.2 การตีความ

* (a) การอ้างถึงผู้จัดหาหรือผู้ซื้อ ให้หมายความรวมถึงผู้รับช่วงสิทธิและผู้รับโอนสิทธิที่ได้รับอนุญาตของแต่ละฝ่ายด้วย
* (b) บรรดาเอกสารที่ประกอบเป็นสัญญามีเจตนาให้อธิบายซึ่งกันและกัน ในกรณีที่มีความไม่สอดคล้องกัน ให้ใช้ลำดับความสำคัญดังต่อไปนี้ เรียงจากสูงสุดไปต่ำสุด (i) ข้อกำหนดพิเศษใด ๆ (ii) เอกสารอื่นใด ๆ (iii) ข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่องใด ๆ (iv) อีเมลยืนยัน แต่เฉพาะในส่วนของรายละเอียดทางการค้าที่ออกเพื่อบันทึกไว้ ได้แก่ ราคา ปริมาณ สกุลเงิน ระยะเวลาการส่งมอบหรือวันที่ส่งมอบโดยประมาณ การอ้างอิงถึงข้อกำหนดพิเศษใด ๆ เงื่อนไข Incoterms และสถานที่ที่ระบุ การอ้างอิงถึงเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือข้อกำหนดคุณลักษณะใด ๆ การกำหนดสถานะ NCNR ใด ๆ การกำหนดสถานะสินค้าคงคลังใด ๆ วันที่ผูกพันใด ๆ ตัวตนของบุคคลที่จะเป็นผู้นำเข้าตามข้อ 15(b)(ii) รายละเอียดการเข้ารหัสหรือการกำหนดร่องกุญแจของอุปกรณ์รองรับใด ๆ ที่อ้างถึงในข้อ 20(g) และที่อยู่สำหรับการบอกกล่าว และ (v) ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ อีเมลยืนยันไม่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ในประการอื่นใด และข้อความใด ๆ ในอีเมลยืนยันที่มุ่งหมายจะกระทำเช่นนั้นย่อมมีผลก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้ตกลงเป็นหนังสือแยกต่างหาก
* (c) หัวข้อมีไว้เพื่อความสะดวกเท่านั้น และไม่มีผลต่อการตีความข้อสัญญา
* (d) การอ้างถึง "หนังสือ" หรือ "เป็นลายลักษณ์อักษร" ให้หมายความรวมถึงอีเมลและการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นลายลักษณ์อักษรในรูปแบบอื่นใดด้วย
* (e) คำว่า "รวมถึง" และ "รวมทั้ง" มิใช่ถ้อยคำที่มีความหมายเป็นการจำกัด
* (f) การอ้างถึงกฎหมายสหภาพ directive regulation หรือบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ให้หมายความรวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติม การแทนที่ หรือการตราขึ้นใหม่ของกฎหมายนั้น กฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอนุวัติการใด ๆ ที่ออกภายใต้กฎหมายนั้น และกฎหมายภายในประเทศใด ๆ ที่นำกฎหมายนั้นมาปฏิบัติ
* (g) รูปพหูพจน์ของคำที่มีคำนิยามให้มีความหมายในทำนองเดียวกัน
* (h) การอ้างถึงข้อหนึ่ง ให้หมายถึงข้อของข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้
* (i) ในกรณีที่ระบุว่าระยะเวลาหนึ่งเริ่มนับจากการให้การบอกกล่าว ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับการบอกกล่าวนั้น
* (j) ในกรณีที่ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้อ้างถึงข้อกำหนดของกฎหมายสหภาพหรือของกฎหมายของรัฐสมาชิก การอ้างถึงดังกล่าวเป็นเพียงการบรรยาย และโดยตัวของมันเองมิได้กำหนดหน้าที่ใดเพิ่มเติมจากกฎหมายนั้น และมิได้ทำให้คู่สัญญาฝ่ายใดต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายนั้นของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่ที่ระบุไว้โดยชัดแจ้ง

---

## 2. ขอบเขต การใช้บังคับระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ และการก่อตั้งสัญญา

(a) **ผู้ซื้อที่เป็นธุรกิจเท่านั้น** ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ใช้บังคับเฉพาะกับการจัดหาสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่กระทำการเพื่อวัตถุประสงค์อันเกี่ยวกับการค้า ธุรกิจ งานฝีมือ หรือวิชาชีพของตนเท่านั้น ผู้จัดหาไม่เสนอ ไม่โฆษณา และไม่จัดหาสินค้าให้แก่ผู้บริโภค ไม่ได้ดำเนินช่องทางการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภค และไม่ได้มุ่งกิจกรรมทางการค้าใด ๆ ไปยังผู้บริโภคในรัฐสมาชิกใด

(b) **การยืนยันสถานะของผู้ซื้อ** โดยการสั่งซื้อ ผู้ซื้อแถลงและรับรองว่า (i) ตนมิใช่ผู้บริโภค (ii) ตนได้มาซึ่งสินค้าทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่เพื่อวัตถุประสงค์ของการค้า ธุรกิจ งานฝีมือ หรือวิชาชีพของตน และมิใช่เพื่อการใช้หรือการบริโภคส่วนตัว ในครัวเรือน หรือในบ้าน (iii) ตนจัดตั้งอยู่ในรัฐสมาชิกและได้จดทะเบียน VAT ในรัฐสมาชิกนั้น หรือเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีโดยประการอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ของ Council Directive 2006/112/EC และตนรับทราบว่าข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้มิได้เสนอสำหรับการจัดหาสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่จัดตั้งอยู่นอกสหภาพ ซึ่งผู้จัดหาได้เผยแพร่ข้อกำหนดแยกต่างหากไว้ (iv) หมายเลขทะเบียนธุรกิจ หมายเลขประจำตัวผู้เสีย VAT และสถานที่จัดตั้งที่ตนได้แจ้งแก่ผู้จัดหานั้นครบถ้วนและถูกต้อง และ (v) ตนจะเป็นผู้นำเข้าสินค้าเข้าสู่สหภาพด้วยตนเอง หรือจะจัดให้บุคคลที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพเป็นผู้นำเข้า และจะระบุตัวบุคคลนั้นให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือก่อนที่ผู้จัดหาจะตอบรับคำสั่งซื้อ ผู้จัดหาจัดหาสินค้าให้โดยอาศัยคำแถลงเหล่านั้น ผู้ซื้อรับทราบว่าผู้จัดหาไม่มีสถานประกอบการในสหภาพและไม่อาจเป็นผู้นำเข้า ผู้นำเข้าตามที่บันทึกไว้ หรือผู้ยื่นใบขนสินค้าได้ ว่าคำแถลงตาม (v) เป็นสาระสำคัญต่อความสามารถของผู้จัดหาในการตอบรับคำสั่งซื้อเลย และว่าข้อ 5(d) และข้อ 15(b) ใช้บังคับบนพื้นฐานดังกล่าว ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือทันทีหากคำแถลงตาม (v) ไม่ถูกต้องอีกต่อไป

(c) **การได้มาซึ่งสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ผสม** ในกรณีที่ได้มาซึ่งสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจส่วนหนึ่งและเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวอีกส่วนหนึ่ง ให้ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่วัตถุประสงค์ทางธุรกิจเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น หากวัตถุประสงค์ทางธุรกิจมิได้เป็นส่วนใหญ่ ให้นำข้อ 2(e) มาใช้บังคับ

(d) **การปฏิเสธคำสั่งซื้อของผู้บริโภค** หากผู้จัดหาทราบก่อนหรือหลังการตอบรับคำสั่งซื้อว่าผู้ซื้อเป็นหรืออาจเป็นผู้บริโภค ผู้จัดหาอาจปฏิเสธคำสั่งซื้อ หรือยกเลิกคำสั่งซื้อทั้งหมดหรือบางส่วนโดยแจ้งเป็นหนังสือ และจะคืนเงินจำนวนใด ๆ ที่ได้ชำระไว้สำหรับสินค้าที่มิได้ส่งมอบ ผู้จัดหาไม่ต้องรับผิดต่อความสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการปฏิเสธหรือการยกเลิกภายใต้ข้อนี้

(e) **ข้อสงวนสำหรับการคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎเกณฑ์บังคับ** หากแม้จะมีข้อ 2(a) ถึงข้อ 2(d) แล้ว ศาลหรือคณะอนุญาโตตุลาการที่มีเขตอำนาจวินิจฉัยว่าผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค (i) ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่ยกเว้น จำกัด หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิหรือการเยียวยาใด ๆ ที่บทบัญญัติซึ่งไม่อาจตกลงยกเว้นได้ภายใต้กฎหมายของประเทศที่บุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่เป็นปกติให้ไว้แก่บุคคลนั้น ตามที่ Article 6(2) ของ Rome I สงวนไว้ หรือที่กฎเกณฑ์บังคับอื่นใดว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคให้ไว้ (ii) ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 26(c) ข้อ 26(d) และข้อ 26(h) ไม่ใช้บังคับกับบุคคลนั้น เว้นแต่เท่าที่กฎเกณฑ์บังคับที่ใช้บังคับอนุญาต และ (iii) ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่ตัดสิทธิของบุคคลนั้นในการดำเนินคดีในศาลของรัฐสมาชิกที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนา หรือที่ทำให้บุคคลนั้นต้องอยู่ภายใต้กระบวนพิจารณาในศาลอื่นใดที่กฎหมายที่ใช้บังคับมิได้อนุญาต ข้อนี้บันทึกสถานะภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ มิใช่และต้องไม่ตีความว่าเป็นการยอมรับว่าผู้ซื้อรายใดเป็นผู้บริโภค

(f) **กรอบทางสัญญา** เท่าที่กฎหมายอนุญาต ความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างผู้จัดหากับผู้ซื้อให้อยู่ภายใต้บังคับของเอกสารดังต่อไปนี้แต่เพียงเท่านั้น (i) ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ (ii) ข้อกำหนดพิเศษใด ๆ ที่ได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งเป็นหนังสือ (iii) รายละเอียดทางการค้าที่เฉพาะเจาะจงในอีเมลยืนยันของผู้จัดหา (iv) ข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่องใด ๆ และ (v) เอกสารอื่นใด ๆ เอกสารในข้อนี้มิได้เรียงลำดับตามความสำคัญแต่อย่างใด ลำดับความสำคัญระหว่างเอกสารเหล่านั้นให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 1.2(b)

(g) **ข้อกำหนดของผู้ซื้อ** ข้อกำหนดใด ๆ ที่ผู้ซื้อเสนอไว้ในใบสั่งซื้อ ในระบบพอร์ทัล ในเงื่อนไขทั่วไปในการจัดซื้อ ในหนังสือรับทราบ หรือโดยประการอื่น ซึ่งแตกต่างจากหรือเพิ่มเติมจากข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ ย่อมถูกปฏิเสธโดยชัดแจ้งและไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่ผู้จัดหาจะได้ตกลงเป็นหนังสือ การที่ผู้จัดหาตอบรับคำสั่งซื้อใด ๆ มีเงื่อนไขโดยชัดแจ้งว่าข้อกำหนดของผู้ซื้อจะไม่ใช้บังคับ และผู้จัดหาจะไม่ตอบรับคำสั่งซื้อบนพื้นฐานอื่นใด การเริ่มปฏิบัติการชำระหนี้ การส่งมอบสินค้า การรับชำระเงิน หรือการอ้างถึงเอกสารของผู้ซื้อเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบุตัว มิได้ถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดของผู้ซื้อ คู่สัญญารับทราบว่ากฎหมายของรัฐสมาชิกบางรัฐระงับความขัดแย้งระหว่างข้อกำหนดมาตรฐานที่แข่งขันกันโดยอ้างอิงชุดข้อกำหนดที่แลกเปลี่ยนกันเป็นชุดแรกหรือชุดสุดท้าย และรัฐอื่นระงับโดยไม่นำข้อกำหนดที่ขัดแย้งกันของทั้งสองชุดมาพิจารณา ข้อนี้มุ่งหมายให้มีผลใช้บังคับอย่างเต็มที่เท่าที่อนุญาตภายใต้แนวทางใดก็ตามที่ใช้บังคับ และในกรณีที่ข้อกำหนดที่ขัดแย้งกันของทั้งสองชุดตกไป ให้ข้อกำหนดของข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ที่ไม่ขัดแย้งกับข้อกำหนดของผู้ซื้อยังคงใช้บังคับต่อไป และให้เติมเต็มช่องว่างที่เกิดขึ้นตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

(h) **ใบเสนอราคา** ใบเสนอราคามีขึ้นเพื่อการให้ข้อมูลเท่านั้นและมิได้ถือเป็นคำเสนอขายที่มีผลผูกพัน ใบเสนอราคาอาจถูกเพิกถอนหรือแก้ไขได้ทุกเมื่อก่อนที่ผู้จัดหาจะออกอีเมลยืนยัน เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ใบเสนอราคาสิ้นผลเมื่อพ้นสามสิบ (30) วัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้จัดหาได้รับใบอนุญาต การอนุมัติ หรือการอนุญาตที่จำเป็นใด ๆ แล้ว หากปริมาณคำสั่งซื้อจริงแตกต่างจากปริมาณที่เสนอราคาไว้ ผู้จัดหาอาจปรับราคาและกำหนดเวลาการส่งมอบตามความเหมาะสม

(i) **การก่อตั้งสัญญา** เว้นแต่ในกรณีของข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่อง สัญญาที่มีผลผูกพันย่อมเกิดขึ้นเมื่อผู้จัดหาออกอีเมลยืนยันเท่านั้น การรับทราบการได้รับคำสั่งซื้อโดยระบบอัตโนมัติมิใช่อีเมลยืนยันและมิได้ถือเป็นการตอบรับ ข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่องมีผลใช้บังคับเมื่อผู้จัดหาได้จัดทำขึ้นเป็นหนังสือ และมีผลผูกพันไม่ว่าจะมีคำสั่งซื้อใดค้างอยู่ภายใต้ข้อตกลงนั้นหรือไม่ก็ตาม ใบสั่งซื้อใด ๆ ที่ผู้ซื้อออก ถือเป็นคำเสนอเพื่อเข้าทำสัญญาตามกรอบที่กำหนดในข้อ 2(f) หากผู้ซื้อไม่ได้รับอีเมลยืนยัน ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องร้องขออีเมลยืนยันดังกล่าว

(j) **ข้อตกลงทั้งหมด** เอกสารที่ประกอบเป็นสัญญาประกอบขึ้นเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญา และมีผลแทนที่การเจรจา การแสดงข้อความ และการติดต่อสื่อสารทั้งปวงก่อนหน้านี้ ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ยกเว้น จำกัด หรือเปลี่ยนแปลงความรับผิดใด ๆ ของคู่สัญญาฝ่ายใดในกรณีฉ้อฉลหรือการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยฉ้อฉล หรือความรับผิดหรือการเยียวยาใด ๆ ที่ไม่อาจยกเว้น จำกัด หรือเปลี่ยนแปลงได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

(k) **การยอมรับและการรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา** ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของผู้จัดหา และถือเป็นส่วนหนึ่งของใบเสนอราคา อีเมลยืนยัน และคำสั่งซื้อทุกฉบับ โดยการสั่งซื้อ การยอมรับอีเมลยืนยัน หรือการรับมอบสินค้าใด ๆ ผู้ซื้อรับทราบว่าข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ได้จัดให้แก่ตนในรูปแบบที่ทำให้ตนสามารถจัดเก็บและทำซ้ำได้ก่อนที่จะมีการสั่งซื้อ ว่าตนได้รับโอกาสอันสมควรในการอ่านข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว และว่าตนยอมรับและถือเอาข้อกำหนดดังกล่าว อีเมลยืนยันจะระบุเวอร์ชันของข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ที่ใช้บังคับกับคำสั่งซื้อ อันได้แก่ เวอร์ชันที่กำหนดตามข้อ 24(b) การระบุดังกล่าวเป็นเพียงการบันทึก และมิได้เป็นการกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงเวอร์ชันที่ใช้บังคับ และหากอีเมลยืนยันระบุเวอร์ชันอื่นนอกเหนือจากเวอร์ชันที่กำหนดตามข้อ 24(b) ให้ข้อ 24(b) มีผลเหนือกว่า

---

## 3. สินเชื่อและหลักประกันการชำระเงิน

(a) **สินเชื่อเป็นดุลพินิจ** ใบเสนอราคามิได้ถือเป็นคำเสนอให้สินเชื่อ คำขอสินเชื่อทั้งปวงอยู่ภายใต้กระบวนการอนุมัติภายในของผู้จัดหา ผู้จัดหาอาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนวงเงินสินเชื่อหรือเพดานสินเชื่อใด ๆ ได้โดยมีเหตุอันสมควร โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ซื้อ และข้อ 23(a) ไม่ใช้บังคับกับการเปลี่ยนแปลงหรือการเพิกถอนวงเงินสินเชื่อหรือเพดานสินเชื่อ การเปลี่ยนแปลงหรือการเพิกถอนดังกล่าวโดยตัวของมันเองไม่กระทบต่อคำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับไปแล้ว และไม่อาจกระทำได้โดยอาศัยเหตุแห่งจำนวนเงินที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) การเปลี่ยนแปลงหรือการเพิกถอนวงเงินสินเชื่อหรือเพดานสินเชื่อโดยตัวของมันเองมิได้ถือเป็นเหตุผิดนัดของผู้ซื้อ และยอดค้างชำระยังคงต้องชำระตามข้อ 10

(b) **การค้ำประกัน** ผู้จัดหาอาจกำหนดให้กรรมการ เจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ถือหุ้น หรือกิจการแม่หรือกิจการในเครือใด ๆ ของผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคล จัดให้มีการค้ำประกันและการชดใช้ค่าเสียหายตามแบบที่ผู้จัดหากำหนด เป็นเงื่อนไขของการจัดหาสินค้าหรือของการให้หรือการคงไว้ซึ่งสินเชื่อ

(c) **ข้อมูลทางการเงิน** ผู้ซื้อต้องจัดส่งงบการเงินฉบับปัจจุบันและให้อำนาจในการสอบถามข้อมูลเครดิตภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ผู้จัดหาร้องขอเป็นหนังสือ ผู้ซื้อยังต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ใด ๆ ดังต่อไปนี้ (i) เหตุผิดนัด หรือเหตุการณ์ที่เมื่อมีการบอกกล่าวหรือเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาแล้วจะกลายเป็นเหตุผิดนัด ภายใต้วงเงินใด ๆ ที่ผู้ซื้อหรือกิจการในเครือใด ๆ ของผู้ซื้อกู้ยืมเงินหรือได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน หรือการเรียกให้ชำระหนี้ก่อนกำหนด การยกเลิก การระงับ หรือการไม่ต่ออายุวงเงินดังกล่าว (ii) การมีคำพิพากษาหรือการมีคำสั่งให้ชำระเงินต่อผู้ซื้อเป็นจำนวนเกินกว่า **EUR 100,000** หรือเป็นจำนวนรวมกันเกินกว่า **EUR 100,000** ในรอบระยะเวลาสิบสอง (12) เดือนใด ๆ ซึ่งมิได้มีการปฏิบัติตาม เพิกถอน หรือทุเลาภายในสิบ (10) วันทำการ (iii) การเริ่มกระบวนการล้มละลาย การปรับโครงสร้าง moratorium หรือกระบวนการที่เทียบเท่าใด ๆ ต่อผู้ซื้อ หรือการส่งคำบังคับตามกฎหมายหรือคำบังคับที่เทียบเท่าใด ๆ (iv) การดำเนินการใด ๆ เพื่อบังคับ หรือการแจ้งเจตนาที่จะบังคับหลักประกันใด ๆ เหนือทรัพย์สินอันเป็นสาระสำคัญใด ๆ ของผู้ซื้อโดยเจ้าหนี้มีประกันรายอื่น หรือ (v) การที่ผู้ซื้อหยุด หรือมีมติให้หยุดประกอบธุรกิจทั้งหมดหรือส่วนอันเป็นสาระสำคัญของธุรกิจ การแจ้งตามข้อนี้โดยตัวของมันเองมิได้ถือเป็นเหตุผิดนัด แต่ผู้จัดหาอาจดำเนินการตามข้อ 3(a) ข้อ 3(e) และข้อ 3(g) โดยอาศัยการแจ้งดังกล่าวได้

(d) **ผู้ซื้อที่เป็นกิจการในเครือ** ในกรณีที่กิจการในเครือใด ๆ ของผู้ซื้อทำการซื้อภายใต้บัญชีเดียวกัน ผู้ซื้อต้องจัดให้นิติบุคคลนั้นปฏิบัติตามสัญญา และ **ตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหา** สำหรับบรรดาจำนวนเงินที่ค้างชำระอันเกี่ยวกับการซื้อดังกล่าว และความสูญเสียทั้งปวงที่ผู้จัดหาได้รับอันเป็นผลจากการไม่ชำระเงิน ข้อนี้ก่อให้เกิดหน้าที่โดยตรงของผู้ซื้อ มิใช่การค้ำประกันหนี้ของบุคคลอื่น และมิได้มีเงื่อนไขว่าผู้จัดหาต้องดำเนินการต่อนิติบุคคลนั้นก่อน นอกจากนี้ ผู้จัดหาอาจกำหนดให้มีการค้ำประกันและการชดใช้ค่าเสียหายแยกต่างหากตามข้อ 3(b) ผู้ซื้อต้องไม่ยอมให้กิจการในเครือใด ๆ สั่งซื้อหรือรับมอบสินค้าภายใต้บัญชีของผู้ซื้อ เว้นแต่นิติบุคคลนั้นได้ลงนามและส่งมอบ deed หรือข้อตกลงเข้าร่วมเป็นคู่สัญญาตามแบบที่ผู้จัดหากำหนดให้แก่ผู้จัดหาก่อนแล้ว ซึ่งภายใต้เอกสารดังกล่าวนิติบุคคลนั้นตกลงผูกพันตามข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้เสมือนหนึ่งว่าตนเป็นผู้ซื้อ และให้การสงวนกรรมสิทธิ์และหลักประกันตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 แก่ผู้จัดหาเหนือสินค้าที่จัดหาให้แก่ตน

(e) **การระงับการส่งมอบและหลักประกันการปฏิบัติการชำระหนี้** ผู้จัดหาอาจระงับการส่งมอบสินค้าที่ยังมิได้ส่งมอบ หรือเรียกให้ชำระเงินล่วงหน้าหรือให้หลักประกันการปฏิบัติการชำระหนี้อันสมควรประการอื่น ในกรณีที่มีจำนวนเงินใด ๆ (นอกเหนือจากจำนวนเงินที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f)) ค้างชำระเกินกำหนด หรือในกรณีที่ผู้จัดหามีเหตุอันสมควรที่จะเชื่อว่าผู้ซื้อจะไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ผู้จัดหาจะแจ้งการระงับดังกล่าวและเหตุแห่งการระงับให้ผู้ซื้อทราบเป็นหนังสือ และจะกลับมาปฏิบัติการชำระหนี้โดยพลันเมื่อได้รับชำระเงินหรือได้รับหลักประกันที่กำหนด ข้อนี้ไม่กระทบต่อสิทธิใด ๆ ในการหน่วงเหนี่ยวการชำระหนี้ที่กฎหมายที่ใช้บังคับให้ไว้

(f) **การหน่วงเหนี่ยวและสิทธิยึดหน่วงเหนือทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของผู้จัดหา** เท่าที่กฎหมายของสถานที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่อนุญาต ผู้ซื้อให้สิทธิยึดหน่วงและสิทธิหน่วงเหนี่ยวแก่ผู้จัดหาเหนือบรรดาทรัพย์สินของผู้ซื้อที่เข้ามาอยู่ในความครอบครองตามความเป็นจริงของผู้จัดหาอันเกี่ยวเนื่องกับการจัดหาสินค้า นอกเหนือจากสินค้าที่ส่งคืนตามข้อ 7(c) ข้อ 11(h) หรือข้อ 15(i) เพื่อเป็นประกันบรรดาจำนวนเงินที่ผู้ซื้อค้างชำระแก่ผู้จัดหาในบัญชีใด ๆ ที่ถึงกำหนดและต้องชำระ จนกว่าจะมีการชำระจำนวนเงินดังกล่าวครบถ้วน ผู้ซื้อรับรองว่าตนเป็นเจ้าของ หรือได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของให้ก่อสิทธิยึดหน่วงนี้เหนือทรัพย์สินทั้งปวงดังกล่าว และตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ค่าปรับ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดจากข้อเรียกร้องใด ๆ ของบุคคลภายนอกเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ผู้ซื้อได้ก่อสิทธิยึดหน่วงนี้ขึ้น ผู้จัดหาไม่อาจใช้สิทธิขายใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ผู้จัดหาทราบหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ามิได้เป็นของผู้ซื้อ หรือเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) ตราบเท่าที่ยังคงมีการโต้แย้งดังกล่าวอยู่ หากจำนวนเงินใดที่ถึงกำหนดและต้องชำระยังคงมิได้ชำระเป็นเวลาสามสิบ (30) วันหลังจากที่ผู้จัดหาได้แจ้งเป็นหนังสือโดยระบุทรัพย์สินที่ตนมีเจตนาจะขายและจำนวนเงินที่ต้องชำระเพื่อไถ่ถอนทรัพย์สินนั้น ผู้จัดหาอาจขายทรัพย์สินนั้นเพียงเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อชำระจำนวนเงินที่ถึงกำหนดพร้อมกับต้นทุนการขายอันสมควรของตนได้ เท่าที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตและภายหลังจากที่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านวิธีพิจารณาใด ๆ ของกฎหมายนั้นแล้ว และต้องเครดิตมูลค่าที่ได้รับให้แก่ผู้ซื้อและส่งมอบเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อหรือบุคคลอื่นใดที่มีสิทธิภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ อาจไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นได้ทุกเมื่อก่อนการขาย โดยชำระจำนวนเงินที่ถึงกำหนดในขณะนั้นพร้อมกับต้นทุนการบังคับหลักประกันอันสมควรของผู้จัดหา

(g) **เพดานสินเชื่อ** ในกรณีที่ผู้จัดหาได้แจ้งเพดานสินเชื่อแก่ผู้ซื้อเป็นหนังสือ ผู้ซื้อต้องดูแลให้ยอดรวมของบรรดาจำนวนเงินที่ตนค้างชำระแก่ผู้จัดหาในบัญชีใด ๆ ไม่ว่าจะถึงกำหนดชำระในขณะนั้นแล้วหรือไม่ก็ตาม รวมกับราคาของสินค้าที่เป็นวัตถุแห่งคำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับแล้วแต่ยังมิได้ออกใบแจ้งหนี้ ไม่เกินเพดานดังกล่าวในเวลาใด ๆ ผู้จัดหาไม่มีหน้าที่ต้องตอบรับคำสั่งซื้อใด ๆ หรือส่งมอบสินค้าใด ๆ ในกรณีที่การกระทำเช่นนั้นจะทำให้เกินเพดาน และการไม่ตอบรับหรือความล่าช้าในการตอบรับหรือการส่งมอบอันเนื่องมาจากเหตุดังกล่าวมิได้ถือเป็นการผิดสัญญา หากเกินเพดานดังกล่าว ผู้ซื้อต้องดำเนินการภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว โดยลดจำนวนเงินที่ค้างชำระให้ต่ำกว่าเพดาน หรือชำระเงินล่วงหน้าหรือให้หลักประกันอื่นที่ผู้จัดหาซึ่งกระทำการโดยสมเหตุสมผลยอมรับได้ หากมิได้ดำเนินการดังกล่าว จำนวนเงินส่วนที่เกินเพดานย่อมถึงกำหนดและต้องชำระทันที การตอบรับคำสั่งซื้อหรือการส่งมอบสินค้าซึ่งทำให้เกินเพดาน มิได้เป็นการสละสิทธิตามข้อนี้ ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงเพดาน และไม่กระทบต่อความรับผิดของผู้ซื้อในจำนวนเงินที่ค้างชำระ เพดานสินเชื่อคือระดับความเสี่ยงสูงสุดที่ผู้จัดหาพร้อมจะรับไว้ และมิใช่ข้อผูกพันที่จะจัดหาสินค้า

---

## 4. การสงวนกรรมสิทธิ์และหลักประกัน

(a) **การสงวนกรรมสิทธิ์อย่างง่าย** กรรมสิทธิ์ในสินค้าไม่โอนไปยังผู้ซื้อจนกว่าจะมีการชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับสินค้านั้น คู่สัญญาตกลงการสงวนกรรมสิทธิ์นี้โดยชัดแจ้งก่อนการส่งมอบ และบันทึกว่า Article 9 ของ Late Payment Directive กำหนดให้รัฐสมาชิกต้องบัญญัติไว้ตามบทบัญญัติภายในประเทศที่ใช้บังคับซึ่งกำหนดโดยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ว่าผู้จัดหาสงวนกรรมสิทธิ์ในสินค้าไว้จนกว่าจะได้รับชำระเงินครบถ้วน ในกรณีที่คู่สัญญาได้ตกลงข้อสัญญาสงวนกรรมสิทธิ์กันไว้โดยชัดแจ้งก่อนการส่งมอบ

(b) **การสงวนกรรมสิทธิ์แบบขยาย** เท่าที่กฎหมายของสถานที่ที่สินค้าตั้งอยู่อนุญาตอย่างเต็มที่ (i) กรรมสิทธิ์ในสินค้าไม่โอนไปจนกว่าจะมีการชำระเงินตามบัญชี (ii) ในกรณีที่สินค้าถูกแปรรูป ปรับสภาพ รวม หรือปะปนกับทรัพย์สินอื่น ผู้จัดหาได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ร่วมในผลิตภัณฑ์ที่ได้ตามสัดส่วนที่มูลค่าตามใบแจ้งหนี้ของสินค้ามีต่อมูลค่าของทรัพย์สินอื่น ณ เวลาที่แปรรูป และผู้ซื้อถือครองผลิตภัณฑ์ที่ได้นั้นไว้เพื่อผู้จัดหาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และ (iii) ผู้ซื้อโอนสิทธิเรียกร้องทั้งปวงต่อลูกค้าของตนเองที่เกิดจากการขายต่อสินค้าให้แก่ผู้จัดหาโดยวิธีการเป็นประกัน โดยมีผลนับแต่วันที่ของสัญญา เท่าจำนวนมูลค่าตามใบแจ้งหนี้ของผู้จัดหาสำหรับสินค้านั้น และผู้จัดหายอมรับการโอนสิทธิดังกล่าว ผู้ซื้อยังคงได้รับอำนาจให้เรียกเก็บสิทธิเรียกร้องเหล่านั้นในทางการค้าปกติของธุรกิจของตนต่อไป จนกว่าผู้จัดหาจะเพิกถอนอำนาจดังกล่าวภายหลังจากเกิดเหตุผิดนัด เมื่อผู้จัดหาร้องขอเป็นหนังสือภายหลังจากเกิดเหตุผิดนัด ผู้ซื้อต้องระบุสิทธิเรียกร้องที่โอนและตัวลูกหนี้ และจัดส่งข้อมูลที่จำเป็นในการเรียกเก็บสิทธิเรียกร้องเหล่านั้น และต้องแจ้งการโอนสิทธิดังกล่าวให้ลูกหนี้เหล่านั้นทราบ

(c) **ผลของกฎหมายท้องถิ่น** คู่สัญญารับทราบว่าผลทางทรัพย์สินของข้อ 4(a) และข้อ 4(b) ที่ใช้ยันผู้บริหารในคดีล้มละลายของผู้ซื้อและบุคคลภายนอกนั้น อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายของสถานที่ที่สินค้าตั้งอยู่ มิใช่กฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญา ว่าการสงวนกรรมสิทธิ์แบบขยายตามข้อ 4(b) มิได้รับการรับรอง หรือได้รับการรับรองเพียงภายใต้แบบพิธีเพิ่มเติมในรัฐสมาชิกบางรัฐ และว่าความมีผลของการสงวนกรรมสิทธิ์ในคดีล้มละลายนั้นกำหนดโดยกฎหมายล้มละลายที่ใช้บังคับ รวมถึง Regulation (EU) 2015/848 ในกรณีที่ส่วนใดของข้อ 4(b) ไม่มีผลภายใต้กฎหมายดังกล่าว ให้ข้อ 4(a) ยังคงใช้บังคับต่อไปอย่างเต็มที่เท่าที่อนุญาต และการที่ส่วนใดไม่มีผลย่อมไม่กระทบต่อส่วนที่เหลือ

(d) **การทำให้สมบูรณ์ตามกฎหมายท้องถิ่น** ในกรณีที่กฎหมายของสถานที่ที่สินค้าตั้งอยู่หรือจะตั้งอยู่กำหนดให้ต้องดำเนินการใด ๆ เพื่อให้การสงวนกรรมสิทธิ์หรือหลักประกันที่เทียบเท่าใช้ยันบุคคลภายนอกได้ รวมถึงการจดทะเบียนในทะเบียนสาธารณะ การทำเป็นเอกสารมหาชนโดยโนตารี การรับรองวันที่ที่ผ่านการรับรองหรือพิสูจน์ความถูกต้อง การบันทึกในสมุดบัญชีของผู้ซื้อ หรือการแจ้งแก่บุคคลใด ผู้ซื้อต้องดำเนินการดังกล่าวโดยพลันด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง และดำเนินการทุกสิ่งอื่นที่ผู้จัดหาร้องขอตามสมควร เพื่อก่อตั้ง ทำให้สมบูรณ์ จดทะเบียน บันทึก คงไว้ และทำให้สามารถบังคับหลักประกันที่เทียบเท่ากับที่ก่อขึ้นตามข้อ 4(a) และข้อ 4(b) ภายใต้กฎหมายนั้นได้ หากผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว ผู้ซื้อให้อำนาจแก่ผู้จัดหาโดยไม่อาจเพิกถอนได้ในการกระทำการใด ๆ ในนามของผู้ซื้อตามที่ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องกระทำ และให้สัตยาบันการกระทำใด ๆ ที่ผู้จัดหากระทำภายใต้ข้อนี้

(e) **สถานที่ตั้งของสินค้า** จนกว่าจะมีการชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้อง ผู้ซื้อต้องไม่เคลื่อนย้าย หรือยอมให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้านั้นออกจากรัฐสมาชิกปลายทางการส่งมอบที่ระบุไว้ในอีเมลยืนยัน โดยมิได้แจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบ (10) วันทำการ โดยระบุประเทศปลายทาง สถานที่ที่ตั้งใจจะนำไปเก็บ และชื่อและที่อยู่ของบุคคลใด ๆ ที่จะเป็นผู้ครอบครองสินค้านั้น ผู้ซื้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ค่าปรับ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายอันเป็นการฝ่าฝืนข้อนี้หรือจากการไม่ปฏิบัติตามข้อ 4(d) รวมถึงการสูญเสียกรรมสิทธิ์ ลำดับบุริมสิทธิ หรือหลักประกันใด ๆ

(f) **การทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินค้า** จนกว่าจะมีการชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้อง ผู้ซื้อต้อง (i) เก็บรักษาสินค้าให้ปลอดภัย ทำประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงตามปกติทั้งปวงในมูลค่าทดแทนเต็มจำนวน และปราศจากการเสื่อมสภาพหรือการสูญหาย ระบุส่วนได้เสียของผู้จัดหาไว้ในกรมธรรม์ดังกล่าว และจัดส่งหนังสือรับรองความมีผลบังคับของกรมธรรม์เมื่อได้รับการร้องขอ (ii) จัดเก็บสินค้าแยกจากทรัพย์สินอื่นทั้งปวง เพื่อให้ยังคงสามารถระบุได้โดยง่ายว่าเป็นทรัพย์สินของผู้จัดหา และจัดส่งบันทึกแสดงสถานที่ตั้ง ปริมาณ และหมายเลขระบุของดรัม ม้วน หรือหมายเลขลำดับของสินค้าทั้งปวงที่ยังมิได้มีการชำระเงินเต็มจำนวนให้แก่ผู้จัดหาภายในสอง (2) วันทำการนับแต่วันที่ร้องขอเป็นหนังสือ (iii) ไม่ลบ ทำให้เสียหาย หรือปิดบังเครื่องหมายระบุ ฉลาก หมายเลขลำดับ หรือบรรจุภัณฑ์ใด ๆ ที่อยู่บนหรือเกี่ยวข้องกับสินค้า (iv) ขายสินค้าเฉพาะในทางการค้าปกติของธุรกิจของตนเท่านั้น ทั้งนี้ การขายโดยวิธีจำหน่ายสินค้าคงคลังยกล็อตให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ลูกค้าของผู้ซื้อ หรือการขายที่มิได้เป็นไปตามหลักการทางการค้าปกติ มิใช่การขายในทางการค้าปกติของธุรกิจ (v) ไม่จำนำ ก่อภาระ โอนสิทธิโดยวิธีการเป็นประกัน หรือก่อภาระติดพันโดยประการอื่นเหนือสินค้าหรือสิทธิเรียกร้องใด ๆ ที่โอนตามข้อ 4(b)(iii) เพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกใด ๆ (vi) ไม่ติดตรึงสินค้าเข้ากับที่ดินหรืออาคารใด ๆ หรือยอมให้มีการติดตรึงเช่นนั้น ก่อนการชำระเงินเต็มจำนวนโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากผู้จัดหา และในกรณีที่ได้ให้ความยินยอมแล้ว ต้องดำเนินการทุกประการที่ผู้จัดหาร้องขอตามสมควรเพื่อรักษาไว้ซึ่งส่วนได้เสียของผู้จัดหา รวมถึงการจัดให้ได้มาซึ่งหนังสือรับทราบสิทธิของผู้จัดหาจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน และ (vii) แจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือภายในสอง (2) วันทำการ หากบุคคลภายนอกใดดำเนินการหรือขู่ว่าจะดำเนินการบังคับคดี อายัด ยึด หรือบังคับตามคำพิพากษาต่อสินค้า และในเวลาเดียวกันต้องแจ้งสิทธิของผู้จัดหาให้บุคคลภายนอกนั้นทราบ

(g) **ดอกผลและเงินที่ได้จากสินค้า** ในกรณีที่ผู้ซื้อขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนสินค้าโดยประการอื่นก่อนการชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับสินค้านั้น และเท่าที่การโอนสิทธิตามข้อ 4(b)(iii) ไม่มีผลภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ ผู้ซื้อต้องเก็บรักษาเงินที่ได้รับเพียงเท่าจำนวนเงินที่ค้างชำระแก่ผู้จัดหาในขณะนั้นสำหรับสินค้านั้นแยกจากเงินของตนเอง ส่งมอบเงินที่ได้รับดังกล่าวแก่ผู้จัดหาเมื่อทวงถาม และต้องไม่ยกเอาการหักกลบลบหนี้หรือข้อเรียกร้องแย้งใด ๆ ขึ้นต่อสู้เกี่ยวกับเงินดังกล่าว เว้นแต่เท่าที่ข้อ 10(e) อนุญาต ผู้ซื้อต้องเก็บรักษาบันทึกที่เพียงพอต่อการระบุเงินที่ได้จากสินค้าแต่ละรายการ ข้อนี้มีผลใช้บังคับเพิ่มเติมจาก และมิได้จำกัดข้อ 4(b)(iii)

(h) **การปลดหลักประกัน** ในกรณีที่มูลค่าที่อาจแปลงเป็นเงินได้ของหลักประกันที่ผู้จัดหาถือครองไว้ภายใต้ข้อ 4 นี้ เกินกว่าจำนวนเงินที่เป็นประกันเกินกว่า **ร้อยละสิบ (10%)** อย่างต่อเนื่อง ผู้จัดหาจะปลดหลักประกันตามที่ตนเลือกเท่าจำนวนส่วนเกินนั้น เมื่อผู้ซื้อร้องขอเป็นหนังสือ

(i) **การนำสินค้ากลับคืน** หากเหตุผิดนัดได้เกิดขึ้นและยังคงดำเนินอยู่ และยังมิได้มีการชำระเงินตามบัญชี ผู้จัดหาอาจเรียกให้ผู้ซื้อส่งมอบสินค้าที่ยังมิได้มีการชำระเงินเต็มจำนวนคืนได้ ภายหลังจากที่ได้แจ้งเป็นหนังสือแล้ว และในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้ ภายหลังจากที่ได้ถอนตัวจากสัญญาหรือบอกเลิกสัญญาตามกฎหมายนั้นก่อนแล้ว และเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ผู้ซื้อให้สิทธิแก่ผู้จัดหาและตัวแทนของผู้จัดหาในการเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ที่ผู้ซื้อครอบครองหรือควบคุมซึ่งเป็นที่ตั้งของสินค้านั้น โดยบอกกล่าวตามสมควรและในเวลาทำการ ในกรณีที่สินค้าตั้งอยู่ในสถานที่ที่ผู้ซื้อมิได้ครอบครองหรือควบคุม ผู้ซื้อจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้ได้มาซึ่งความยินยอมของผู้ครอบครองในการเข้าไปดังกล่าว ผู้จัดหาจะไม่ใช้กำลังต่อบุคคลใด และจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็นตามสมควร ผู้จัดหาอาจนำสินค้ากลับคืนได้เพียงเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อชำระจำนวนเงินที่ถึงกำหนดและต้องชำระในขณะนั้น พร้อมกับต้นทุนการนำกลับคืนอันสมควรของตน และต้องเครดิตมูลค่าที่ได้รับจากสินค้าที่นำกลับคืนใด ๆ ให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ค่าปรับ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดจากการเข้าไปในสถานที่โดยอาศัยอำนาจของผู้ซื้อตามข้อนี้ ข้อนี้อยู่ภายใต้บังคับข้อจำกัดใด ๆ ที่กฎหมายล้มละลายที่ใช้บังคับกำหนดไว้

(j) **การล้มละลาย** ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ล้มละลาย และต้องจัดส่งให้ผู้จัดหา ตลอดจนจัดให้ผู้บริหารในคดีล้มละลายของตนจัดส่งให้ผู้จัดหาเท่าที่ใช้บังคับได้ ซึ่งสถานที่ตั้ง คำบรรยาย และปริมาณของบรรดาสินค้าที่ยังมิได้มีการชำระเงินเต็มจำนวน ภายในห้า (5) วันทำการ เมื่อได้รับการร้องขอ ผู้ซื้อรับทราบว่าสิทธิของผู้จัดหาภายใต้ข้อ 4 นี้อาจใช้ได้เฉพาะเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้บริหารในคดีล้มละลายหรือได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น และว่าในกรณีที่การใช้สิทธิภายใต้ข้อ 4 นี้หรือข้อ 23 ถูกทุเลาหรือระงับโดยกฎหมายล้มละลายที่ใช้บังคับ ให้สิทธินั้นถูกระงับไว้และมิได้ระงับสิ้นไป และให้ฟื้นคืนขึ้นใหม่อย่างเต็มที่เท่าที่กฎหมายอนุญาต

(k) **หนังสือรับรอง** เอกสารที่ลงนามโดยเจ้าหน้าที่ของผู้จัดหาซึ่งระบุสินค้าที่ยังมิได้มีการชำระเงินเต็มจำนวนและรับรองจำนวนเงินที่ค้างชำระ ให้ถือเป็นพยานหลักฐานแห่งข้อเท็จจริงเหล่านั้น เว้นแต่จะมีข้อผิดพลาดที่ปรากฏชัดแจ้ง

---

## 5. เงื่อนไขการส่งมอบ กรรมสิทธิ์ และความเสี่ยง

(a) **เงื่อนไขการส่งมอบ** เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่นเป็นหนังสือ การจัดหาสินค้าให้กระทำตามเงื่อนไข Incoterms 2020 ที่ระบุไว้ในอีเมลยืนยัน หรือในกรณีที่มิได้ระบุไว้ ให้เป็น **FCA ณ สถานที่ที่ผู้จัดหากำหนด (Incoterms 2020)** กฎ Incoterms 2020 เพียงประการเดียวที่ผู้จัดหาเสนอ ได้แก่ **EXW** **FCA** **FAS** **FOB** **CPT** **CIP** **CFR** **CIF** และ **DAP** ซึ่งเป็นกฎที่ผู้ซื้อ มิใช่ผู้จัดหา เป็นผู้ดำเนินพิธีการนำเข้าสินค้าสู่สหภาพ **ผู้จัดหาไม่ขายสินค้าตามเงื่อนไข DDP หรือตามเงื่อนไขอื่นใดที่ผู้จัดหาจะเป็นผู้นำเข้าหรือผู้นำเข้าตามที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุผลที่ระบุไว้ในข้อ 5(d)** การอ้างถึง Incoterm ใดในสัญญาให้หมายถึง Incoterms 2020 และ Incoterms 2020 ใช้บังคับเพียงเท่าที่ไม่ขัดแย้งกับข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้

(b) **ความเสี่ยง** ภายใต้บังคับข้อ 5(d) ความเสี่ยงในสินค้าโอนไปยังผู้ซื้อตามกฎ Incoterms 2020 ที่ใช้บังคับ และในกรณีที่ไม่มีกฎใดใช้บังคับ ให้โอนไปเมื่อการขนถ่ายสินค้าขึ้นยานพาหนะของผู้ขนส่งรายแรกหรือของผู้ซื้อเสร็จสิ้น ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่รับมอบสินค้า ให้ความเสี่ยงโอนไปตามข้อ 6(b)

(c) **กรรมสิทธิ์** กรรมสิทธิ์ในสินค้าโอนไปเมื่อมีการชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับสินค้านั้น ภายใต้บังคับข้อ 4 ไม่มีข้อความใดในข้อ 5(a) หรือข้อ 5(b) ที่ทำให้กรรมสิทธิ์โอนไปเร็วกว่านั้น

(d) **ไม่มีการขายแบบ DDP และผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้า** อนุมาตรา (i) ถึง (iii) ของข้อนี้ระบุสถานะทางกฎหมายและนโยบายการค้าของผู้จัดหาที่เป็นผลตามมา ทั้งนี้ มิใช่ข้อกำหนดที่ผู้จัดหาสามารถสละได้ และไม่มีข้อกำหนดพิเศษ อีเมลยืนยัน หรือทางปฏิบัติที่เคยกระทำต่อกันใดที่มีผลเป็นการสละข้อกำหนดเหล่านั้น (i) Article 170(2) ของ Union Customs Code กำหนดให้ผู้ยื่นใบขนสินค้าต้องจัดตั้งอยู่ในเขตศุลกากรของสหภาพ และข้อยกเว้นใน Article 170(3) ซึ่งครอบคลุมการผ่านแดน การนำเข้าชั่วคราว ใบขนสินค้าที่ยื่นเป็นครั้งคราวในกรณีที่หน่วยงานศุลกากรเห็นว่ามีเหตุอันสมควร และผู้ยื่นใบขนสินค้าที่จัดตั้งอยู่ในดินแดนที่อยู่ติดกันซึ่งนำสินค้ามาแสดงต่อด่านศุลกากรชายแดนที่อยู่ติดกัน มิได้ครอบคลุมถึงการปล่อยสินค้าเพื่อการหมุนเวียนเสรีตามปกติ ผู้จัดหามิได้จัดตั้งอยู่ในเขตศุลกากรของสหภาพและไม่อาจทำหน้าที่เป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าได้โดยชอบด้วยกฎหมาย (ii) ผู้จัดหามิได้แต่งตั้งผู้แทนศุลกากรทางอ้อมภายใต้ Article 18 ของ Union Customs Code และไม่มีเจตนาจะแต่งตั้ง ผู้แทนทางอ้อมยื่นใบขนสินค้าในนามของตนเอง กลายเป็นผู้ต้องรับผิดร่วมกันและแทนกันในหนี้ศุลกากร และจะกลายเป็นผู้วางจำหน่ายสินค้าในตลาดสหภาพและจึงเป็นผู้นำเข้าเพื่อวัตถุประสงค์ของ Union Harmonisation Legislation เอง และทั้งผู้จัดหาและตัวแทนออกของทั่วไปไม่ประสงค์จะรับหน้าที่ด้านผลิตภัณฑ์ของผู้นำเข้าบนพื้นฐานดังกล่าว (iii) ดังนั้น ผู้จัดหา **จึงไม่เสนอ ไม่เสนอราคา และไม่ตอบรับคำสั่งซื้อตามเงื่อนไข DDP (Incoterms 2020)** หรือตามเงื่อนไขอื่นใดที่ผู้จัดหาจะเป็นผู้นำเข้า ผู้นำเข้าตามที่บันทึกไว้ หรือผู้ยื่นใบขนสินค้าเพื่อการปล่อยสินค้าเข้าสู่การหมุนเวียนเสรี และคำขอ ใบสั่งซื้อ รายการในระบบพอร์ทัล หรือเอกสารอื่นใดของผู้ซื้อที่ระบุ DDP ย่อมถูกปฏิเสธตามข้อ 2(g) (iv) หากอีเมลยืนยันระบุ DDP ไว้ก็ตาม ให้มีผลเป็น **DAP (Incoterms 2020)** ไปยังสถานที่ที่ระบุเดียวกัน ผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้าตามที่บันทึกไว้ ให้ข้อ 9(e) ใช้บังคับ และให้ปรับราคาด้วยอากรศุลกากร VAT นำเข้า และค่าธรรมเนียมนำเข้าที่ผู้ซื้อจะต้องรับภาระอันเป็นผลจากการนั้น และปรับด้วยรายการดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ซื้ออาจเลือกยกเลิกคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแทนได้ ด้วยการแจ้งเป็นหนังสือภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ทราบว่าอีเมลยืนยันระบุ DDP ไว้ และผู้จัดหาจะคืนเงินจำนวนใด ๆ ที่ได้ชำระล่วงหน้าไว้สำหรับคำสั่งซื้อนั้น (v) ในการจัดหาสินค้าทุกครั้ง ผู้ซื้อหรือบุคคลที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพซึ่งผู้ซื้อระบุตัวไว้ตามข้อ 2(b)(v) เป็นผู้นำเข้าสินค้าเข้าสู่สหภาพเพื่อวัตถุประสงค์ของทั้งกฎหมายศุลกากรและ Union Harmonisation Legislation และให้ข้อ 9(e) ข้อ 15 ข้อ 16(b) และข้อ 18 ใช้บังคับบนพื้นฐานดังกล่าว (vi) ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ห้ามผู้จัดหาเสนอราคาแบบส่งถึงที่ตามเงื่อนไข DAP ซึ่งผู้จัดหารับภาระค่าขนส่งไปยังสถานที่ที่ระบุ และผู้ซื้อรับภาระการดำเนินพิธีการนำเข้า อากรศุลกากร และ VAT นำเข้า (vii) ข้อนี้ระบุสถานะตราบเท่าที่ผู้จัดหาไม่มีสถานประกอบการในสหภาพ หากผู้จัดหาจัดตั้งขึ้นในสหภาพ ผู้จัดหาจะเผยแพร่ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับแก้ไขตามข้อ 24 และไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่บังคับให้ผู้จัดหาต้องจัดตั้งขึ้นในสหภาพ

(e) **การประกันภัยของผู้ซื้อ** ผู้ซื้อต้องทำประกันภัยสินค้าคุ้มครองการสูญหายหรือเสียหายในมูลค่าทดแทนเต็มจำนวนนับแต่เวลาที่ความเสี่ยงโอนไปจนกว่าจะมีการชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับสินค้านั้น ตามข้อ 4(f)(i)

(f) **การประกันภัยของผู้จัดหา** ผู้จัดหาจัดให้มีการประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะและความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์กับผู้รับประกันภัยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ในระดับที่เหมาะสมกับลักษณะและขนาดของธุรกิจของตนและกับสินค้าที่ตนจัดหา พร้อมทั้งการประกันภัยอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีหรือตามที่ตนเห็นว่าเหมาะสม ผู้จัดหาจะจัดส่งหนังสือรับรองความมีผลบังคับของกรมธรรม์เมื่อได้รับการร้องขอเป็นหนังสือ ข้อกำหนดใด ๆ ที่ให้ระบุผู้ซื้อเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หรือให้มีวงเงินความคุ้มครองที่สูงขึ้น ย่อมใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่ได้ตกลงกันไว้ในข้อกำหนดพิเศษและโดยผู้ซื้อเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเท่านั้น ผู้จัดหาจัดให้มีการประกันภัยนี้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ข้อนี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิ ส่วนได้เสีย หรือประโยชน์ใด ๆ แก่ผู้ซื้อในกรมธรรม์ใด ๆ หรือในเงินที่ได้รับจากกรมธรรม์ มิใช่การรับประกันว่าความสูญเสียใดได้รับหรือจะได้รับความคุ้มครองจากการประกันภัย และความมีอยู่ ข้อกำหนด วงเงิน ความพร้อมใช้ การตอบสนอง หรือเงินที่ได้รับจากการประกันภัยใด ๆ ที่ผู้จัดหาจัดให้มี ต้องไม่นำมาพิจารณาในการตีความหรือการใช้บังคับ และไม่กระทบต่อการใช้บังคับของข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 หรือข้อ 16

(g) **การส่งมอบบางส่วน** ผู้จัดหาอาจส่งมอบสินค้าเป็นงวดได้ แต่ละงวดอาจออกใบแจ้งหนี้ได้และต้องชำระตามข้อ 10 ความชำรุดบกพร่องในงวดใด หรือการไม่ส่งมอบงวดใด ไม่ทำให้ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือปฏิเสธงวดอื่นใด เว้นแต่ในกรณีที่ความชำรุดบกพร่องหรือการไม่ส่งมอบนั้นทำให้ผู้ซื้อมีเหตุอันสมควรที่จะสรุปได้ว่าความชำรุดบกพร่องหรือการไม่ส่งมอบในทำนองเดียวกันจะเกิดขึ้นกับงวดในอนาคต และกระทบถึงรากฐานของสัญญาทั้งฉบับ

---

## 6. การส่งมอบ การตรวจสอบ และการแจ้ง

(a) **วันที่ส่งมอบ** เวลาหรือวันที่ส่งมอบใด ๆ ที่ระบุไว้เป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ผู้จัดหาไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายสืบเนื่องใด ๆ อันเป็นผลจากความล่าช้าในการส่งมอบ และความรับผิดของผู้จัดหาต่อความสูญเสียอื่นใดอันเป็นผลจากความล่าช้าในการส่งมอบให้จำกัดตามข้อ 14(a) ผู้จัดหาจะแจ้งให้ผู้ซื้อทราบถึงการเปลี่ยนแปลงอันเป็นสาระสำคัญใด ๆ ของวันที่ส่งมอบโดยประมาณ วันที่ส่งมอบโดยประมาณคือวันที่ระบุไว้ในอีเมลยืนยัน หรือในกรณีที่อีเมลยืนยันระบุระยะเวลาการส่งมอบแทนที่จะระบุวันที่ ให้หมายถึงวันที่ครบกำหนดระยะเวลาการส่งมอบดังกล่าวโดยนับจากวันที่ของอีเมลยืนยัน ในกรณีที่การส่งมอบล่าช้าเกินกว่าสี่สิบห้า (45) วันนับจากวันที่ส่งมอบโดยประมาณ ผู้ซื้ออาจยกเลิกส่วนที่ยังมิได้ส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายหลังจากที่ได้แจ้งเป็นหนังสือแก่ผู้จัดหาและให้ระยะเวลาเพิ่มเติมอีกสิบสี่ (14) วันในการส่งมอบแล้ว ด้วยการแจ้งเป็นหนังสือก่อนที่ผู้จัดหาจะจัดส่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบ และผู้จัดหาจะคืนเงินจำนวนใด ๆ ที่ได้ชำระไว้สำหรับสินค้าที่ยกเลิกนั้น สิทธิตามประโยคนี้ไม่อาจใช้ได้กับสินค้าที่ได้จัดส่งไปแล้ว และผู้จัดหาจะแจ้งให้ผู้ซื้อทราบถึงการจัดส่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบ **สิทธินี้ไม่ใช้บังคับกับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ หรือสินค้า NCNR เมื่อได้เริ่มการตัดหรือการผลิตแล้ว หรือเมื่อผู้จัดหาได้ผูกพันตนโดยไม่อาจเพิกถอนได้เกี่ยวกับสินค้านั้นแล้ว** และไม่ใช้บังคับในกรณีที่ความล่าช้าเกิดจากเหตุการณ์ที่เป็นเหตุสุดวิสัยเพื่อวัตถุประสงค์ของข้อ 22(a) ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของข้อ 22 กำหนดเวลามิใช่สาระสำคัญของหน้าที่ใด ๆ ของผู้จัดหาในการส่งมอบสินค้า และการไม่ส่งมอบภายในวันที่ส่งมอบโดยประมาณ หรือความล่าช้าอื่นใดในการส่งมอบ ไม่ทำให้ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือคำสั่งซื้อใด ๆ นอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในข้อ 6(a) นี้ หรือในข้อ 22(c) หรือข้อ 23(b) ประโยคนี้ไม่ใช้บังคับกับหน้าที่ใด ๆ ของคู่สัญญาในการชำระเงิน และไม่เป็นการยกเว้นสิทธิใด ๆ ของผู้ซื้อในการกำหนดระยะเวลาเพิ่มเติมเพื่อการปฏิบัติการชำระหนี้ และในการถอนตัวจากหรือบอกเลิกคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบเมื่อระยะเวลานั้นสิ้นสุดลง ในกรณีที่บทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับซึ่งไม่อาจตกลงยกเว้นได้ให้สิทธินั้นไว้

(b) **การไม่รับมอบสินค้า** หากผู้ซื้อไม่รับมอบสินค้าในวันที่สินค้าถูกวางไว้ให้ผู้ซื้อรับไป โดยมิได้เกิดจากการผิดสัญญาของผู้จัดหาหรือเหตุสุดวิสัยที่กระทบต่อผู้ซื้อ (i) ความเสี่ยงในสินค้าโอนไปยังผู้ซื้อในวันดังกล่าว (ii) ให้ถือว่าสินค้าได้ส่งมอบแล้วเพื่อวัตถุประสงค์ของระยะเวลารับประกันและของข้อ 10 และ (iii) ผู้จัดหาอาจจัดเก็บสินค้าไว้โดยผู้ซื้อเป็นผู้รับความเสี่ยงและออกค่าใช้จ่าย และเรียกเก็บค่าจัดเก็บ ค่าประกันภัย และค่าดำเนินการอันสมควรของตนจากผู้ซื้อได้ หากผู้ซื้อยังมิได้รับมอบสินค้าภายในหกสิบ (60) วันนับแต่วันดังกล่าว ผู้จัดหาอาจขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนสินค้านั้นโดยประการอื่นได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าสิบสี่ (14) วัน และนำเงินสุทธิที่ได้รับไปหักชำระจำนวนเงินที่ค้างชำระ โดยส่งมอบเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ซื้อ

(c) **จำนวนสินค้าที่ขาด ความเสียหายระหว่างการขนส่ง และการจัดหาสินค้าผิด** ผู้ซื้อต้องตรวจสอบสินค้า หรือจัดให้มีการตรวจสอบสินค้า ภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่กระทำได้ตามพฤติการณ์ และไม่ว่าในกรณีใด ภายใน **สิบ (10) วันทำการ** นับแต่วันส่งมอบ ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือถึงจำนวนสินค้าที่ขาด ความเสียหายระหว่างการขนส่ง หรือการจัดหาสินค้าผิดใด ๆ ภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันส่งมอบ โดยระบุลักษณะของความไม่เป็นไปตามสัญญา และต้องให้โอกาสอันสมควรแก่ผู้จัดหาในการตรวจสอบสินค้าก่อนที่จะมีการใช้ แปรรูป ขายต่อ หรือเปลี่ยนแปลงสินค้านั้น ในกรณีที่ความเสียหายหรือจำนวนสินค้าที่ขาดปรากฏชัดในขณะส่งมอบ ผู้ซื้อยังต้องบันทึกไว้ในเอกสารการส่งมอบของผู้ขนส่ง และแจ้งให้ผู้จัดหาทราบภายในสาม (3) วันทำการด้วย

(d) **ความชำรุดบกพร่องที่แฝงอยู่** ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือถึงความชำรุดบกพร่องใด ๆ ที่ไม่อาจค้นพบได้ตามสมควรจากการตรวจสอบที่ข้อ 6(c) กำหนด ภายใน **สิบ (10) วันทำการ** นับแต่วันที่ผู้ซื้อค้นพบหรือควรค้นพบตามสมควรซึ่งความชำรุดบกพร่องนั้น และไม่ว่าในกรณีใด ก่อนสิ้นระยะเวลารับประกัน

(e) **ผลของการไม่แจ้ง** ภายใต้บังคับข้อ 12 หากผู้ซื้อมิได้แจ้งตามข้อ 6(c) หรือข้อ 6(d) ให้ถือว่าสินค้าเป็นไปตามสัญญาในส่วนของเรื่องที่ควรได้แจ้ง และผู้ซื้อย่อมเสียสิทธิที่จะอาศัยความไม่เป็นไปตามสัญญานั้น ข้อนี้ไม่ใช้บังคับในกรณีที่ผู้จัดหาทราบหรือไม่อาจไม่ทราบถึงความไม่เป็นไปตามสัญญานั้น และมิได้เปิดเผยแก่ผู้ซื้อ และไม่ใช้บังคับกับสิทธิหรือการเยียวยาใด ๆ ที่ไม่อาจยกเว้นหรือจำกัดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือกับระยะเวลาใด ๆ ที่ไม่อาจย่นได้โดยชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

(f) **หน้าที่ในการชำระเงินที่มีอยู่ต่อไป** การแจ้งตามข้อ 6(c) หรือข้อ 6(d) ไม่ทำให้ผู้ซื้อมีสิทธิหน่วงเหนี่ยวการชำระจำนวนเงินใด ๆ ที่มิได้มีการโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f)

(g) **ค่าเผื่อปริมาณและเอกสาร** ปริมาณที่ส่งมอบอยู่ภายใต้บังคับข้อ 8(a) ผู้จัดหาจะจัดส่งใบแจ้งรายการบรรจุหีบห่อพร้อมกับการส่งมอบแต่ละครั้ง ซึ่งระบุสินค้า ปริมาณ และหมายเลขระบุของรุ่นการผลิต ดรัม ม้วน หรือหมายเลขลำดับใด ๆ และจะจัดส่งเอกสารที่ข้อ 9(d) และข้อ 15(c) กำหนดตามข้อเหล่านั้น

---

## 7. การส่งคืนสินค้า การยกเลิก และคำสั่งเปลี่ยนแปลง

(a) **การส่งคืนเพื่อความสะดวก** คำขอส่งคืนสินค้าคงคลังต้องกระทำภายในสามสิบ (30) วันนับแต่วันที่ในใบแจ้งหนี้ การส่งคืนอยู่ภายใต้เงื่อนไขค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลัง เท่ากับจำนวนที่สูงกว่าระหว่าง **ร้อยละยี่สิบห้า (25%)** ของมูลค่าตามใบแจ้งหนี้ กับค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลังใด ๆ ที่ผู้ผลิตเรียกเก็บจากผู้จัดหา แต่ไม่เกิน **ร้อยละสี่สิบ (40%)** ของมูลค่าตามใบแจ้งหนี้ บวกกับค่าขนส่งทั้งหมด ผู้จัดหาไม่มีหน้าที่ต้องรับคืนสินค้าคงคลัง และการรับคืนเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ ค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลังสะท้อนต้นทุนการจัดการ การตรวจสอบ และการบรรจุหีบห่อใหม่ของผู้จัดหา ตลอดจนมูลค่าที่ลดลงของสินค้าที่ส่งคืนเข้าคลัง ผู้จัดหาจะแจ้งค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลังที่ใช้บังคับก่อนที่จะออก RMA ผู้ซื้ออาจแสดงให้เห็นว่าความสูญเสียที่ผู้จัดหาได้รับจริง หรือที่ผู้จัดหาจะได้รับตามปกติ ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลัง ซึ่งในกรณีนั้นให้ชำระเพียงจำนวนที่ต่ำกว่านั้นเท่านั้น เว้นแต่ในทุกกรณีผู้ซื้อต้องชดใช้คืนค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลังหรือค่าธรรมเนียมการยกเลิกใด ๆ ที่ผู้จัดหาได้ชำระจริงหรือต้องรับผิดชำระแก่ผู้ผลิตสำหรับสินค้าที่ส่งคืน พร้อมกับค่าขนส่งทั้งหมด

(b) **ข้อยกเว้น** ไม่อนุญาตให้ส่งคืนเพื่อความสะดวกสำหรับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว (อันได้แก่ สายเคเบิลที่ตัดจากดรัมหรือม้วนเต็มความยาว) สายเคเบิลที่ตัดตามความต้องการเฉพาะ สายเคเบิลหรือชุดประกอบที่ผลิตตามสั่ง ผลิตภัณฑ์ที่ปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะ หรือสินค้า NCNR ข้อนี้ใช้บังคับเฉพาะกับการส่งคืนเพื่อความสะดวกของผู้ซื้อเท่านั้น และไม่เป็นการจำกัดสิทธิใด ๆ ของผู้ซื้อตามข้อ 6 ข้อ 8(g) ข้อ 11 ข้อ 12 หรือข้อ 15(i) การกำหนดสินค้าให้เป็นสินค้า NCNR ย่อมมีผลเฉพาะตามที่กำหนดไว้ในคำนิยามของสินค้า NCNR ในข้อ 1.1

(c) **RMA** จะไม่มีการรับคืนสินค้าใด ๆ โดยปราศจาก RMA ที่สมบูรณ์ซึ่งผู้จัดหาออกให้ คำขอ RMA ต้องกระทำเป็นหนังสือ และผู้จัดหาจะออก RMA หรือปฏิเสธคำขอโดยแจ้งเป็นหนังสือ ภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอ RMA ที่กรอกครบถ้วนต้องส่งคืนภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ออก และต้องส่งคืนสินค้าภายในสิบสี่ (14) วันตามปฏิทินนับแต่วันที่ออก RMA ในสภาพและบรรจุภัณฑ์เดิม โดยชำระค่าขนส่งล่วงหน้า หากไม่เป็นไปตามระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่งดังกล่าว RMA ย่อมสิ้นผล และผู้จัดหาอาจออก RMA ใหม่ได้โดยกระทำการอย่างสมเหตุสมผลและโดยคำนึงถึงเหตุแห่งความล่าช้า ข้อนี้ไม่ใช้บังคับกับการส่งคืนตามข้อ 7(d) ข้อ 11(h) หรือข้อ 15(i) เว้นแต่ในส่วนของข้อกำหนดให้ต้องขอรับ RMA ซึ่งผู้จัดหาจะไม่ปฏิเสธหรือหน่วงเหนี่ยวโดยไม่มีเหตุอันสมควรในกรณีเหล่านั้น

(d) **การจัดหาสินค้าผิด** ในกรณีที่ผู้จัดหาได้จัดหาสินค้าโดยผิดพลาด ผู้ซื้อต้องแจ้งเป็นหนังสือตามข้อ 6(c) ภายใต้การตรวจสอบ ผู้จัดหาจะออกใบลดหนี้สำหรับจำนวนเงินตามใบแจ้งหนี้โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลัง จะรับภาระค่าขนส่งในการส่งคืน และจะจัดหาสินค้าที่ถูกต้องให้ภายในระยะเวลาอันสมควร

(e) **การยกเลิก** เว้นแต่ที่กำหนดไว้ในข้อ 6(a) ข้อ 7(h) ข้อ 9(f) ข้อ 9(g) ข้อ 22(c) ข้อ 23(b) และข้อ 23(c) คำสั่งซื้อไม่อาจยกเลิก เลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงได้โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้จัดหา ในกรณีที่ได้ให้ความยินยอมแล้ว ให้ (i) (ii) และ (iii) ใช้บังคับแยกต่างหากกับรายการสินค้าแต่ละรายการของคำสั่งซื้อ และการอ้างถึงคำสั่งซื้อในอนุมาตราเหล่านั้นให้หมายถึงรายการสินค้าที่เกี่ยวข้อง (i) รายการสินค้าที่เป็นสินค้าคงคลังซึ่งยกเลิกก่อนการจัดส่ง ต้องเสียค่าธรรมเนียมดำเนินการร้อยละสิบ (10%) ของราคาของรายการสินค้านั้น (ii) รายการสินค้าที่เป็นสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ หรือสินค้า NCNR ไม่อาจยกเลิกได้เมื่อได้เริ่มการตัดหรือการผลิตแล้ว หรือเมื่อผู้จัดหาได้ผูกพันตนโดยไม่อาจเพิกถอนได้เกี่ยวกับสินค้านั้นแล้ว และ (iii) ในทุกกรณี ผู้ซื้อต้องชำระต้นทุนที่ผู้จัดหาได้ก่อขึ้นตามสมควรและข้อผูกพันที่ไม่อาจเพิกถอนได้ซึ่งผู้จัดหาได้กระทำไว้ตามสมควรสำหรับรายการสินค้าที่ยกเลิก รวมถึงวัตถุดิบและงานระหว่างทำ เว้นแต่ในกรณีที่ (i) ใช้บังคับกับรายการสินค้าหนึ่งและ (ii) ไม่ใช้บังคับกับรายการสินค้านั้น ให้ค่าธรรมเนียมตาม (i) เป็นสิทธิเรียกร้องเพียงประการเดียวของผู้จัดหาสำหรับการยกเลิกรายการสินค้านั้น ผู้จัดหาต้องแสดงหลักฐานสนับสนุนจำนวนเงินใด ๆ ที่เรียกร้องตาม (iii) เมื่อได้รับการร้องขอ และต้องให้เครดิตสำหรับมูลค่าของวัสดุหรืองานระหว่างทำใด ๆ ที่ตนสามารถนำไปใช้หรือขายต่อได้ ผู้ซื้ออาจแสดงให้เห็นว่าความสูญเสียที่แท้จริงของผู้จัดหาต่ำกว่าค่าธรรมเนียมตาม (i) ซึ่งในกรณีนั้นให้ชำระเพียงความสูญเสียที่แท้จริงเท่านั้น

(f) **ม้วนและดรัม** ในกรณีที่มีการเรียกเก็บเงินมัดจำม้วนหรือดรัม ให้ออกใบแจ้งหนี้แยกต่างหากและคืนเงินมัดจำเมื่อส่งคืนม้วนหรือดรัมในสภาพดีและใช้ซ้ำได้ ไม่ชำรุดเสียหาย และมีเครื่องหมายระบุที่อ่านออกได้ ภายในสิบสอง (12) เดือนนับแต่วันจัดส่ง รายการที่ระบุว่าไม่ต้องส่งคืนไม่มีเงินมัดจำและไม่มีการคืนเงิน ให้ข้อ 18(e) ใช้บังคับกับการกำจัดบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ต้องส่งคืน

(g) **วันที่ผูกพัน** ในกรณีที่คำสั่งซื้อประกอบด้วยสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ หรือสินค้า NCNR อีเมลยืนยันจะระบุวันที่ที่ผู้จัดหาคาดว่าจะเริ่มการตัดหรือการผลิต หรือจะผูกพันตนโดยไม่อาจเพิกถอนได้ สำหรับสินค้านั้น หรือวันหลังจากนั้น **ข้อยกเว้นตามข้อ 6(a) และข้อ 7(e)(ii) ไม่ใช้บังคับก่อนวันดังกล่าว ไม่ว่าการตัดหรือการผลิตจะได้เริ่มขึ้นจริงแล้วหรือไม่ หรือได้มีการผูกพันตนโดยไม่อาจเพิกถอนได้จริงแล้วหรือไม่ก็ตาม และไม่ใช้บังคับเลยในกรณีที่อีเมลยืนยันมิได้ระบุวันดังกล่าวไว้ เพื่อวัตถุประสงค์ของข้อ 9(f) ข้อ 9(g) และข้อ 22(c) ให้ถือว่าการตัดหรือการผลิตยังมิได้เริ่มขึ้น และให้ถือว่ายังมิได้มีการผูกพันตนโดยไม่อาจเพิกถอนได้ ก่อนวันที่ระบุไว้ในอีเมลยืนยัน และในกรณีที่อีเมลยืนยันมิได้ระบุวันดังกล่าวไว้ ไม่อาจมีการปรับราคาตามข้อ 9(g) สำหรับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ หรือสินค้า NCNR ได้** ผู้จัดหาจะยืนยันเป็นหนังสือเมื่อได้รับการร้องขอว่าการตัดหรือการผลิตได้เริ่มขึ้นแล้วหรือได้มีการผูกพันตนโดยไม่อาจเพิกถอนได้แล้วหรือไม่

(h) **สินค้าที่เลิกผลิตและการใช้สินค้าทดแทน** ในกรณีที่ผู้ผลิตเลิกผลิต ทดแทน หรือเปลี่ยนแปลงสินค้าในสาระสำคัญภายหลังอีเมลยืนยัน ผู้จัดหาอาจจัดหาสินค้าที่เทียบเท่ากันในเชิงการใช้งานซึ่งมีข้อกำหนดคุณลักษณะเท่ากันหรือดีกว่า โดยแจ้งเป็นหนังสือ หรืออาจยกเลิกส่วนที่ยังมิได้ส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและคืนเงินจำนวนใด ๆ ที่ได้ชำระล่วงหน้าไว้สำหรับส่วนนั้น ผู้ซื้ออาจปฏิเสธการใช้สินค้าทดแทนได้โดยแจ้งเป็นหนังสือภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งของผู้จัดหา ซึ่งในกรณีนั้นส่วนที่ยังมิได้ส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบเป็นอันยกเลิกโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และผู้จัดหาจะคืนเงินจำนวนใด ๆ ที่ได้ชำระล่วงหน้าไว้สำหรับส่วนนั้น ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่จำกัดสิทธิเลือกของผู้จัดหาตามข้อ 9(f) ในกรณีที่ผู้จัดหาได้รับหนังสือแจ้งจากผู้ผลิตเกี่ยวกับการสิ้นสุดอายุผลิตภัณฑ์ การสิ้นสุดการจำหน่าย การเลิกผลิต การสั่งซื้อครั้งสุดท้าย หรือการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ อันมีผลกระทบต่อสินค้าที่ผู้จัดหาได้จัดหาให้แก่ผู้ซื้อภายในสิบสอง (12) เดือนก่อนหน้านั้น หรือที่เป็นวัตถุแห่งคำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับแล้ว ผู้จัดหาจะจัดส่งสำเนาหนังสือแจ้งดังกล่าว หรือสรุปสาระสำคัญเป็นหนังสือ ให้แก่ผู้ซื้อภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งนั้น ผู้จัดหาไม่ได้ให้การแสดงข้อความหรือการรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความพร้อมจำหน่ายอย่างต่อเนื่องของสินค้าใด ๆ และไม่มีหน้าที่ต้องสั่ง ตอบรับ หรือปฏิบัติตามคำสั่งซื้อครั้งสุดท้ายใด ๆ หรือต้องเก็บสำรองหรือกันสินค้าใด ๆ ไว้

---

## 8. ข้อมูลทางเทคนิค ค่าเผื่อ และข้อกำหนดคุณลักษณะ

(a) **ค่าเผื่อความยาว** ผู้ซื้อรับทราบว่าปริมาณสายเคเบิลอยู่ภายใต้ค่าเผื่อความยาวจากการผลิต ปริมาณที่ส่งมอบและออกใบแจ้งหนี้อาจไม่น้อยกว่าปริมาณที่สั่งซื้อ และไม่เกินกว่าปริมาณที่สั่งซื้อบวกร้อยละสอง (2%) อันเป็นค่าเผื่อ **ลบร้อยละศูนย์ถึงบวกร้อยละสอง (-0% ถึง +2%)** และผู้จัดหาออกใบแจ้งหนี้ตามปริมาณที่จัดหาให้จริง ในกรณีที่ม้วนใดจะเกินค่าเผื่อนี้ ผู้จัดหาจะขอให้มีการออกใบสั่งซื้อฉบับแก้ไข แทนที่จะออกใบแจ้งหนี้สำหรับส่วนที่เกิน

(b) ผู้จัดหาอาจยกเว้นการเรียกเก็บค่าความยาวส่วนเพิ่มที่อยู่ภายในค่าเผื่อได้ตามดุลพินิจของตนแต่เพียงผู้เดียว

(c) **การปฏิเสธความรับผิดเกี่ยวกับคำแนะนำ** ภายใต้บังคับข้อ 12 ผู้ซื้อยืนยันว่าตนเป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวในธุรกรรมนี้ และมิได้อาศัยคำแนะนำทางเทคนิคหรือการแสดงข้อความใด ๆ จากผู้จัดหาที่มิได้บันทึกไว้โดยชัดแจ้งในข้อกำหนดพิเศษ อีเมลยืนยัน หรือเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ รวมถึงการอาศัยผลการทดสอบตามค่าปกติซึ่งอาจมิได้รวมความไม่แน่นอนของการวัดไว้ ผู้จัดหาไม่ได้แสดงข้อความใด ๆ เกี่ยวกับประสิทธิผลของคุณลักษณะใด ๆ ของผลิตภัณฑ์ในการลด ต้านทาน หรือขจัดความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ฟันแทะ สัตว์รบกวนอื่น ๆ หรือสภาพแวดล้อม ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ยกเว้น จำกัด หรือเปลี่ยนแปลงความรับผิดใด ๆ ของคู่สัญญาฝ่ายใดในกรณีฉ้อฉลหรือการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยฉ้อฉล หรือความรับผิดใด ๆ ที่ไม่อาจยกเว้นหรือจำกัดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

(d) **การเลือกและการนำไปใช้** ผู้ซื้อรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการเลือก การนำไปใช้ การติดตั้ง และความเหมาะสมของสินค้าสำหรับวัตถุประสงค์ที่ตนมุ่งหมาย และจะชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ค่าปรับ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดจากการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือจากการติดตั้งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดคุณลักษณะที่ผู้ผลิตเผยแพร่ มาตรฐานยุโรปที่ประสานสอดคล้องกันซึ่งใช้บังคับ และหลักปฏิบัติทางวิศวกรรมที่ดี เว้นแต่เท่าที่เกิดจากการผิดสัญญาของผู้จัดหา หรือจากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำใด ๆ ของผู้จัดหาหรือของบุคคลใด ๆ ที่ผู้จัดหาต้องรับผิดชอบ

(e) **การใช้งานที่มีความเสี่ยงสูง** สินค้ามิได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในการใช้งานที่ความล้มเหลวอาจนำไปสู่การเสียชีวิต การบาดเจ็บต่อร่างกาย หรือความเสียหายทางกายภาพหรือทางสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง รวมถึงโรงงานนิวเคลียร์ การนำร่องอากาศยาน การเดินเรือ และระบบช่วยชีวิต ผู้ซื้อจะไม่ใช้สินค้าในการใช้งานดังกล่าว และจะชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ค่าปรับ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดจากการใช้งานดังกล่าว ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่จำกัดข้อ 16 หรือกระทบต่อความรับผิดใด ๆ ภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์

(f) **ภาพประกอบและร่างเอกสาร** ภาพประกอบ แบบเขียน และข้อกำหนดคุณลักษณะเบื้องต้นหรือโดยประมาณที่ผู้จัดหาจัดส่งให้ เป็นเพียงร่างและค่าประมาณเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และต้องไม่นำมาใช้เป็นที่พึ่งในด้านความถูกต้องแม่นยำ บรรดาสิทธิในสิ่งเหล่านั้นยังคงเป็นทรัพย์สินของผู้จัดหาหรือของผู้ผลิตที่เกี่ยวข้อง อาจถูกเรียกคืนได้ทุกเมื่อ และต้องถือเป็นความลับตามข้อ 21 ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ยกเว้น จำกัด หรือเปลี่ยนแปลงความรับผิดใด ๆ ของคู่สัญญาฝ่ายใดในกรณีฉ้อฉลหรือการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยฉ้อฉล หรือสิทธิหรือการเยียวยาใด ๆ ของผู้ซื้อตามข้อ 12

(g) **เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์** ข้อ 8(f) ไม่ใช้บังคับกับเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ ผู้จัดหารับประกันว่าสินค้าจะเป็นไปตามเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้บังคับในสาระสำคัญทุกประการ ภายใต้บังคับข้อ 8(a) และค่าเผื่อ วิธีการทดสอบ หรือเงื่อนไขการวัดใด ๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือในข้อกำหนดคุณลักษณะที่ผู้ผลิตเผยแพร่สำหรับสินค้านั้นซึ่งมีผลใช้อยู่ ณ วันที่ของอีเมลยืนยัน ค่าปกติหรือค่าโดยทั่วไปที่ระบุไว้ในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์มิใช่ค่าต่ำสุดที่รับประกัน **หน้าที่เพียงประการเดียวของผู้จัดหาและการเยียวยาเพียงประการเดียวของผู้ซื้อสำหรับการผิดข้อนี้ คือการซ่อมแซม การเปลี่ยนทดแทน หรือการคืนเงินราคาที่ชำระไปสำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบ ตามแต่ผู้จัดหาจะเลือก** ในกรณีที่ผู้จัดหาเลือกที่จะซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทดแทนแต่มิได้ดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควรภายหลังจากที่ได้รับโอกาสเพิ่มเติมในการปฏิบัติการชำระหนี้แล้ว หรือในกรณีที่การซ่อมแซมหรือการเปลี่ยนทดแทนเป็นไปไม่ได้หรือจะไม่ได้สัดส่วน ผู้ซื้ออาจเรียกให้คืนเงินราคาที่ชำระไปสำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบได้ การรับประกันตามข้อนี้ใช้บังคับตลอดระยะเวลารับประกัน ต้องมีการแจ้งตามข้อ 6(c) หรือข้อ 6(d) และข้อนี้อยู่ภายใต้บังคับข้อ 12 และข้อ 14 ข้อ 13(b) สงวนไว้ซึ่งการรับประกันตามข้อนี้

---

## 9. ราคา VAT อากรศุลกากร และการปรับราคา

(a) **ราคา** ผู้ซื้อต้องชำระราคาตามที่กำหนดไว้ในอีเมลยืนยัน เว้นแต่อีเมลยืนยันจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ราคาที่เสนอและที่ต้องชำระให้เป็นสกุลเงิน **ยูโร (EUR)** และไม่รวมค่าขนส่ง ค่าขนถ่ายลง ค่าประกันภัย อากรศุลกากร ภาษี และค่าใช้จ่ายสำหรับบรรจุภัณฑ์ ขนาดดรัมหรือม้วนที่ไม่เป็นมาตรฐาน หรือหนังสือรับรองผลการทดสอบ

(b) **VAT** บรรดาราคาและจำนวนเงินอื่นที่ต้องชำระภายใต้สัญญาไม่รวม VAT ในกรณีที่ผู้จัดหาต้องเรียกเก็บ VAT สำหรับการจัดหาใด ๆ ภายใต้สัญญา ผู้ซื้อต้องชำระ VAT ดังกล่าวเพิ่มเติมจากราคา โดยแลกกับใบกำกับภาษี VAT ที่สมบูรณ์

(c) **หมายเลขประจำตัวผู้เสีย VAT ของผู้ซื้อและหลักฐานการนำสินค้าออก** ผู้ซื้อต้องจัดส่งและคงไว้ซึ่งหมายเลขประจำตัวผู้เสีย VAT ที่สมบูรณ์ของตนซึ่งออกโดยรัฐสมาชิกที่ตนจัดตั้งอยู่ และต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบโดยพลันถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการยกเลิกหมายเลขดังกล่าว ในกรณีที่การจัดหาใดได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นการส่งออกจากสหราชอาณาจักรที่มีอัตราภาษีร้อยละศูนย์หรือได้รับการยกเว้น หรือเป็นการจัดหาสินค้าภายในประชาคมที่ได้รับการยกเว้นซึ่งจัดส่งจากสถานที่ภายในสหภาพ การได้รับสิทธิดังกล่าวขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของหมายเลขประจำตัวผู้เสีย VAT ของผู้ซื้อ ณ เวลาที่จัดหา และการที่ผู้จัดหาถือครองหลักฐานที่น่าพอใจว่าสินค้าได้ถูกนำออกจากประเทศต้นทางแล้ว รวมถึงหลักฐานเอกสารตามที่ Article 45a ของ Council Implementing Regulation (EU) No 282/2011 กำหนดไว้เท่าที่ใช้บังคับ ผู้ซื้อต้องจัดส่งหลักฐานดังกล่าว หรือจัดให้ผู้ขนส่งของตนจัดส่งหลักฐานดังกล่าว ภายใน **สิบห้า (15) วันทำการ** นับแต่วันที่จัดส่ง หากหมายเลขประจำตัวผู้เสีย VAT ของผู้ซื้อไม่สมบูรณ์ หรือมิได้จัดส่งหลักฐานที่กำหนดภายในระยะเวลาดังกล่าว ผู้จัดหาอาจเรียกเก็บ และผู้ซื้อต้องชำระ VAT ที่จะต้องเสียตามปกติ พร้อมกับดอกเบี้ยหรือค่าปรับใด ๆ ที่ประเมินแก่ผู้จัดหาอันเป็นผลจากการนั้น และผู้จัดหาจะให้เครดิตจำนวนเงินดังกล่าวหากมีการจัดส่งหลักฐานในภายหลังและได้รับสิทธินั้น ผู้ซื้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดา VAT ดอกเบี้ย และค่าปรับที่ประเมินแก่ผู้จัดหาอันเป็นผลจากการที่ผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามข้อนี้

(d) **แหล่งกำเนิดสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษ** ในกรณีที่สินค้ามีคุณสมบัติเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในสหราชอาณาจักรภายใต้กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าใน TCA ผู้จัดหาจะจัดส่งคำแถลงเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดในรูปแบบที่กำหนด เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรในการนำเข้าสู่สหภาพได้ **ผู้จัดหาไม่ได้รับประกันว่าสินค้าใดมีคุณสมบัติเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดดังกล่าว** และจะจัดส่งคำแถลงเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดเฉพาะในกรณีที่ผู้จัดหาพอใจจากข้อมูลที่ตนมีอยู่ว่าสินค้ามีคุณสมบัติดังกล่าว ผู้ซื้อต้องไม่ขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าใด ๆ ที่ผู้จัดหามิได้จัดส่งคำแถลงเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดไว้ให้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องเก็บรักษาบันทึกที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดไว้ตลอดระยะเวลาที่ TCA และ Union Customs Code กำหนด และต้องจัดส่งบันทึกดังกล่าวและคำแถลงของผู้จัดหาหรือคำตอบในการตรวจสอบใด ๆ ที่หน่วยงานศุลกากรต้องการตามสมควร ในกรณีที่สิทธิพิเศษถูกปฏิเสธหรือถูกเพิกถอนโดยมิได้เกิดจากการที่ผู้จัดหาให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อากร ดอกเบี้ย และค่าปรับที่เป็นผลตามมาเป็นความรับผิดชอบของผู้ซื้อ ประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ที่มิใช่การได้รับสิทธิพิเศษเป็นไปตามที่ผู้ผลิตแจ้งแก่ผู้จัดหา จะแจ้งให้ทราบเมื่อได้รับการร้องขอ และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละรอบการผลิต ผู้จัดหาไม่ได้แสดงข้อความว่าสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดใด ๆ ที่อิงกับแหล่งกำเนิดสินค้าหรือสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ และคู่สัญญาฝ่ายใดจะไม่แสดงข้อความใด ๆ เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของสินค้าที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่จัดส่งให้ภายใต้ข้อนี้

(e) **อากรศุลกากร ค่าธรรมเนียมนำเข้า และ CBAM** ราคาไม่รวมบรรดาอากรศุลกากร ภาษีศุลกากร อากรตอบโต้การทุ่มตลาดและอากรตอบโต้การอุดหนุน VAT นำเข้า ค่าธรรมเนียมนำเข้า ค่าธรรมเนียมตัวแทนออกของ ต้นทุนการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน และค่าธรรมเนียมทำนองเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของผู้ซื้อ ผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้าตามที่บันทึกไว้สำหรับการขนส่งทุกครั้งที่นำเข้าสู่สหภาพอันเกี่ยวเนื่องกับการจัดหาสินค้า และรับผิดชอบใบขนสินค้า การจำแนกประเภท การประเมินราคา และการชำระอากรและ VAT นำเข้า ตามข้อ 5(d) ผู้ซื้อต้องมีหมายเลข EORI ที่สมบูรณ์ในรัฐสมาชิกที่นำเข้า และต้องแจ้งหมายเลขดังกล่าวแก่ผู้จัดหาก่อนการจัดส่ง ในกรณีที่สินค้าอยู่ในขอบเขตของ CBAM Regulation ผู้ซื้อในฐานะผู้นำเข้ามีหน้าที่รับผิดชอบตามหน้าที่ของตนในฐานะผู้ยื่นคำแถลง CBAM ที่ได้รับอนุญาต รวมถึงการยื่นคำแถลง CBAM และการส่งมอบใบรับรอง CBAM ผู้จัดหาจะจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแฝงที่อยู่ในความครอบครองของตนหรือที่ตนสามารถขอรับได้จากผู้ผลิตที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้รับการร้องขอเป็นหนังสือและโดยผู้ซื้อเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตามสมควร และไม่ได้รับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว

(f) **การปรับราคาเนื่องจากต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายเปลี่ยนแปลง** หากต้นทุนของผู้จัดหาในการปฏิบัติตามสัญญาเพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากการมีผลใช้บังคับของกฎหมาย กฎระเบียบ ภาษีศุลกากร อากร หรือมาตรการอื่นใดของรัฐที่มีผลบังคับเป็นกฎหมายในเขตอำนาจใด ๆ ภายหลังวันที่ของใบเสนอราคา ราคาอาจถูกปรับเพื่อครอบคลุมต้นทุนส่วนเพิ่มนั้นและไม่เกินกว่าต้นทุนส่วนเพิ่มนั้น การปรับราคาไม่รวมกำไรส่วนเพิ่มใด ๆ และผู้จัดหาจะจัดส่งหลักฐานแสดงการเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับการร้องขอ **ข้อนี้ใช้บังคับกับคำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับแล้วแต่ยังมิได้ส่งมอบ** ผู้จัดหาจะแจ้งการปรับราคาดังกล่าวเป็นหนังสือ และผู้ซื้ออาจยกเลิกส่วนที่ยังมิได้ส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วยการแจ้งเป็นหนังสือภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งนั้น **ในกรณีที่ผู้จัดหาแจ้งการปรับราคาภายใต้ข้อนี้สำหรับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ หรือสินค้า NCNR ซึ่งได้เริ่มการตัดหรือการผลิตแล้ว หรือซึ่งผู้จัดหาได้ผูกพันตนโดยไม่อาจเพิกถอนได้แล้ว ผู้จัดหาต้องเลือก และต้องระบุการเลือกของตนไว้ในหนังสือแจ้งนั้น ระหว่าง (i) การรับภาระต้นทุนส่วนเพิ่มสำหรับสินค้านั้นไว้เอง ซึ่งในกรณีนั้นจะไม่มีการปรับราคาสำหรับสินค้านั้นและสิทธิยกเลิกตามข้อนี้ไม่ใช้บังคับกับสินค้านั้น หรือ (ii) การยอมให้ผู้ซื้อยกเลิกส่วนที่ยังมิได้ส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย** ในกรณีที่มาตรการที่เกี่ยวข้องทำให้ต้นทุนของผู้จัดหาลดลง ผู้จัดหาจะลดราคาลงตามส่วน

(g) **สกุลเงิน** ราคาสินค้านำเข้าคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ของใบเสนอราคา ผู้จัดหาอาจปรับราคาสุดท้ายเพื่อสะท้อนความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างวันที่ของใบเสนอราคากับวันที่นำเข้า หรือในกรณีที่ผู้จัดหามิได้เป็นผู้นำเข้าสินค้า วันที่จัดส่ง ข้อนี้ใช้บังคับเฉพาะกับคำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับแล้วแต่ยังมิได้ส่งมอบ และต้องแจ้งการปรับราคาก่อนการจัดส่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบ ผู้จัดหาจะจัดส่งหลักฐานแสดงความเคลื่อนไหวดังกล่าวเมื่อได้รับการร้องขอ ในกรณีที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นคุณแก่ผู้ซื้อ ผู้จัดหาจะลดราคาลงตามส่วน จะไม่มีการปรับราคาภายใต้ข้อนี้สำหรับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ หรือสินค้า NCNR เมื่อได้เริ่มการตัดหรือการผลิตแล้ว หรือเมื่อผู้จัดหาได้ผูกพันตนโดยไม่อาจเพิกถอนได้เกี่ยวกับสินค้านั้นแล้ว ผู้จัดหาจะแจ้งการปรับราคาดังกล่าวเป็นหนังสือ และผู้ซื้ออาจยกเลิกส่วนที่ยังมิได้ส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วยการแจ้งเป็นหนังสือภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งนั้น

(h) **ภาษีหัก ณ ที่จ่าย** บรรดาจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้ชำระโดยปราศจากการหักหรือการหักภาษี ณ ที่จ่ายใด ๆ เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้ต้องหักหรือหักภาษี ณ ที่จ่าย ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องหักหรือหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อต้องชำระจำนวนเงินเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าผู้จัดหาได้รับจำนวนเงินเท่ากับที่ตนจะได้รับหากมิได้มีการหักหรือการหักภาษี ณ ที่จ่าย และต้องจัดส่งใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองที่แสดงจำนวนเงินที่หักหรือที่หักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้จัดหา ผู้จัดหาจะจัดส่งหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่หรือเอกสารอื่นใดที่ต้องการตามสมควรเพื่อขอรับสิทธิภายใต้ความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่ใช้บังคับ และให้ลดจำนวนเงินเพิ่มเติมที่ต้องชำระภายใต้ข้อนี้ลงเท่าที่ได้รับสิทธินั้นจริง

(i) **ราคาขายต่อ** ผู้ซื้อมีอิสระในการกำหนดราคาที่ตนจะขายสินค้าต่อ ไม่มีข้อความใดในสัญญา และไม่มีการติดต่อสื่อสารใดจากผู้จัดหา ที่จำกัดความสามารถของผู้ซื้อในการกำหนดราคาขายต่อของตน จำกัดอาณาเขตที่ผู้ซื้ออาจขายสินค้าต่อไปยัง หรือลูกค้าที่ผู้ซื้ออาจขายสินค้าต่อให้ หรือจำกัดความสามารถของผู้ซื้อในการขายเชิงรับ (passive sales) ราคาขายต่อที่แนะนำหรือราคาขายต่อสูงสุดใด ๆ ที่ผู้จัดหาแจ้ง เป็นเพียงคำแนะนำหรือราคาสูงสุดเท่านั้นและไม่มีผลผูกพัน ผู้ซื้อไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามและจะไม่เสียเปรียบใด ๆ หากมิได้ปฏิบัติตาม ให้ข้อ 12(g) ใช้บังคับกับข้อกำหนดใด ๆ ที่จะเป็นการฝ่าฝืน Article 101(1) ของ Treaty on the Functioning of the European Union

---

## 10. การชำระเงินและการชำระเงินล่าช้า

(a) **เงื่อนไข** การชำระเงินถึงกำหนดชำระด้วยเงินที่เรียกเก็บได้แล้วก่อนการจัดส่ง หรือในกรณีที่ผู้จัดหาได้ให้วงเงินสินเชื่อ ภายใน **สามสิบ (30) วัน** นับแต่วันสิ้นเดือนของวันที่ในใบแจ้งหนี้ คู่สัญญารับทราบว่าภายใต้ Late Payment Directive ระยะเวลาชำระเงินที่เกินกว่าหกสิบ (60) วันย่อมมีผลเฉพาะในกรณีที่ได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งและไม่เป็นการไม่เป็นธรรมอย่างร้ายแรงต่อผู้จัดหาเท่านั้น และว่าระยะเวลาชำระเงินใด ๆ ที่ตกลงกันไว้ในข้อกำหนดพิเศษอยู่ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว การชำระเงินให้กระทำโดยการโอนเงินผ่านธนาคารไปยังบัญชีที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้ ผู้จัดหาไม่รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่นเป็นหนังสือ

(b) **ไม่ต้องมีการเตือน** ผู้ซื้อตกเป็นผู้ผิดนัดเมื่อระยะเวลาชำระเงินสิ้นสุดลงโดยไม่ต้องมีการเตือนใด ๆ

(c) **ดอกเบี้ยจากการชำระเงินล่าช้า** ดอกเบี้ยเกิดขึ้นกับจำนวนเงินที่ค้างชำระเกินกำหนดในอัตราที่ธนาคารกลางยุโรปใช้กับปฏิบัติการรีไฟแนนซ์หลักครั้งล่าสุดของตนที่ดำเนินการก่อนวันแรกตามปฏิทินของครึ่งปีที่เกี่ยวข้อง บวก **แปด (8) จุดร้อยละ** คำนวณเป็นรายวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดชำระจนกว่าจะชำระครบถ้วน หรือในอัตราตามกฎหมายสำหรับการชำระเงินล่าช้าในธุรกรรมทางการค้าภายใต้กฎหมายของรัฐสมาชิกที่ผู้ซื้อจัดตั้งอยู่ หากอัตราดังกล่าวสูงกว่า ดอกเบี้ยไม่เกิดขึ้นกับจำนวนเงินใด ๆ ที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) สำหรับระยะเวลาที่ยังคงมีการโต้แย้งดังกล่าวอยู่ ในกรณีที่ข้อโต้แย้งได้รับการวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ผู้จัดหา ให้ดอกเบี้ยเกิดขึ้นกับจำนวนเงินที่วินิจฉัยว่าค้างชำระนับแต่วันครบกำหนดชำระเดิม

(d) **ค่าชดเชยค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้** นอกเหนือจากดอกเบี้ย ผู้จัดหามีสิทธิได้รับจำนวนเงินคงที่ **EUR 40** สำหรับใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับที่มิได้ชำระภายในวันครบกำหนด เป็นค่าชดเชยค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้ของตนเอง โดยไม่ต้องมีการเตือนใด ๆ และมีสิทธิได้รับค่าชดเชยอันสมควรสำหรับค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้ใด ๆ ที่เกินกว่าจำนวนเงินคงที่ดังกล่าว รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและค่าธรรมเนียมหน่วยงานเรียกเก็บหนี้ ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่ยกเว้นหรือจำกัดสิทธิของผู้จัดหาในการได้รับดอกเบี้ยตามข้อ 10(c) หรือจำนวนเงินคงที่ตามข้อนี้ และข้อกำหนดใด ๆ ที่จะมีผลเช่นนั้นย่อมตกเป็นโมฆะเพียงเท่านั้นภายใต้ Late Payment Directive

(e) **การหักกลบลบหนี้และการหน่วงเหนี่ยว** คู่สัญญาฝ่ายใดไม่อาจหักกลบลบหนี้ หักลด หรือหน่วงเหนี่ยวจำนวนเงินใด ๆ ที่ต้องชำระแก่อีกฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่ในส่วนของข้อเรียกร้องแย้งที่ไม่มีข้อโต้แย้ง ที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ยอมรับเป็นหนังสือ ที่ได้กำหนดไว้โดยคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ถึงที่สุดและมีผลผูกพัน หรือที่เกิดขึ้นภายใต้คำสั่งซื้อเดียวกันและผู้ซื้อได้โต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) และยังมิได้มีการวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ผู้จัดหา ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่จำกัดสิทธิในการหน่วงเหนี่ยวหรือหักกลบลบหนี้ใด ๆ ที่ไม่อาจยกเว้นได้โดยชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

(f) **ใบแจ้งหนี้ที่มีข้อโต้แย้ง** ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือถึงใบแจ้งหนี้ที่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับใบแจ้งหนี้ หรือภายในระยะเวลาที่ใช้บังคับตามข้อ 6(c) หรือข้อ 6(d) ในกรณีที่ข้อโต้แย้งเกี่ยวข้องกับจำนวนสินค้าที่ขาด ความเสียหายระหว่างการขนส่ง การจัดหาสินค้าผิด หรือความชำรุดบกพร่อง แล้วแต่ระยะเวลาใดจะสิ้นสุดภายหลัง โดยระบุจำนวนเงินที่โต้แย้งและเหตุแห่งการโต้แย้ง อย่างไรก็ดี ผู้ซื้อยังคงต้องชำระส่วนของใบแจ้งหนี้ที่ไม่มีข้อโต้แย้งตามข้อ 10(a) และผู้จัดหาจะออกใบลดหนี้หรือคืนเงินสำหรับจำนวนเงินที่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ในกรณีที่ข้อโต้แย้งสำหรับจำนวนเงินนั้นได้รับการวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ผู้ซื้อ

(g) **การจัดสรรการชำระเงิน** ในกรณีที่ผู้ซื้อกำหนดเป็นหนังสือ ณ เวลาหรือก่อนเวลาชำระเงิน ถึงหนี้ที่จะให้นำเงินไปหักชำระ ผู้จัดหาต้องนำไปหักชำระตามนั้น ในกรณีที่ไม่มีการกำหนดดังกล่าว ผู้จัดหาอาจนำเงินที่ได้รับชำระใด ๆ ไปหักกับจำนวนเงินใด ๆ ที่ผู้ซื้อค้างชำระ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้ ตามลำดับใด ๆ ที่ตนกำหนด และจะแจ้งการจัดสรรดังกล่าวให้ผู้ซื้อทราบเมื่อได้รับการร้องขอ แม้จะมีประโยคก่อนหน้านี้ก็ตาม ในกรณีที่ผู้จัดหาเรียกร้องหรือบังคับการสงวนกรรมสิทธิ์ตามข้อ 4 ให้ถือว่าเงินที่ได้รับชำระได้ถูกนำไปหักกับราคาซื้อของสินค้าเป็นลำดับแรกตามลำดับที่ได้ออกใบแจ้งหนี้สำหรับสินค้านั้น โดยเรียงจากรายการที่เก่าที่สุดก่อน และผู้จัดหาจะเก็บรักษาและจัดแสดงบันทึกที่ระบุราคาซื้อที่ยังมิได้ชำระของสินค้าแต่ละรายการเมื่อได้รับการร้องขอ

(h) **การเรียกให้ชำระหนี้ก่อนกำหนด** เมื่อเกิดเหตุผิดนัด บรรดาจำนวนเงินที่ผู้ซื้อค้างชำระแก่ผู้จัดหาในบัญชีใด ๆ ย่อมถึงกำหนดและต้องชำระทันที ไม่ว่าจะถึงกำหนดชำระก่อนหน้านั้นแล้วหรือไม่ก็ตาม

(i) **ค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้** ผู้ซื้อต้องชดใช้คืนแก่ผู้จัดหาซึ่งบรรดาค่าใช้จ่ายอันสมควรในการเรียกเก็บหนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ค่าธรรมเนียมหน่วยงานเรียกเก็บหนี้ และค่าธรรมเนียมเช็คคืนหรือการชำระเงินที่ถูกตีกลับใด ๆ ที่ธนาคารของผู้จัดหาเรียกเก็บ พร้อมกับค่าดำเนินการอันสมควร ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวในกรณีที่ผู้ซื้อได้โต้แย้งใบแจ้งหนี้ที่เกี่ยวข้องโดยสุจริตตามข้อ 10(f) จำนวนเงินที่เรียกคืนภายใต้ข้อนี้เป็นการเพิ่มเติมจาก และให้หักด้วยจำนวนเงินคงที่ที่ต้องชำระตามข้อ 10(d)

---

## 11. การรับประกัน

(a) **กรรมสิทธิ์และการปลอดจากสิทธิของบุคคลภายนอก** ผู้จัดหารับประกันว่า (i) ณ เวลาที่ส่งมอบ ผู้จัดหามีสิทธิขายสินค้า และสินค้าปราศจากหลักประกัน ภาระ สิทธิยึดหน่วง หรือภาระติดพันอื่นใด นอกเหนือจากการสงวนกรรมสิทธิ์และหลักประกันที่ก่อขึ้นตามข้อ 3(f) และข้อ 4 และภาระติดพันใด ๆ ที่ได้เปิดเผยแก่ผู้ซื้อเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบ (ii) เมื่อมีการชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับสินค้า ผู้ซื้อได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์อันสมบูรณ์ในสินค้านั้นโดยปราศจากภาระติดพันทั้งปวงที่ผู้จัดหาหรือบุคคลที่อาศัยสิทธิของผู้จัดหาได้ก่อขึ้น และ (iii) ในกรณีที่ผู้ซื้อขายสินค้าในทางการค้าปกติของธุรกิจของตนตามที่ข้อ 4(f)(iv) อนุญาต ก่อนการชำระเงินเต็มจำนวน การขายนั้นกระทำโดยอาศัยอำนาจของผู้จัดหา และสินค้านั้นถูกขายไปโดยปลอดจากการสงวนกรรมสิทธิ์ของผู้จัดหา และผู้จัดหาจะดำเนินการทุกประการที่จำเป็นตามสมควรเพื่อให้อนุมาตรานี้มีผล ไม่มีข้อความใดใน (iii) ที่กระทบต่อสิทธิของผู้จัดหาในเงินที่ได้จากการขายนั้นตามข้อ 4(b)(iii) และข้อ 4(g) ต่อหน้าที่ของผู้ซื้อตามข้อ 4(f) และข้อ 4(g) หรือต่อสิทธิของผู้จัดหาเกี่ยวกับการขายที่มิได้กระทำในทางการค้าปกติของธุรกิจของผู้ซื้อ

(b) **การรับประกันของผู้ผลิต** **ผู้จัดหามิได้เป็นผู้ผลิตสินค้าด้วยตนเอง เว้นแต่ตามที่ระบุไว้ในข้อ 11(c) ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อประเด็นที่ว่าผู้จัดหาเป็นผู้ผลิตสินค้าใดเพื่อวัตถุประสงค์ของกฎหมายสหภาพหรือไม่ ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 15(b)(i) ผู้จัดหามิได้เป็นและไม่อาจเป็นผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพ ตามที่ข้อ 15(a) บันทึกไว้** ผู้จัดหาโอนและส่งผ่านการรับประกันทั้งปวงที่ผู้ผลิตให้ไว้แก่ผู้จัดหาไปยังผู้ซื้อ เท่าที่สามารถโอนได้ และให้อำนาจผู้ซื้อในการยื่นและตกลงเรื่องข้อเรียกร้องตามการรับประกันโดยตรงกับผู้ผลิต ผู้จัดหาจะจัดส่งสาระสำคัญของข้อกำหนดการรับประกันของผู้ผลิตที่ใช้บังคับเมื่อได้รับการร้องขอ ซึ่งผู้จัดหาอาจจัดส่งในรูปแบบคำแถลงข้อกำหนดดังกล่าวที่ผู้จัดหาออกให้ หรือในรูปแบบที่มีการปกปิดข้อความบางส่วน โดยมีเงื่อนไขว่าผู้จัดหาจะไม่ปกปิดระยะเวลา ขอบเขต ข้อยกเว้น เงื่อนไข หรือการเยียวยาตามการรับประกัน และอาจปกปิดได้เพียงราคาและข้อกำหนดทางการค้าอื่นที่มิใช่สาระสำคัญต่อข้อเรียกร้องตามการรับประกันเท่านั้น **ในกรณีที่การรับประกันของผู้ผลิตไม่อาจโอนได้ ผู้จัดหาจะดำเนินการเรียกร้องตามการรับประกันต่อผู้ผลิตในนามของผู้ซื้อ ตามคำขอเป็นหนังสือและด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ และจะส่งมอบเงินที่ได้รับให้แก่ผู้ซื้อ**

(c) **การรับประกันแบบจำกัดของผู้จัดหา** สำหรับสินค้าที่ผู้จัดหาเป็นผู้ผลิต ประกอบ หรือเข้าหัว ผู้จัดหารับประกันว่าสินค้านั้นจะปราศจากความชำรุดบกพร่องอันเป็นสาระสำคัญในวัสดุและฝีมือการผลิตตลอดระยะเวลารับประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าได้มีการแจ้งตามข้อ 6(c) หรือข้อ 6(d) หน้าที่เพียงประการเดียวของผู้จัดหาและการเยียวยาเพียงประการเดียวของผู้ซื้อคือการซ่อมแซม การเปลี่ยนทดแทน หรือการคืนเงินราคาที่ชำระไป ตามแต่ผู้จัดหาจะเลือก ในกรณีที่ผู้จัดหาเลือกที่จะซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทดแทนแต่มิได้ดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควรภายหลังจากที่ได้รับโอกาสเพิ่มเติมในการปฏิบัติการชำระหนี้แล้ว หรือในกรณีที่การซ่อมแซมหรือการเปลี่ยนทดแทนเป็นไปไม่ได้หรือไม่ได้สัดส่วน ผู้ซื้ออาจเรียกให้คืนเงินราคาที่ชำระไปสำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบได้ ข้อนี้อยู่ภายใต้บังคับข้อ 12 และข้อ 14 ข้อ 13(b) สงวนไว้ซึ่งการรับประกันตามข้อนี้

(d) **การตรวจสอบ** ในระหว่างระยะเวลารับประกัน ผู้จัดหาอาจตรวจสอบสินค้า ณ สถานที่ของผู้ซื้อ หรือเรียกให้ส่งคืนสินค้าไปยังสถานที่ที่กำหนด โดยในแต่ละกรณีให้ผู้จัดหาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในกรณีที่ข้อเรียกร้องได้รับการยอมรับ

(e) **ข้อยกเว้น** การรับประกันใด ๆ ภายใต้ข้อนี้ไม่ครอบคลุมความชำรุดบกพร่องที่เกิดจากการจัดเก็บหรือการเคลื่อนย้ายที่ไม่เหมาะสม การสึกหรอตามปกติ สัตว์รบกวน ความเสียหายโดยเจตนาหรือโดยอุบัติเหตุ การดัดแปลงหรือการซ่อมแซมโดยบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้จัดหาหรือบุคคลที่ผู้จัดหามอบอำนาจให้ การเปิดตัวเรือนที่ผนึกไว้ การเปลี่ยนแปลงหรือการลบหมายเลขลำดับ หรือการติดตั้งหรือการใช้งานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดคุณลักษณะที่ผู้ผลิตเผยแพร่ มาตรฐานยุโรปที่ประสานสอดคล้องกันซึ่งใช้บังคับ และหลักปฏิบัติทางวิศวกรรมที่ดี การรับประกันใด ๆ ภายใต้ข้อนี้ไม่ครอบคลุมชิ้นส่วนสิ้นเปลือง รวมถึงแบตเตอรี่ กระเป๋าใส่อุปกรณ์ เครื่องชาร์จ สายเคเบิลที่จัดหาให้เป็นอุปกรณ์เสริม หรือสายอ้างอิง เกินกว่าระยะเวลาที่ระบุไว้สำหรับสิ่งเหล่านั้นในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้บังคับ

(f) **การเยียวยาขั้นสุดท้าย** ในกรณีที่สินค้าที่มิได้อยู่ภายใต้ข้อ 11(c) ไม่เป็นไปตามการรับประกันของผู้ผลิตที่ใช้บังคับ และผู้ผลิตมิได้ให้การเยียวยาภายในเก้าสิบ (90) วันนับแต่วันเริ่มต้นการเรียกร้อง ผู้จัดหาจะซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทดแทนสินค้า หรือคืนเงินราคาที่ชำระไปสำหรับสินค้านั้น ตามแต่ตนจะเลือก **วันเริ่มต้นการเรียกร้อง** คือ (i) ในกรณีที่ผู้จัดหามีหน้าที่ต้องดำเนินการเรียกร้องตามข้อ 11(b) วันที่ผู้จัดหายื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ผลิต และ (ii) ในกรณีอื่นทั้งปวง วันที่ผู้ซื้อยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ผลิตโดยชอบ หรือวันที่ผู้ซื้อแจ้งการยื่นดังกล่าวแก่ผู้จัดหาเป็นหนังสือ โดยระบุสินค้า ความบกพร่องที่เรียกร้อง และวันที่ยื่น แล้วแต่วันใดจะถึงภายหลัง ผู้ซื้อต้องแจ้งดังกล่าวภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ยื่นข้อเรียกร้อง และต้องจัดส่งสำเนาการติดต่อสื่อสารของตนกับผู้ผลิตอันเกี่ยวกับข้อเรียกร้องนั้นเมื่อผู้จัดหาร้องขอเป็นหนังสือ การไม่แจ้งภายในห้า (5) วันทำการโดยตัวของมันเองไม่ทำให้ผู้ซื้อเสียสิทธิในการเยียวยาตามข้อนี้ แต่ระยะเวลาเก้าสิบ (90) วันจะยังไม่เริ่มนับจนกว่าจะได้มีการแจ้ง ข้อนี้ใช้บังคับเฉพาะกับสินค้าที่ระยะเวลารับประกันยังมิได้สิ้นสุดลง ณ วันที่ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ผลิต ในกรณีที่ผู้จัดหาพอใจตามสมควรจากข้อมูลที่ตนมีอยู่ว่าผู้ผลิตกำลังพิจารณาข้อเรียกร้องนั้นอยู่ และผู้จัดหาแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวแก่ผู้ซื้อก่อนสิ้นระยะเวลาเก้าสิบ (90) วัน ให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปอีกไม่เกินหกสิบ (60) วัน ข้อนี้ใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่ผู้ซื้อได้แจ้งตามข้อ 6(c) หรือข้อ 6(d) แล้วเท่านั้น การเยียวยานี้เป็นการเยียวยาเพียงประการเดียวของผู้ซื้อสำหรับสินค้าดังกล่าว และอยู่ภายใต้บังคับข้อ 12 และข้อ 14 ข้อ 13(b) สงวนไว้ซึ่งการรับประกันตามข้อนี้

(g) **การรับประกันสินค้าที่ซ่อมแซมและสินค้าเปลี่ยนทดแทน** ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ใช้บังคับกับสินค้าที่ซ่อมแซมหรือสินค้าเปลี่ยนทดแทนใด ๆ ที่ผู้จัดหาจัดหาให้ ระยะเวลารับประกันสำหรับสินค้าที่ซ่อมแซมหรือสินค้าเปลี่ยนทดแทน คือระยะเวลารับประกันเดิมที่เหลืออยู่ หรือ **สาม (3) เดือน** นับแต่วันที่ส่งมอบสินค้าที่ซ่อมแซมหรือสินค้าเปลี่ยนทดแทน แล้วแต่ระยะเวลาใดจะยาวกว่า

(h) **เงื่อนไขที่ใช้บังคับกับการเยียวยา** ในกรณีที่ผู้จัดหาซ่อมแซม เปลี่ยนทดแทน หรือคืนเงินตามข้อ 8(g) ข้อ 11(c) ข้อ 11(f) หรือข้อ 20(d) (i) ผู้ซื้อต้องส่งคืนสินค้าที่ได้รับผลกระทบให้แก่ผู้จัดหา หรือจัดให้สินค้านั้นพร้อมสำหรับการเข้ารับ ตามคำขอและด้วยค่าใช้จ่ายของผู้จัดหา และก่อนดำเนินการดังกล่าวต้องสำรองและลบข้อมูลใด ๆ และข้อมูลอันเป็นความลับ ข้อมูลกรรมสิทธิ์ หรือข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่เก็บอยู่บนหรือในสินค้านั้น (ii) กรรมสิทธิ์ในสินค้าที่เปลี่ยนทดแทนหรือคืนเงินแล้วโอนไปยังผู้จัดหาเมื่อมีการเปลี่ยนทดแทนหรือคืนเงิน หรือในกรณีที่กรรมสิทธิ์ยังมิได้โอนไปยังผู้ซื้อ ให้ยังคงอยู่กับผู้จัดหา และ (iii) เท่าที่กฎหมายอนุญาต ผู้ซื้อโอนสิทธิทั้งปวงที่ตนมีต่อผู้ผลิตเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับผลกระทบให้แก่ผู้จัดหา เท่ากับจำนวนเงินที่คืนหรือมูลค่าของการซ่อมแซมหรือการเปลี่ยนทดแทนที่ได้จัดให้ และจะดำเนินการทุกประการที่จำเป็นเพื่อให้การโอนสิทธิดังกล่าวมีผล

(i) **ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน** แม้จะมีการเยียวยาโดยเฉพาะในข้อ 8(g) ข้อ 11(c) และข้อ 11(f) ก็ตาม ในกรณีที่สินค้าไม่เป็นไปตามการรับประกันของผู้จัดหาและผู้ซื้อได้แจ้งตามข้อ 6(c) หรือข้อ 6(d) แล้ว ผู้ซื้ออาจเรียกคืนค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนของตนสำหรับสินค้านั้นเพิ่มเติมได้ สิทธิดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับข้อ 14 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพดานตามข้อ 14(a) ไม่ใช้บังคับเท่าที่ความไม่เป็นไปตามการรับประกันนั้นเกิดจากเรื่องที่ระบุไว้ในข้อ 11(e) และให้ลดลงเท่าที่ผู้ซื้อได้เรียกคืนค่าใช้จ่ายเดียวกันภายใต้ข้อกำหนดอื่นใดของสัญญา

---

## 12. กฎเกณฑ์บังคับ ความรับผิดที่ไม่อาจยกเว้นได้ และกฎหมายท้องถิ่น

(a) **กฎเกณฑ์บังคับมีผลเหนือกว่า** ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่ยกเว้น จำกัด หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิ การเยียวยา หรือความรับผิดใด ๆ ที่ไม่อาจยกเว้น จำกัด หรือเปลี่ยนแปลงได้โดยชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญา หรือภายใต้กฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ใช้บังคับกับสัญญาแม้จะมีการเลือกกฎหมายตามข้อ 26(a) ก็ตาม ข้อ 6(e) ข้อ 11 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 24 และข้อ 26(h) ใช้บังคับเพียงเท่าที่กฎหมายอนุญาต และอยู่ภายใต้บังคับข้อ 12 นี้

(b) **ข้อจำกัดของการเลือกใช้กฎหมายอังกฤษ** คู่สัญญารับทราบและตกลงว่า (i) ภายใต้ Article 3(3) ของ Rome I ในกรณีที่องค์ประกอบอื่นทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ณ เวลาที่เลือกกฎหมาย ตั้งอยู่ในประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศอังกฤษ การเลือกใช้กฎหมายอังกฤษไม่กระทบต่อการใช้บังคับของบทบัญญัติของกฎหมายของประเทศนั้นซึ่งไม่อาจตกลงยกเว้นได้ (ii) ภายใต้ Article 3(4) ของ Rome I ในกรณีที่องค์ประกอบอื่นทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ณ เวลาที่เลือกกฎหมาย ตั้งอยู่ในรัฐสมาชิกหนึ่งรัฐหรือหลายรัฐ การเลือกใช้กฎหมายอังกฤษไม่กระทบต่อการใช้บังคับของบทบัญญัติของกฎหมายสหภาพ ตามที่นำมาปฏิบัติในรัฐสมาชิกของศาลที่พิจารณาคดีเท่าที่เหมาะสม ซึ่งไม่อาจตกลงยกเว้นได้ และ (iii) ภายใต้ Article 9 ของ Rome I การเลือกใช้กฎหมายอังกฤษไม่จำกัดการใช้บังคับของบทบัญญัติบังคับเด็ดขาดของกฎหมายของศาลที่พิจารณาคดี และอาจให้ผลแก่บทบัญญัติบังคับเด็ดขาดของกฎหมายของประเทศที่หนี้อันเกิดจากสัญญาต้องได้รับการชำระหรือได้รับการชำระแล้ว เท่าที่บทบัญญัติเหล่านั้นทำให้การชำระหนี้เป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่บทบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ ให้บทบัญญัตินั้นมีผลเหนือกว่าข้อกำหนดใด ๆ ของสัญญาที่ไม่สอดคล้องกัน และให้ตีความข้อกำหนดนั้นให้แคบลงเท่าที่จำเป็นและให้ยังคงมีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ในประการอื่น

(c) **ความรับผิดที่มิได้ถูกยกเว้น** ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำหรับ (i) การเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บต่อร่างกายที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของคู่สัญญาฝ่ายนั้น หรือจากความประมาทเลินเล่อของบุคคลใด ๆ ที่ตนต้องรับผิดชอบ (ii) การฉ้อฉลหรือการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยฉ้อฉล (iii) เจตนา และความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยในแต่ละกรณีให้เป็นไปเท่าที่กฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดสำหรับกรณีนั้นไว้ล่วงหน้า (iv) ความรับผิดใด ๆ ภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ หรือ (v) ความรับผิดอื่นใดที่ไม่อาจยกเว้นหรือจำกัดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ของ (iii) การใช้สิทธิหรือดุลพินิจโดยสุจริตตามที่สัญญาให้ไว้โดยชัดแจ้ง และการกระทำใด ๆ โดยสุจริตเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือความปลอดภัย หรือเพื่อบรรเทาความสูญเสีย โดยตัวของมันเองมิใช่พยานหลักฐานแห่งเจตนา และการผิดสัญญาย่อมมิได้กระทำโดยเจตนาเพียงเพราะการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำอันเป็นการผิดสัญญานั้นเป็นการกระทำโดยจงใจ ไม่มีข้อความใดในอนุมาตรานี้ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดสำหรับความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือความรับผิดอื่นใดที่กฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้ยกเว้นหรือจำกัด

(d) **หน้าที่ตามสัญญาอันเป็นสาระสำคัญ** ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญา หรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ใช้บังคับตามข้อ 12(b) กำหนดไว้ ความรับผิดของผู้จัดหาสำหรับการผิดหน้าที่ตามสัญญาอันเป็นสาระสำคัญย่อมมิได้ถูกยกเว้น **หน้าที่ตามสัญญาอันเป็นสาระสำคัญ** หมายถึง หน้าที่ซึ่งการปฏิบัติตามเป็นสาระสำคัญต่อการปฏิบัติตามสัญญาโดยถูกต้อง และซึ่งผู้ซื้ออาจอาศัยการปฏิบัติตามนั้นได้ตามสมควร ในกรณีเช่นนั้น ความรับผิดของผู้จัดหาให้จำกัดอยู่เพียงความสูญเสียที่ผู้จัดหาพึงคาดหมายได้ตามปกติ ณ เวลาที่ทำสัญญา และให้ข้อ 14(a) และข้อ 14(b) ใช้บังคับเพียงเท่าที่สอดคล้องกับข้อจำกัดดังกล่าว

(e) **การอนุมัติข้อกำหนดที่เป็นภาระเป็นการเฉพาะ** ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญากำหนดว่าข้อกำหนดบางประการในเงื่อนไขมาตรฐานต้องได้รับการอนุมัติเป็นการเฉพาะเป็นหนังสือจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจึงจะมีผล ผู้ซื้ออนุมัติข้อดังต่อไปนี้เป็นการเฉพาะ ได้แก่ ข้อ 4 (การสงวนกรรมสิทธิ์และหลักประกัน) ข้อ 5(b) (การโอนความเสี่ยง) ข้อ 6(a) (วันที่ส่งมอบและข้อจำกัดในการบอกเลิกสัญญาเพราะความล่าช้า) ข้อ 6(c) ข้อ 6(d) และข้อ 6(e) (ระยะเวลาในการแจ้งความชำรุดบกพร่องและผลของการแจ้ง) ข้อ 7(b) (ข้อยกเว้นจากสิทธิในการส่งคืน) ข้อ 7(e) (ค่าธรรมเนียมการยกเลิก) ข้อ 9(f) และข้อ 9(g) (การปรับราคา) ข้อ 10(e) (ข้อจำกัดในการหักกลบลบหนี้และการหน่วงเหนี่ยว) ข้อ 11 (การรับประกันแบบจำกัดและการเยียวยาโดยเฉพาะ) ข้อ 13 (การปฏิเสธการรับประกัน) ข้อ 14 (การจำกัดความรับผิด) ข้อ 22 (เหตุสุดวิสัย) ข้อ 23(c) (สิทธิบอกเลิกสัญญาเพิ่มเติมของผู้จัดหา) ข้อ 24 (การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้) ข้อ 25(a) (ข้อจำกัดในการโอนสิทธิ) ข้อ 26(c) (อนุญาโตตุลาการ) ข้อ 26(d) (กระบวนพิจารณาต่อหน้าศาลภายในประเทศ) และข้อ 26(h) (อายุความในการฟ้องคดี) ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดให้การอนุมัติดังกล่าวต้องกระทำโดยการลงลายมือชื่อแยกต่างหากหรือการกระทำที่เทียบเท่า ผู้จัดหาจะจัดส่งช่องอนุมัติแยกต่างหากมาพร้อมกับอีเมลยืนยัน และผู้ซื้อต้องส่งคืนช่องดังกล่าวที่ลงนามแล้วก่อนการส่งมอบ ในกรณีที่ผู้จัดหาได้จัดส่งช่องอนุมัติแล้ว ผู้จัดหาอาจหน่วงเหนี่ยวการส่งมอบไว้จนกว่าจะได้รับช่องที่ลงนามแล้วคืน และการไม่ส่งมอบหรือความล่าช้าในการส่งมอบอันเนื่องมาจากเหตุดังกล่าวมิได้ถือเป็นการผิดสัญญา ผู้จัดหาไม่มีสิทธิดังกล่าวหากตนมิได้จัดส่งช่องอนุมัติ หากผู้ซื้อมิได้ส่งคืนช่องดังกล่าว ให้ข้อที่ระบุไว้ในอนุมาตรานี้ใช้บังคับเพียงเท่าที่มีผลได้โดยไม่ต้องมีการอนุมัตินั้น และส่วนที่เหลือของสัญญาไม่ได้รับผลกระทบ การที่ผู้จัดหามิได้จัดส่งช่องอนุมัติโดยตัวของมันเองไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของข้อกำหนดอื่นใดของสัญญา

(f) **การชำระเงินล่าช้า** ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่ยกเว้นหรือจำกัดสิทธิใด ๆ ของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งภายใต้กฎหมายภายในประเทศที่นำ Late Payment Directive มาปฏิบัติ รวมถึงสิทธิใด ๆ ในการได้รับดอกเบี้ยจากการชำระเงินล่าช้าหรือค่าชดเชยค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้ ข้อกำหนดใด ๆ ของสัญญาที่จะเป็นการไม่เป็นธรรมอย่างร้ายแรงตามความหมายของ Article 7 ของ Late Payment Directive ย่อมตกเป็นโมฆะเพียงเท่านั้นและให้ตีความให้แคบลงตามนั้น

(g) **กฎหมายการแข่งขันทางการค้า** ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่มุ่งหมายให้มี และต้องไม่ตีความข้อกำหนดใดของสัญญาให้มี วัตถุประสงค์หรือผลเป็นการจำกัด ขัดขวาง หรือบิดเบือนการแข่งขันอันเป็นการฝ่าฝืน Article 101(1) ของ Treaty on the Functioning of the European Union หรือบทบัญญัติภายในประเทศที่เทียบเท่าใด ๆ ข้อกำหนดใด ๆ ที่จะมีวัตถุประสงค์หรือผลเช่นนั้นให้แยกออกเท่าที่จำเป็น และให้ส่วนที่เหลือของสัญญายังคงมีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ ให้ข้อ 9(i) ใช้บังคับกับราคาขายต่อ อาณาเขต และลูกค้า

(h) **ไม่มีการรับประกันความสอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่น** เว้นแต่ที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งในข้อ 15 ผู้จัดหาไม่ได้รับประกันว่าสินค้า เครื่องหมาย ฉลาก หรือเอกสารประกอบของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดใด ๆ ของกฎหมายภายในประเทศของรัฐสมาชิกใดโดยเฉพาะที่เกินกว่าข้อกำหนดของ Union Harmonisation Legislation และผู้ซื้อมีหน้าที่พิจารณาและปฏิบัติตามข้อกำหนดภายในประเทศดังกล่าวที่ใช้บังคับกับการใช้หรือการจัดหาต่อสินค้าของตนเอง

---

## 13. การปฏิเสธการรับประกัน

ภายใต้บังคับข้อ 12

(a) ผู้ซื้อรับทราบว่าตนได้มาซึ่งสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ของการค้า ธุรกิจ งานฝีมือ หรือวิชาชีพของตน หรือเพื่อการจัดหาต่อ และมิใช่เพื่อการใช้หรือการบริโภคส่วนตัว ในครัวเรือน หรือในบ้าน และว่าผู้จัดหาจัดหาสินค้าให้โดยอาศัยการรับทราบดังกล่าว

(b) **การรับประกันของผู้จัดหาเป็นการรับประกันเพียงประการเดียวที่ผู้จัดหาให้ไว้ และใช้แทนบรรดาการรับประกัน เงื่อนไข การแสดงข้อความ และข้อกำหนดอื่นทั้งปวงที่กฎหมาย จารีตประเพณี ทางปฏิบัติที่เคยกระทำต่อกัน หรือประการอื่นกำหนดไว้โดยปริยาย ซึ่งทั้งหมดถูกยกเว้นอย่างเต็มที่เท่าที่กฎหมายอนุญาต** รวมถึงข้อกำหนดโดยปริยายใด ๆ เกี่ยวกับคุณภาพที่น่าพอใจ ความสามารถในการซื้อขายได้ตามปกติ ความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง หรือความสอดคล้องกับคำบรรยายหรือตัวอย่าง ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ยกเว้นหรือจำกัดหน้าที่โดยชัดแจ้งใด ๆ ของผู้จัดหาภายใต้สัญญา หรือสิทธิ การเยียวยา หรือความรับผิดใด ๆ ที่ข้อ 12 สงวนไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ยกเว้นหรือจำกัดหน้าที่ของผู้จัดหาตามข้อ 8(g) ข้อ 11 และข้อ 15(c) และการรับประกันตามข้อ 8(g) ใช้บังคับกับสินค้าทั้งปวง ไม่ว่าผู้จัดหาจะเป็นผู้ผลิตหรือไม่ก็ตาม

(c) **เว้นแต่ที่กำหนดไว้ในข้อ 8(g) ผู้จัดหาไม่ได้รับประกันว่าสินค้าเป็นไปตามแผน ข้อกำหนดคุณลักษณะ แบบเขียน หรือตัวอย่างใด ๆ ที่มิได้รวมไว้โดยชัดแจ้งในข้อกำหนดพิเศษ และไม่ได้รับประกันความถูกต้องของข้อมูล เอกสารข้อมูลความปลอดภัย คำประกาศ หรือคำเตือนใด ๆ ที่ผู้ผลิตจัดส่งให้แก่ตน** นอกเหนือจากการส่งต่อเอกสารดังกล่าวตามข้อ 15 และข้อ 18

---

## 14. การจำกัดความรับผิด

ภายใต้บังคับข้อ 12

(a) **เพดานเดียว** **เท่าที่กฎหมายอนุญาต ความรับผิดโดยรวมทั้งสิ้นของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายต่ออีกฝ่ายหนึ่งสำหรับบรรดาข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดตามสัญญา ในทางละเมิด ในทางความผิดทางแพ่ง (delict) ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหาย หรือโดยประการอื่น ต้องไม่เกินจำนวนที่สูงกว่าระหว่าง (A) EUR 50,000 และ (B) ราคาที่ผู้ซื้อได้ชำระหรือต้องชำระสำหรับสินค้าที่เป็นวัตถุแห่งคำสั่งซื้อหรือบรรดาคำสั่งซื้อที่ข้อเรียกร้องนั้นเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าสินค้านั้นจะได้ส่งมอบแล้วหรือไม่ก็ตาม หรือในกรณีที่ข้อเรียกร้องมิได้เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อใดโดยเฉพาะ ราคาที่ผู้ซื้อได้ชำระหรือต้องชำระสำหรับสินค้าทั้งหมดที่จัดหาให้ในระยะเวลาสิบสอง (12) เดือนก่อนหน้าวันที่มีการแจ้งข้อเรียกร้องนั้นเป็นหนังสือเป็นครั้งแรกโดยตรง** เพดานตามข้อนี้เป็นเพดานรวมเดียวสำหรับความรับผิดทั้งปวงของคู่สัญญาฝ่ายนั้น จำนวนเงินตาม (A) เป็นขั้นต่ำ มิใช่เพดานแยกต่างหาก เพดานเพิ่มเติม หรือเพดานทางเลือก กล่าวคือ มิได้ก่อให้เกิดเพดานที่สอง ไม่มีความรับผิดประเภทใดที่วัดเทียบกับเพดานนั้นแยกต่างหาก และผลเพียงประการเดียวของเพดานนั้นคือเพดานย่อมไม่ต่ำกว่า EUR 50,000 ในทุกกรณี ไม่มีเพดานแยกต่างหาก เพดานเพิ่มเติม หรือเพดานที่สูงกว่าสำหรับความรับผิดประเภทใด และให้นับความรับผิดทุกประเภทรวมเข้าในเพดานเดียวกัน โดยไม่เป็นการจำกัดประโยคแรก เพดานนี้ใช้บังคับกับ (i) ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายทุกข้อที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ไว้ในสัญญา รวมถึงข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายที่ผู้จัดหาให้ไว้ในข้อ 16(c) เท่าที่ระบุไว้ในข้อดังกล่าว (ii) ความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำหรับค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน (iii) จำนวนเงินใด ๆ ที่ผู้จัดหาต้องชำระตามข้อ 15(i) อันเกี่ยวกับการเรียกคืนสินค้าหรือการดำเนินการแก้ไขอื่น (iv) ความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำหรับการผิดข้อ 20(b) และสำหรับการผิดข้อ 21 และ (v) ความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำหรับการผิดข้อใดข้อหนึ่งในข้อ 17(a) ถึงข้อ 17(e) เว้นแต่ผู้จัดหาต้องรับผิดภายใต้อนุมาตรานี้เฉพาะสำหรับการผิดสัญญาของตนเองเท่านั้น ในกรณีที่ข้อเรียกร้องเกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อมากกว่าหนึ่งคำสั่งซื้อ ให้จำนวนเงินตาม (B) เป็นผลรวมของราคาที่ได้ชำระหรือต้องชำระสำหรับสินค้าที่เป็นวัตถุแห่งคำสั่งซื้อทั้งหมดนั้น และให้เพดานที่คำนวณได้เช่นนั้นเป็นเพดานเดียวสำหรับบรรดาข้อเรียกร้องทั้งหมดนั้น ไม่ว่าจะมีการเรียกร้องกี่ครั้ง เมื่อใด และไม่ว่าจะเรียกร้องภายใต้สัญญาหนึ่งฉบับหรือหลายฉบับระหว่างคู่สัญญา หรือภายใต้ข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่องใด ๆ ก็ตาม ข้อนี้ไม่จำกัดหน้าที่ของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งในการชำระ คืนเงิน หรือให้เครดิตจำนวนเงินที่ถึงกำหนดในฐานะราคา VAT อากร ค่าขนส่ง ดอกเบี้ย ค่าจัดเก็บ ค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลัง ค่าธรรมเนียมการยกเลิก ค่าธรรมเนียมดำเนินการ หรือค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้ เงินมัดจำ หรือการคืนเงินหรือการให้เครดิตจำนวนเงินที่ได้ชำระไว้ ตามข้อ 3(d) ข้อ 3(f) ข้อ 4(i) ข้อ 6(a) ข้อ 6(b) ข้อ 7 ข้อ 9 ข้อ 10 ข้อ 22(c) ข้อ 23(f) หรือข้อ 23(g) และไม่ให้นับจำนวนเงินใด ๆ ที่ต้องชำระภายใต้หน้าที่ดังกล่าวรวมเข้าในเพดาน หน้าที่เหล่านั้นเป็นหน้าที่ในการชำระจำนวนเงินที่ถึงกำหนด และมิใช่ความรับผิดสำหรับการผิดสัญญา เว้นแต่ที่ระบุไว้ในประโยคก่อนหน้า ให้ข้อนี้ใช้บังคับกับจำนวนเงินทุกจำนวนที่ต้องชำระภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายในสัญญา ข้อนี้อยู่ภายใต้บังคับข้อ 14(c) และข้อ 14(d)

(b) **ความเสียหายสืบเนื่อง** **คู่สัญญาฝ่ายใดไม่ต้องรับผิดต่ออีกฝ่ายหนึ่งสำหรับความเสียหายสืบเนื่องใด ๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยประการใด และไม่ว่าฝ่ายนั้นจะได้รับแจ้งถึงความเป็นไปได้ของความเสียหายนั้นหรือไม่ก็ตาม** ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่จำกัดหน้าที่ของผู้ซื้อในการชำระราคา จำนวนเงินใด ๆ ที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องชำระภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายในสัญญาอันเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอก สิทธิของผู้จัดหาในการเรียกคืนจำนวนเงินที่ต้องชำระตามข้อ 3(d) ข้อ 6(b) ข้อ 7 ข้อ 9 ข้อ 10 ข้อ 22(c) หรือข้อ 23(f) หรือความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำหรับการผิดข้อ 17(a) ข้อ 17(e) ข้อ 20(b) หรือข้อ 21

(c) **ข้อสงวน ความรับผิดที่มิได้ถูกจำกัด** ไม่มีข้อความใดในสัญญา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีข้อความใดในข้อ 13 หรือในข้อ 14(a) และข้อ 14(b) ที่ยกเว้น จำกัด หรือลด หรือที่พึงตีความว่าเป็นการยกเว้น จำกัด หรือลด และเพดานตามข้อ 14(a) ไม่ใช้บังคับกับ (i) ความรับผิดสำหรับการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บต่อร่างกายที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อ รวมถึงความประมาทเลินเล่อของบุคคลใด ๆ ที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต้องรับผิดชอบ ซึ่ง section 2(1) ของ Unfair Contract Terms Act 1977 ไม่อนุญาตให้ยกเว้นหรือจำกัด (ii) ความรับผิดสำหรับการฉ้อฉลหรือการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยฉ้อฉล (iii) ความรับผิดสำหรับการผิดข้อกำหนดเรื่องกรรมสิทธิ์และการครอบครองโดยสงบที่ section 12 ของ Sale of Goods Act 1979 กำหนดไว้โดยปริยาย ซึ่ง section 6(1) ของ Unfair Contract Terms Act 1977 ไม่อนุญาตให้ยกเว้นหรือจำกัด (iv) ความรับผิดภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ผลิตไม่อาจยกเว้นหรือจำกัดเมื่อใช้ยันผู้เสียหายได้ ตามที่ข้อ 16(a) บันทึกไว้ หรือ (v) ความรับผิด สิทธิ หรือการเยียวยาอื่นใดที่ไม่อาจยกเว้น จำกัด หรือลดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาหรือภายใต้บทบัญญัติใด ๆ ที่ใช้บังคับกับสัญญาแม้จะมีการเลือกกฎหมายตามข้อ 26(a) ก็ตาม รวมถึงบทบัญญัติใด ๆ ของกฎหมายของรัฐสมาชิกหรือของกฎหมายสหภาพที่ใช้บังคับโดยผลของ Article 3(3) Article 3(4) หรือ Article 9 ของ Rome I ตามที่บันทึกไว้ในข้อ 12(b) และรวมถึงความรับผิดใด ๆ ที่ข้อ 12(c) หรือข้อ 12(d) สงวนไว้ ข้อนี้บันทึกสิ่งที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้ มิได้ขยายความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายใดเกินกว่าที่กฎหมายนั้นกำหนด และมิใช่การยอมรับว่าบทบัญญัติใดโดยเฉพาะใช้บังคับ

(d) **การตีความให้แคบลงและการแยกส่วนของเพดาน** เพดานตามข้อ 14(a) และข้อยกเว้นตามข้อ 14(b) สามารถแยกออกได้ และแต่ละข้อมีผลเป็นข้อกำหนดแยกต่างหากสำหรับความรับผิดแต่ละประเภท ข้อเรียกร้องแต่ละข้อ คู่สัญญาแต่ละฝ่าย และกฎหมายของแต่ละประเทศที่ข้อนั้นใช้บังคับ หากข้อใดข้อหนึ่งในสองข้อนั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดประเภทใด ข้อเรียกร้องใด คู่สัญญาฝ่ายใด หรือกฎหมายของประเทศใด ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ บังคับไม่ได้ หรือไม่มีผลโดยประการอื่น ไม่ว่าจะโดยเหตุแห่งข้อ 14(c) บทบัญญัติที่ใช้บังคับตามข้อ 12(b) กฎเกณฑ์ที่ควบคุมความสมบูรณ์หรือเนื้อหาของข้อกำหนดสัญญามาตรฐาน หรือโดยประการอื่น (i) ให้ตีความข้อนั้นให้แคบลงและใช้บังคับอย่างเต็มที่เท่าที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต รวมถึงโดยการใช้บังคับที่วงเงินสูงกว่า ซึ่งไม่ว่ากรณีใดต้องไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำตาม (A) ของข้อ 14(a) โดยการใช้บังคับเฉพาะกับความสูญเสียที่มิอาจคาดหมายได้ว่าเป็นความสูญเสียตามปกติ ณ เวลาที่ทำสัญญา หรือโดยการใช้บังคับเฉพาะกับความรับผิดประเภทหนึ่ง ข้อเรียกร้องหนึ่ง คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง หรือประเทศหนึ่งที่ข้อนั้นมีผล (ii) ให้แยกข้อนั้นออกเพียงเท่าที่ และเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดประเภทนั้น ข้อเรียกร้องนั้น คู่สัญญาฝ่ายนั้น หรือประเทศนั้น ที่ไม่อาจตีความให้แคบลงได้ และ (iii) การที่ข้อนั้นไม่มีผลในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดประเภทหนึ่ง ข้อเรียกร้องหนึ่ง คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง หรือประเทศหนึ่ง ไม่กระทบต่อการใช้บังคับของข้อนั้นในส่วนที่เกี่ยวกับประเภท ข้อเรียกร้อง ฝ่าย หรือประเทศอื่นใด และไม่กระทบต่อข้อกำหนดอื่นใดของสัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้จำกัดความรับผิดสำหรับการผิดหน้าที่ตามสัญญาอันเป็นสาระสำคัญตามความหมายของข้อ 12(d) ให้ต่ำกว่าความสูญเสียที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นความสูญเสียตามปกติ ณ เวลาที่ทำสัญญา ให้ข้อ 12(d) ใช้บังคับกับความรับผิดนั้น ให้ข้อ 14(a) มีผลสำหรับความรับผิดนั้นเป็นข้อจำกัดที่ระดับความสูญเสียดังกล่าว และให้ข้อ 14(a) ยังคงใช้บังคับอย่างเต็มที่สำหรับความรับผิดอื่นทั้งปวง ขั้นต่ำตาม (A) ของข้อ 14(a) มีผลเป็นจำนวนขั้นต่ำและไม่มีผลเป็นจำนวนสูงสุดเลย และมีผลใช้บังคับโดยอิสระจาก (B) และจากการตีความให้แคบลงตามข้อนี้ ดังนั้น ในกรณีที่ข้อ 14(a) ถูกตีความให้แคบลงภายใต้ข้อนี้ จำนวนที่ข้อนั้นใช้บังคับคือจำนวนที่สูงกว่าระหว่างขั้นต่ำดังกล่าวกับจำนวนที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตให้จำกัดความรับผิดได้ รวมถึงความสูญเสียที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นความสูญเสียตามปกติเพื่อวัตถุประสงค์ของข้อ 12(d) ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่อนุญาตให้ตีความข้อ 14(a) ให้แคบลงเหลือจำนวนที่ต่ำกว่าขั้นต่ำดังกล่าว และการแยกข้อ 14(a) ออกในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดประเภทหนึ่ง ข้อเรียกร้องหนึ่ง คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง หรือประเทศหนึ่ง ไม่กระทบต่อการใช้บังคับของขั้นต่ำในส่วนที่เกี่ยวกับประเภท ข้อเรียกร้อง ฝ่าย หรือประเทศอื่นใด ให้ข้อ 25(c) ใช้บังคับกับข้อ 14 นี้ และคู่สัญญามีเจตนาให้ความไม่มีผลใด ๆ ของข้อ 14(a) หรือข้อ 14(b) เป็นไปอย่างจำกัดที่สุดเท่าที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต

(e) **ความเป็นอิสระของข้อนี้** ข้อยกเว้นและข้อจำกัดในข้อ 14(a) และข้อ 14(b) เป็นการจัดสรรความเสี่ยงที่สะท้อนอยู่ในราคา ผู้ซื้อรับทราบว่าตนได้รับโอกาสอันสมควรในการอ่านข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้แล้ว และอาจเสนอข้อกำหนดพิเศษเพื่อแก้ไขข้อ 14 นี้ก่อนที่จะยอมรับอีเมลยืนยันได้ และว่าราคาสะท้อนถึงการจัดสรรความเสี่ยงตามข้อ 14 นี้ ข้อยกเว้นและข้อจำกัดดังกล่าวเป็นอิสระและแยกออกได้จากการเยียวยาแบบจำกัดในข้อ 8(g) ข้อ 11(c) ข้อ 11(f) ข้อ 15(i) และข้อ 20(d) และใช้บังคับไม่ว่าการเยียวยาแบบจำกัดใดจะมิได้รับการปฏิบัติ จะไม่บรรลุผลตามที่มุ่งหมายไว้ จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะหรือบังคับไม่ได้ หรือจะไม่อาจใช้ได้โดยประการอื่นก็ตาม และไม่ว่าจะมีการผิดสัญญาใด ๆ ไม่ว่าจะร้ายแรงถึงรากฐานเพียงใดก็ตาม

(f) **การลดลงตามส่วน** ความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งสำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายที่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับ ให้ลดลงตามส่วน เท่าที่ความสูญเสียหรือความเสียหายนั้นเกิดจากหรือมีส่วนเกิดจากการที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนภายใต้สัญญา หรือจากความประมาทเลินเล่อหรือการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำอันมิชอบอื่นใดของฝ่ายนั้น ไม่ว่าข้อเรียกร้องจะเป็นการเรียกร้องตามสัญญา ในทางละเมิดหรือในทางความผิดทางแพ่ง หรือภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายก็ตาม

(g) **การบรรเทาความเสียหาย** คู่สัญญาฝ่ายใดไม่ต้องรับผิดสำหรับความสูญเสียที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งอาจหลีกเลี่ยงได้โดยการดำเนินการตามสมควร

(h) **ไม่มีค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า** ไม่มีค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ค่าปรับกรณีล่าช้า หรือเครดิตค่าบริการใด ๆ ที่ใช้บังคับกับผู้จัดหาภายใต้สัญญา เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งในข้อกำหนดพิเศษ

(i) **ประโยชน์จากข้อยกเว้น** ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 และข้อ 26(h) ใช้บังคับเพื่อประโยชน์ของผู้จัดหาและของเจ้าหน้าที่บริหาร ลูกจ้าง ตัวแทน ผู้รับจ้างช่วง และกิจการในเครือของผู้จัดหาแต่ละราย และผู้จัดหาถือครองประโยชน์จากข้อเหล่านั้นในฐานะทรัสต์เพื่อบุคคลแต่ละรายดังกล่าว และบุคคลแต่ละรายดังกล่าวอาจอาศัยข้อเหล่านั้นได้เสมือนหนึ่งว่าตนเป็นคู่สัญญา ผู้จัดหารับผิดชอบต่อการกระทำและการงดเว้นการกระทำของผู้รับจ้างช่วงของตนในการปฏิบัติตามสัญญาเสมือนหนึ่งว่าเป็นการกระทำของตนเอง

(j) **ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหาย** ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายทุกข้อที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ไว้ภายใต้สัญญา อยู่ภายใต้บังคับข้อ 25(k) และเพดานตามข้อ 14(a) เว้นแต่เท่าที่ข้อ 14(a) หรือข้อ 16(c) กำหนดไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น

---

## 15. การปฏิบัติตามข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ของสหภาพและการวางจำหน่ายในตลาด

(a) **สถานะของผู้จัดหา ไม่มีสถานประกอบการและไม่มีผู้แทนในสหภาพ** ผู้จัดหาจัดตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ผู้จัดหามิได้จัดตั้งอยู่ในสหภาพ ไม่มีบริษัทย่อย สาขา สถานประกอบการ สถานที่ประกอบธุรกิจ คลังสินค้า หรือสินค้าคงคลังในรัฐสมาชิกใด และมิได้แต่งตั้งและมิได้คงไว้ซึ่งสิ่งใดดังต่อไปนี้ (i) ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจหรือผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่รับผิดชอบอื่นซึ่งจัดตั้งอยู่ในสหภาพเพื่อวัตถุประสงค์ของ Article 4 ของ Regulation (EU) 2019/1020 (ii) บุคคลผู้รับผิดชอบหรือผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจเพื่อวัตถุประสงค์ของ Article 16 ของ GPSR (iii) ผู้แทนเพียงรายเดียว (only representative) ภายใต้ Article 8 ของ REACH หรือ (iv) ผู้แทนในสหภาพภายใต้ Article 27 ของ GDPR ผู้จัดหาไม่ได้นำเข้าสินค้าเข้าสู่สหภาพ ไม่ได้วางจำหน่ายสินค้าในตลาดสหภาพ และมิใช่ผู้นำเข้า ผู้นำเข้าตามที่บันทึกไว้ ผู้ยื่นใบขนสินค้า หรือผู้จัดจำหน่ายที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพ คู่สัญญารับทราบว่ากฎหมายผลิตภัณฑ์ของสหภาพจัดสรรหน้าที่โดยอ้างอิงบทบาทที่กิจการแต่ละรายในห่วงโซ่อุปทานปฏิบัติจริง ข้อ 15 นี้บันทึกว่าบทบาทเหล่านั้นตกอยู่แก่ผู้ใดตามข้อเท็จจริงที่ระบุไว้ในอนุมาตรานี้ และจัดสรรค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่เหล่านั้นระหว่างคู่สัญญาเท่าที่กฎหมายอนุญาต ไม่มีข้อความใดในข้อ 15 นี้ที่เปลี่ยนแปลงการใช้บังคับของกฎหมายสหภาพหรือกฎหมายภายในประเทศใด ๆ เมื่อใช้ยันหน่วยงานเฝ้าระวังตลาดหรือบุคคลภายนอกใด ๆ และคู่สัญญาฝ่ายใดไม่อาจอาศัยข้อ 15 นี้ยันหน่วยงานหรือบุคคลดังกล่าวได้

(b) **บทบาท** ในการจัดหาสินค้าทุกครั้งภายใต้สัญญา (i) ผู้จัดหาเป็น **ผู้ผลิต** สินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ของ Union Harmonisation Legislation และของ GPSR เฉพาะในกรณีที่ตนเป็นผู้ผลิตสินค้านั้น หรือในกรณีที่สินค้าถูกวางจำหน่ายในตลาดภายใต้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผู้จัดหาเอง หรือในกรณีที่ผู้จัดหาดัดแปลงสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดแล้วในลักษณะที่อาจกระทบต่อความสอดคล้องกับข้อกำหนดที่ใช้บังคับ ในกรณีอื่นทั้งปวงให้ผู้ผลิต (Manufacturer) เป็นผู้ผลิต และ (ii) ผู้ซื้อ หรือบุคคลที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพซึ่งผู้ซื้อระบุตัวไว้ตามข้อ 2(b)(v) เป็น **ผู้นำเข้า** เพื่อวัตถุประสงค์ของ Union Harmonisation Legislation และของ GPSR อันได้แก่ บุคคลที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพซึ่งวางจำหน่ายสินค้าจากประเทศที่สามในตลาดสหภาพ และรับเอาหน้าที่ของผู้นำเข้าไว้ รวมถึงหน้าที่ในการตรวจสอบว่าผู้ผลิตได้ดำเนินกระบวนการประเมินความสอดคล้องที่ใช้บังคับแล้ว ว่ามีเอกสารทางเทคนิคที่กำหนดและคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรปอยู่ ว่าสินค้ามีเครื่องหมาย CE และเครื่องหมายระบุที่กำหนดและมีคำแนะนำและข้อมูลความปลอดภัยที่กำหนดกำกับมาด้วยในภาษาที่ผู้ใช้ปลายทางในรัฐสมาชิกที่เกี่ยวข้องเข้าใจได้โดยง่าย หน้าที่ในการระบุชื่อ ชื่อทางการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของตนเองและที่อยู่ทางไปรษณีย์ลงบนสินค้า หรือในกรณีที่ไม่อาจกระทำได้ ลงบนบรรจุภัณฑ์หรือในเอกสารที่กำกับมากับสินค้า หน้าที่ในการเก็บรักษาสำเนาคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรปและในการทำให้แน่ใจว่าเอกสารทางเทคนิคสามารถจัดหาให้ได้ โดยในแต่ละกรณีให้เป็นไปตลอดระยะเวลาที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด หน้าที่ในการเก็บรักษาบันทึกที่ข้อ 15(f) กำหนด และหน้าที่ในการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานเฝ้าระวังตลาด ผู้ซื้อต้องไม่แสดงต่อบุคคลใดว่าผู้จัดหาปฏิบัติบทบาทของผู้นำเข้า และผู้จัดหาต้องไม่แสดงว่าผู้ซื้อปฏิบัติบทบาทของผู้ผลิต

(c) **เอกสารความสอดคล้องและการสนับสนุนผู้ซื้อในฐานะผู้นำเข้า** สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้ Union Harmonisation Legislation ผู้จัดหาจะจัดส่งหรือจัดให้ผู้ซื้อเข้าถึงคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรปก่อนหรือในขณะส่งมอบ และจะจัดส่งหรือขอรับจากผู้ผลิตซึ่งเอกสารทางเทคนิค รายงานผลการทดสอบ ใบรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับแจ้ง ข้อมูลความปลอดภัย คำแนะนำ และคำเตือนในภาษาที่ผู้ใช้ปลายทางในรัฐสมาชิกปลายทางเข้าใจได้โดยง่าย ตามที่ผู้ซื้อต้องการตามสมควรเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่าย เมื่อได้รับการร้องขอเป็นหนังสือ เนื่องจากผู้จัดหาไม่ได้เก็บรักษาบันทึกและไม่ได้ถือครองเอกสารใดในสหภาพ หน้าที่นี้จึงเป็นช่องทางเดียวของผู้ซื้อในการเข้าถึงเอกสารที่ตนต้องใช้ และผู้จัดหาจะ (i) ตอบคำร้องขอภายใต้ข้อนี้ภายในสิบ (10) วันทำการ หรือในกรณีที่ต้องขอรับเอกสารจากผู้ผลิต แจ้งให้ผู้ซื้อทราบภายในระยะเวลาดังกล่าวถึงวันที่ที่ตนคาดว่าจะจัดส่งเอกสารนั้นได้ (ii) เก็บรักษาคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรปและเอกสารทางเทคนิคที่อยู่ในความครอบครองของตนไว้เป็นเวลา **สิบ (10) ปี** นับแต่วันที่จัดหาสินค้าที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้ซื้อเป็นครั้งสุดท้าย และคงไว้ซึ่งการจัดให้ผู้ซื้อเข้าถึงเอกสารเหล่านั้นได้ และเมื่อผู้ซื้อร้องขอ ให้หน่วยงานเฝ้าระวังตลาดเข้าถึงได้โดยตรงตลอดระยะเวลาดังกล่าว (iii) ระบุตัวผู้ผลิตสินค้าและที่อยู่ของผู้ผลิตให้ผู้ซื้อทราบเมื่อได้รับการร้องขอ และ (iv) แจ้งให้ผู้ซื้อทราบเป็นหนังสือภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ทราบว่าคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรป เครื่องหมาย หรือเอกสารทางเทคนิคใด ๆ ที่ได้จัดส่งไปก่อนหน้านี้ถูกเพิกถอน ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกต้อง หน้าที่ของผู้จัดหาภายใต้อนุมาตรานี้คงอยู่ต่อไปภายหลังการเลิกสัญญาหรือการสิ้นสุดของสัญญาตามข้อ 25(e) ผู้จัดหาจะไม่จัดหาสินค้าที่ตนทราบว่าไม่มีเครื่องหมาย CE หรือเครื่องหมายอื่นที่ Union Harmonisation Legislation กำหนดสำหรับการวางจำหน่ายในตลาดสหภาพ ผู้จัดหาไม่ได้รับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของคำประกาศ เอกสาร หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่มีที่มาจากผู้ผลิต นอกเหนือจากการส่งต่อเอกสารดังกล่าวตามข้อนี้ หากผู้จัดหามิได้จัดส่งหรือมิได้จัดให้เข้าถึงคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรป หรือไม่มีเครื่องหมาย CE หรือเครื่องหมายระบุที่กำหนด และผู้จัดหามิได้แก้ไขภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว ผู้ซื้ออาจยกเลิกส่วนที่ยังมิได้ส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้โดยแจ้งเป็นหนังสือ และในส่วนของสินค้าที่ได้ส่งมอบไปแล้ว ส่งคืนสินค้านั้นตามข้อ 7(c) เพื่อรับเงินคืนตามราคาที่ชำระไปพร้อมกับค่าขนส่งในการส่งคืน โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลังใด ๆ สิทธิดังกล่าวเป็นการเพิ่มเติมจากสิทธิหรือการเยียวยาอื่นใดของผู้ซื้อ และไม่อยู่ภายใต้บังคับข้อ 7(a) หรือข้อ 7(b)

(d) **สิ่งที่ผู้จัดหาจัดหา สินค้าออปติกแบบพาสซีฟที่อยู่นอกขอบเขตของ Article 4 ของ Regulation (EU) 2019/1020** Article 4 ของ Regulation (EU) 2019/1020 กำหนดว่า สำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายสหภาพหนึ่งฉบับหรือหลายฉบับที่ระบุไว้ใน Article 4(5) ของ Regulation ดังกล่าว ต้องมีผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพซึ่งรับผิดชอบภารกิจตาม Article 4(3) Article 4(5) เป็นบัญชีปิด อันได้แก่ Regulations (EU) No 305/2011, (EU) 2016/425 และ (EU) 2016/426 และ Directives 2000/14/EC, 2006/42/EC, 2009/48/EC, 2009/125/EC, 2011/65/EU, 2013/29/EU, 2013/53/EU, 2014/29/EU, 2014/30/EU, 2014/31/EU, 2014/32/EU, 2014/34/EU, 2014/35/EU, 2014/53/EU และ 2014/68/EU และ Article 4 ไม่ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์ใดที่อยู่นอกบัญชีดังกล่าว คู่สัญญาบันทึกข้อความดังต่อไปนี้ (i) **สินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ออปติกแบบพาสซีฟ** สินค้าที่จัดหาภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้เป็นสายเคเบิลใยแก้วนำแสงแบบพาสซีฟ และชิ้นส่วนและอุปกรณ์ออปติกแบบพาสซีฟ ได้แก่ หัวต่อ สายแพตช์ ตัวแยกสัญญาณ กล่องครอบต่อสาย ตลับเก็บรอยต่อ แร็คกระจายสัญญาณออปติก แผงแพตช์ ท่อร้อยสาย และตู้ที่ไม่มีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบแอ็กทิฟ สินค้าเหล่านั้นไม่ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าหรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อการทำงานที่ถูกต้อง ไม่มีแบตเตอรี่และไม่มีแหล่งจ่ายไฟจากระบบไฟฟ้าหลัก และไม่ได้จัดหาสิ่งเหล่านั้นมาพร้อมกับสินค้า (ii) **สินค้าอยู่นอกบัญชีตาม Article 4(5)** สินค้าดังกล่าวมิใช่อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามความหมายของ RoHS Directive มิใช่อุปกรณ์ไฟฟ้าตามความหมายของ Directive 2014/35/EU และโดยสภาพแล้วไม่ก่อผลกระทบในด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อวัตถุประสงค์ของ Directive 2014/30/EU และไม่มีกฎหมายอื่นใดที่ระบุไว้ใน Article 4(5) ของ Regulation (EU) 2019/1020 ใช้บังคับกับสินค้าเหล่านั้น ดังนั้น สินค้าเหล่านั้นจึงอยู่นอกบัญชีปิดตาม Article 4(5) Article 4 ของ Regulation (EU) 2019/1020 ไม่ใช้บังคับกับสินค้าเหล่านั้น Article ดังกล่าวมิได้กำหนดให้ต้องมีผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพสำหรับสินค้าเหล่านั้น และมิได้กำหนดให้บุคคลใดต้องติดเครื่องหมายใดตาม Article 4(4) สินค้าเหล่านั้นไม่มีเครื่องหมาย CE ไม่ต้องมีคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรปสำหรับสินค้าเหล่านั้น และการไม่มีเครื่องหมาย CE หรือคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรปบนสินค้าเหล่านั้นมิใช่ความชำรุดบกพร่อง มิใช่ความไม่เป็นไปตามสัญญา และมิใช่การผิดข้อ 15(c) (iii) **ผู้จัดหาไม่ได้จัดหาผลิตภัณฑ์ตาม Article 4(5) เข้าสู่สหภาพ** ผู้จัดหาไม่ได้จัดหาผลิตภัณฑ์ใดที่อยู่ในขอบเขตของ Article 4(5) ของ Regulation (EU) 2019/1020 เข้าสู่สหภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าหรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อการทำงานที่ถูกต้อง เช่น ตัวแปลงสื่อสัญญาณ ตัวขยายสัญญาณออปติก ตัวรับส่งสัญญาณ ตู้ที่มีการจ่ายไฟ เครื่องเชื่อมต่อสายไฟเบอร์ เครื่องวัดการสะท้อนกลับของแสงตามเวลา (OTDR) เครื่องวัดกำลังแสง แหล่งกำเนิดแสง หรือเครื่องมือทดสอบหรือติดตั้งอื่น และผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่จัดหามาพร้อมกับหรือที่มีแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟจากระบบไฟฟ้าหลักอยู่ด้วย ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ไม่ใช้บังคับกับการจัดหาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และไม่มีอีเมลยืนยัน ข้อกำหนดพิเศษ หรือทางปฏิบัติที่เคยกระทำต่อกันใดที่นำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้ามาอยู่ภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ (iv) **คำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะถูกปฏิเสธ** หากผู้ซื้อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขอบเขตของ Article 4(5) ของ Regulation (EU) 2019/1020 เพื่อส่งมอบเข้าสู่สหภาพ ผู้จัดหาจะปฏิเสธคำสั่งซื้อในส่วนของผลิตภัณฑ์นั้น ผู้จัดหาจะไม่ออกอีเมลยืนยันสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น และตามข้อ 2(i) จะไม่มีสัญญาเกิดขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น ในกรณีที่ผู้จัดหาได้ตอบรับคำสั่งซื้อดังกล่าวไปแล้ว ผู้จัดหาจะแจ้งให้ผู้ซื้อทราบเป็นหนังสือภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ทราบ และจะยกเลิกคำสั่งซื้อในส่วนของผลิตภัณฑ์นั้น โดยผู้ซื้อไม่ต้องชำระจำนวนเงินใด ๆ ตามข้อ 7(e) สำหรับการยกเลิกดังกล่าว และให้ข้อ 23(g) ใช้บังคับกับจำนวนเงินใด ๆ ที่ได้ชำระล่วงหน้าไว้ การปฏิเสธหรือการยกเลิกภายใต้อนุมาตรานี้มิใช่การผิดสัญญาของคู่สัญญาฝ่ายใด และผู้จัดหาไม่ต้องรับผิดต่อความสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการนั้น (v) **หากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของผู้จัดหาเปลี่ยนแปลง** ข้อนี้ระบุสถานะตราบเท่าที่ผู้จัดหาจัดหาเข้าสู่สหภาพเฉพาะสินค้าประเภทที่ระบุไว้ใน (i) เท่านั้น หากผู้จัดหาตัดสินใจจัดหาผลิตภัณฑ์ใดที่อยู่ในขอบเขตของ Article 4(5) ของ Regulation (EU) 2019/1020 เข้าสู่สหภาพ ผู้จัดหาจะเผยแพร่ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับแก้ไขตามข้อ 24 ก่อน โดยกำหนดเรื่องผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่ Article 4 กำหนดให้ต้องมีในขณะนั้น และไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่บังคับให้ผู้จัดหาต้องดำเนินการดังกล่าว

(e) **ความปลอดภัยทั่วไปของผลิตภัณฑ์และ Article 16 ของ GPSR** GPSR ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์ที่มุ่งหมายสำหรับผู้บริโภค หรือที่มีแนวโน้มว่าผู้บริโภคจะใช้ภายใต้เงื่อนไขที่พึงคาดหมายได้ตามสมควร แม้ว่าจะมิได้มุ่งหมายสำหรับผู้บริโภคก็ตาม สินค้าเป็นอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายและอุปกรณ์ติดตั้งที่จัดหาเพื่อการใช้งานเชิงวิชาชีพในการก่อสร้าง การดำเนินงาน และการบำรุงรักษาโครงข่ายโทรคมนาคม สินค้ามิได้มุ่งหมายสำหรับผู้บริโภค มิได้เสนอผ่านช่องทางที่มุ่งสู่ผู้บริโภคใด ๆ และตามการประเมินของผู้จัดหา ไม่มีแนวโน้มว่าผู้บริโภคจะใช้ภายใต้เงื่อนไขที่พึงคาดหมายได้ตามสมควร บนพื้นฐานดังกล่าว GPSR จึงไม่ใช้บังคับกับสินค้าเหล่านั้น และ Article 16 ของ GPSR ซึ่งกำหนดให้ต้องมีผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขอบเขตของ GPSR ย่อมไม่ถูกนำมาใช้ ผู้จัดหาไม่มีผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจดังกล่าวและไม่อาจจัดให้มีได้ ดังนั้น (i) ผู้ซื้อต้องไม่จัดหา เสนอ หรือทำให้สินค้าพร้อมจำหน่ายแก่ผู้บริโภค ต้องไม่บรรจุหีบห่อใหม่หรือนำเสนอสินค้าเพื่อการขายแก่ผู้บริโภค และต้องกำหนดข้อจำกัดที่เทียบเท่ากันแก่บุคคลแต่ละรายที่ตนจัดหาสินค้าต่อให้ (ii) หากผู้ซื้อมีเจตนาจะจัดหาสินค้าให้แก่ผู้บริโภค หรือจัดหาสินค้าในรูปแบบที่มีแนวโน้มว่าผู้บริโภคจะใช้ ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือก่อนการสั่งซื้อ และผู้จัดหาอาจปฏิเสธคำสั่งซื้อได้ โดยผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้าและจึงเป็นผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่รับผิดชอบภายใต้ Article 16 สำหรับสินค้าใด ๆ ที่ตนวางจำหน่ายในตลาดในรูปแบบดังกล่าว และ (iii) หากหน่วยงานผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่าสินค้าใดอยู่ในขอบเขตของ GPSR ผู้ซื้อในฐานะผู้นำเข้าเป็นผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่รับผิดชอบสินค้านั้นภายใต้ Article 16 และผู้จัดหาจะจัดส่งข้อมูลและให้ความช่วยเหลือตามที่ระบุไว้ในข้อ 15(c) และข้อ 15(g) ผู้จัดหาจะไม่จัดหาสินค้าใด ๆ ที่ตนทราบหรือควรสันนิษฐานได้ตามสมควรว่าไม่ปลอดภัย คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นหนังสือทันที และไม่ว่าในกรณีใดภายในสอง (2) วันทำการ นับแต่วันที่ทราบว่าสินค้าใดก่อความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือความปลอดภัยของบุคคล และจะให้ความร่วมมือในการสอบสวนความเสี่ยงนั้นและในการดำเนินการแก้ไขใด ๆ คู่สัญญาฝ่ายที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการจะทำการแจ้งใด ๆ ที่กำหนดผ่าน Safety Business Gateway หรือต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐสมาชิกใด ๆ และจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบก่อนดำเนินการดังกล่าวเท่าที่กระทำได้ และไม่ว่าในกรณีใด ทันทีภายหลังจากนั้น พร้อมทั้งจัดส่งสำเนาการแจ้งดังกล่าว ผู้ซื้อรับทราบว่าผู้จัดหาซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพ มิได้ลงทะเบียนใน และไม่อาจทำการแจ้งผ่าน Safety Business Gateway ได้ และว่าการแจ้งใด ๆ ต่อหน่วยงานของรัฐสมาชิกเกี่ยวกับสินค้าจึงต้องกระทำโดยผู้ซื้อ ผู้จัดหาจะจัดส่งข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องใช้ในการแจ้งดังกล่าว และจะชดใช้คืนค่าใช้จ่ายทางตรงอันสมควรของผู้ซื้อในการแจ้งดังกล่าว ในกรณีที่เรื่องที่แจ้งเกิดจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามที่ผู้จัดหาจัดหาให้

(f) **การสอบกลับได้และบันทึก** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องเก็บรักษาบันทึกที่เพียงพอต่อการระบุบุคคลแต่ละรายที่ตนได้รับสินค้ามาและบุคคลแต่ละรายที่ตนจัดหาสินค้าให้ โดยจำแนกตามรุ่นการผลิต ดรัม ม้วน หรือหมายเลขลำดับ และต้องเก็บรักษาบันทึกดังกล่าวไว้เป็นเวลา **สิบ (10) ปี** นับแต่วันที่จัดหา หรือตลอดระยะเวลาที่นานกว่านั้นตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด ผู้ซื้อต้องเก็บรักษาบันทึกที่เพียงพอต่อการระบุสถานที่ที่มีการติดตั้งสินค้าที่ตนได้จัดหาต่อ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องจัดส่งบันทึกดังกล่าวให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง และให้แก่หน่วยงานเฝ้าระวังตลาดหรือหน่วยงานศุลกากรใด ๆ เมื่อได้รับการร้องขอ ให้ข้อ 19 ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่อยู่ในบันทึกเหล่านั้น

(g) **การเฝ้าระวังตลาด** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะให้ความร่วมมือกับอีกฝ่ายหนึ่งและกับหน่วยงานเฝ้าระวังตลาด หน่วยงานศุลกากร หรือหน่วยงานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ใด ๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้า และจะจัดส่งข้อมูลและเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของตนซึ่งจำเป็นต่อการแสดงความสอดคล้องของสินค้าในภาษาที่หน่วยงานนั้นเข้าใจได้โดยง่าย คู่สัญญาฝ่ายใดไม่อาจให้ถ้อยแถลงต่อหน่วยงานดังกล่าวโดยระบุว่าความรับผิดชอบเป็นของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ เว้นแต่ตามที่กฎหมายกำหนดหรือภายหลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเท่าที่กระทำได้

(h) **ข้อจำกัดในการดัดแปลงและการติดเครื่องหมายใหม่ และเครื่องหมายผู้นำเข้าของผู้ซื้อ** ผู้ซื้อต้องไม่ดัดแปลงสินค้า เปลี่ยนแปลงหรือลบเครื่องหมาย CE เครื่องหมายระบุ หมายเลขรุ่นการผลิตหรือหมายเลขลำดับ คำแนะนำ คำเตือน หรือเอกสารประกอบใด ๆ หรือวางจำหน่ายสินค้าในตลาดภายใต้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของตนเอง โดยในแต่ละกรณีต้องไม่กระทำโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากผู้จัดหา **ผู้จัดหายินยอม และข้อ 20(b) ไม่ใช้บังคับ กับการที่ผู้ซื้อติดชื่อ ชื่อทางการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของตนเองและที่อยู่ทางไปรษณีย์ และข้อมูลอื่นใด ลงบนสินค้า บรรจุภัณฑ์ของสินค้า พัสดุ หรือเอกสารประกอบ โดยในแต่ละกรณีให้เป็นไปเท่าที่และในรูปแบบที่ Union Harmonisation Legislation หรือ GPSR กำหนดให้ผู้ซื้อในฐานะผู้นำเข้าต้องกระทำ** เครื่องหมายดังกล่าวต้องติดในลักษณะที่ไม่ปิดบัง ไม่ขัดแย้ง หรือไม่แทนที่เครื่องหมาย คำแนะนำ หรือคำเตือนที่มีอยู่เดิม ต้องไม่ระบุหรือทำให้เข้าใจได้ว่าผู้ซื้อเป็นผู้ผลิต และไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการวางจำหน่ายสินค้าในตลาดภายใต้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผู้ซื้อเองเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด ผู้ซื้อรับทราบว่าการดัดแปลงสินค้า หรือการวางจำหน่ายสินค้าในตลาดภายใต้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของตนเองนอกเหนือจากที่ข้อนี้อนุญาต อาจทำให้ตนถูกถือว่าเป็นผู้ผลิตสินค้าภายใต้ Union Harmonisation Legislation ภายใต้ GPSR และภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ และตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ค่าปรับ ค่าปรับทางอาญา ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดจากการกระทำดังกล่าว

(i) **เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย การเรียกคืนสินค้า และการดำเนินการแก้ไข** ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือทันที และไม่ว่าในกรณีใดภายในสอง (2) วันทำการ นับแต่วันที่ทราบถึงการเสียชีวิต การบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยร้ายแรง ความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือความชำรุดบกพร่องด้านความปลอดภัยใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือการเรียกคืนสินค้า การถอนสินค้า หนังสือแจ้งภาคสนาม การดำเนินการแก้ไข หรือการสอบถามของหน่วยงานกำกับดูแลใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสินค้า ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดำเนินการเรียกคืนสินค้าหรือการดำเนินการแก้ไขอื่นในส่วนของสินค้า คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งต้องให้ความช่วยเหลืออันสมควรทั้งปวง ต้องหยุดการจัดหาและการใช้สินค้าที่ได้รับผลกระทบทันทีเมื่อได้รับแจ้งให้ดำเนินการดังกล่าว และต้องส่งต่อหนังสือแจ้งนั้นไปยังบุคคลแต่ละรายที่ตนได้จัดหาสินค้านั้นต่อให้ ผู้จัดหาจะชดใช้คืนค่าใช้จ่ายทางตรงอันสมควรของผู้ซื้อในการปฏิบัติตามข้อนี้ ในกรณีที่การเรียกคืนสินค้าหรือการดำเนินการแก้ไขเกิดจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามที่ผู้จัดหาจัดหาให้ การชดใช้คืนตามข้อนี้เป็นการเพิ่มเติมจากการเยียวยาใด ๆ ตามข้อ 8(g) ข้อ 11(c) หรือข้อ 11(f) และจำกัดอยู่เพียงค่าใช้จ่ายทางตรงอันสมควรของผู้ซื้อในการแจ้ง ในการเรียกเก็บสินค้ากลับคืน และในการเก็บรักษาบันทึก ในข้อนี้ **การเรียกเก็บสินค้ากลับคืน** หมายถึง การนำกลับคืน การรวบรวม การกักกัน การขนส่ง และการส่งคืนสินค้าที่ได้รับผลกระทบซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้ซื้อ หรือของบุคคลที่ผู้ซื้อได้จัดหาสินค้าต่อให้ และซึ่งยังมิได้ติดตั้ง และไม่รวมถึงการรื้อถอน การถอดถอน การติดตั้งใหม่ การเปลี่ยนทดแทน หรือการซ่อมแซมให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ ไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายสืบเนื่องใด ๆ และนอกเหนือจากข้อเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนตามข้อ 11(i) และข้อเรียกร้องใด ๆ ที่ข้อ 12 สงวนไว้หรือที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อ 16 ผู้ซื้อไม่มีข้อเรียกร้องอื่นใดต่อผู้จัดหาอันเกี่ยวกับการเรียกคืนสินค้าหรือการดำเนินการแก้ไข คู่สัญญาฝ่ายใดไม่อาจให้ถ้อยแถลงต่อสาธารณะเกี่ยวกับการเรียกคืนสินค้าหรือการดำเนินการแก้ไขที่ระบุตัวคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากฝ่ายนั้น เว้นแต่กฎหมายหรือหน่วยงานผู้มีอำนาจกำหนด ข้อนี้อยู่ภายใต้บังคับข้อ 12 ข้อ 13 และข้อ 14

(j) **การตรวจสอบบันทึก** ไม่เกินหนึ่งครั้งในรอบระยะเวลาสิบสอง (12) เดือนใด ๆ และโดยแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบ (10) วันทำการ ผู้จัดหาอาจตรวจสอบบันทึกของผู้ซื้อเพื่อวัตถุประสงค์เพียงประการเดียวในการตรวจยืนยันการปฏิบัติตามข้อ 4(f) และข้อ 15(f) ของผู้ซื้อ การตรวจสอบจำกัดอยู่เพียงบันทึกที่ผู้ซื้อต้องเก็บรักษาไว้ตามข้อเหล่านั้น และไม่ครอบคลุมถึงบันทึก ระบบ สถานที่ หรือบุคลากรอื่นใดของผู้ซื้อ การตรวจสอบต้องดำเนินการในเวลาทำการ โดยผู้จัดหาหรือโดยผู้ตรวจสอบอิสระที่ผู้จัดหาแต่งตั้งและผูกพันตามหน้าที่รักษาความลับที่เข้มงวดไม่น้อยไปกว่าข้อ 21 ในลักษณะที่ไม่รบกวนธุรกิจของผู้ซื้อโดยไม่มีเหตุอันสมควร และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการเข้าถึงสถานที่ ความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยอันสมควรของผู้ซื้อ ให้ข้อ 21 ใช้บังคับกับบรรดาข้อมูลที่ได้รับจากการตรวจสอบ ผู้จัดหาอาจใช้ข้อมูลดังกล่าวเพียงเพื่อตรวจยืนยันการปฏิบัติตามและเพื่อใช้สิทธิของตนอันเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามใด ๆ เท่านั้น และให้ข้อ 19 ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่อยู่ในบันทึกนั้น ผู้จัดหารับภาระค่าใช้จ่ายของตนเองในการตรวจสอบและค่าใช้จ่ายอันสมควรของผู้ซื้อในการให้ความร่วมมือ เว้นแต่การตรวจสอบเปิดเผยว่ามีการไม่ปฏิบัติตามในสาระสำคัญ ซึ่งในกรณีนั้นผู้ซื้อต้องชดใช้คืนค่าใช้จ่ายอันสมควรของผู้จัดหาในการตรวจสอบ และผู้จัดหาอาจดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งครั้งภายในสิบสอง (12) เดือนถัดไปโดยผู้ซื้อเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

(k) **ความมั่นคงปลอดภัยด้านโทรคมนาคมและข้อจำกัดเกี่ยวกับผู้จำหน่าย** ผู้ซื้อมีหน้าที่พิจารณาว่าสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัย ด้านผู้จำหน่าย ด้านห่วงโซ่อุปทาน หรือด้านความยืดหยุ่นของโครงข่ายใด ๆ ที่ใช้บังคับกับตนหรือกับลูกค้าของตนหรือไม่ รวมถึงข้อกำหนดใด ๆ ที่กำหนดไว้ภายใต้ Directive (EU) 2022/2555 หรือภายใต้มาตรการภายในประเทศเกี่ยวกับผู้จำหน่ายที่มีความเสี่ยงสูง ในกรณีที่ผู้ซื้อแจ้งให้ผู้จัดหาทราบเป็นหนังสือ **ก่อนการตอบรับคำสั่งซื้อ** ว่าสินค้ามีไว้สำหรับโครงการที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดดังกล่าว ผู้จัดหาจะจัดส่งคำแถลงของผู้ผลิตเท่าที่ตนมีอยู่สำหรับคำสั่งซื้อนั้น ผู้จัดหาไม่ได้แสดงข้อความใด ๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือบริการที่ตนมิได้จัดหาให้ และไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ทำให้ผู้จัดหาต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวของผู้ซื้อ

---

## 16. ความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์

(a) **ไม่มีการยกเว้นกฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์** ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่ยกเว้น จำกัด หรือลดความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์เมื่อใช้ยันผู้เสียหายใด ๆ และข้อกำหนดใด ๆ ของสัญญาที่จะมีผลเช่นนั้นย่อมตกเป็นโมฆะเพียงเท่านั้น

(b) **สถานะของผู้ซื้อในฐานะผู้นำเข้า** ผู้จัดหาจัดตั้งอยู่นอกสหภาพ และผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้าสินค้าเข้าสู่สหภาพ ผู้ซื้อรับทราบว่าตนจึงต้องรับผิดภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ชำรุดบกพร่องเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นผู้ผลิต ว่าไม่มีผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจของผู้ผลิตซึ่งจัดตั้งอยู่ในสหภาพที่ผู้เสียหายจะดำเนินการต่อแทนได้ และว่าหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายของตนเองในฐานะผู้นำเข้าได้กำหนดไว้ในข้อ 15(b)(ii) ข้อ 16(c) เป็นคำตอบของผู้จัดหาต่อความเสี่ยงดังกล่าว และคู่สัญญาบันทึกว่าข้อดังกล่าวได้เจรจากันบนพื้นฐานที่ว่าผู้ซื้อ มิใช่ผู้จัดหาหรือผู้แทนใดของผู้จัดหา เป็นผู้ยืนอยู่แถวหน้า

(c) **ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายเพื่อไล่เบี้ยของผู้จัดหา** ผู้จัดหาตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ซื้อสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่ผู้ซื้อต้องรับภาระโดยเหตุแห่งความรับผิดต่อผู้เสียหายภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ในส่วนของสินค้า เท่าที่ความรับผิดนั้นเกิดจากความชำรุดบกพร่องที่มีอยู่ในสินค้าในขณะที่ผู้จัดหาส่งมอบสินค้านั้น และมิได้เกิดจากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำใด ๆ ของผู้ซื้อหรือของบุคคลใด ๆ ที่ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบ รวมถึงการดัดแปลง การจัดเก็บ การเคลื่อนย้าย การติดตั้ง หรือคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง หรือการผิดข้อ 15(h) ใด ๆ ความรับผิดของผู้จัดหาภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายนี้อยู่ภายใต้บังคับเพดานตามข้อ 14(a) เว้นแต่เท่าที่ความรับผิดที่ได้รับการชดใช้เป็นความรับผิดสำหรับการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บต่อร่างกาย (รวมถึงความเสียหายต่อสุขภาพจิตที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์) ความรับผิดของผู้จัดหาภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายนี้ย่อมไม่อยู่ภายใต้เพดานใด ๆ ไม่มีเพดานแยกต่างหากหรือเพดานเพิ่มเติมใช้บังคับกับข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายนี้ และไม่มีข้อความใดในประโยคนี้หรือประโยคก่อนหน้าที่จำกัดขอบเขตของข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายที่ให้ไว้ในประโยคแรกของข้อนี้ เพื่อขจัดข้อสงสัย ข้อ 14(b) ไม่ใช้บังคับกับข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายนี้ เนื่องจากความรับผิดในลักษณะที่ได้รับการชดใช้ภายใต้ข้อนี้ถูกยกเว้นออกจากคำนิยามของความเสียหายสืบเนื่อง ให้ข้อ 25(k) ใช้บังคับกับข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายนี้ เว้นแต่ว่าผู้จัดหา ไม่ใช่ผู้ซื้อ เป็นผู้ดำเนินการต่อสู้คดีและประนีประนอมยอมความข้อเรียกร้องใด ๆ ภายใต้ข้อนี้ และผู้ซื้อต้องไม่ยอมรับความรับผิดเกี่ยวกับข้อเรียกร้องดังกล่าวหรือประนีประนอมยอมความโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากผู้จัดหา ซึ่งต้องไม่ปฏิเสธหรือหน่วงเหนี่ยวโดยไม่มีเหตุอันสมควร

(d) **ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายเพื่อไล่เบี้ยของผู้ซื้อ** ผู้ซื้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่ผู้จัดหาต้องรับภาระโดยเหตุแห่งความรับผิดภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ในส่วนของสินค้า เท่าที่ความรับผิดนั้นเกิดจากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำของผู้ซื้อหรือของบุคคลใด ๆ ที่ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบ รวมถึงการดัดแปลง การจัดเก็บ การเคลื่อนย้าย การติดตั้ง หรือคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง หรือการผิดข้อ 15(h) ใด ๆ

(e) **การแจ้งและความร่วมมือ** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นหนังสือทันที และไม่ว่าในกรณีใดภายในสอง (2) วันทำการ นับแต่วันที่ทราบถึงข้อเรียกร้องหรือการขู่ว่าจะเรียกร้องใด ๆ ภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ในส่วนของสินค้า และต้องจัดส่งข้อมูลและเอกสารทั้งปวงที่อยู่ในความครอบครองของตนซึ่งเกี่ยวกับข้อเรียกร้องนั้นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง รวมถึงบันทึกที่เก็บรักษาไว้ตามข้อ 15(f) คู่สัญญาฝ่ายใดไม่อาจยอมรับความรับผิด เสนอข้อเสนอใด หรือประนีประนอมยอมความข้อเรียกร้องดังกล่าวในลักษณะที่กระทบต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากฝ่ายนั้น ซึ่งต้องไม่ปฏิเสธหรือหน่วงเหนี่ยวโดยไม่มีเหตุอันสมควร คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องเก็บรักษาสินค้าที่ได้รับผลกระทบและพยานหลักฐานใด ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ และต้องให้โอกาสอันสมควรแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในการตรวจสอบและทดสอบสิ่งเหล่านั้น

(f) **หน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูล** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายรับทราบว่ากฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์อาจกำหนดให้จำเลยต้องเปิดเผยพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของตนตามคำสั่งศาล และคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะให้ความช่วยเหลืออันสมควรและการเข้าถึงเอกสารและข้อมูลแก่อีกฝ่ายหนึ่งเท่าที่จำเป็นเพื่อให้คู่สัญญาอีกฝ่ายนั้นสามารถตอบสนองต่อคำสั่งดังกล่าวได้ ให้ข้อ 21 ใช้บังคับกับข้อมูลที่เปิดเผยภายใต้ข้อนี้ และการเปิดเผยที่ศาลกำหนดถือเป็นการเปิดเผยที่ได้รับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์ของข้อ 21(b)(v)

---

## 17. การควบคุมการค้า มาตรการคว่ำบาตร และการต่อต้านการให้สินบน

(a) **การปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการค้า** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะปฏิบัติตามบรรดากฎหมายควบคุมการค้าที่ใช้บังคับกับตนอันเกี่ยวเนื่องกับสัญญา ผู้ซื้อรับทราบว่าสินค้าอาจอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมการค้าของเขตอำนาจมากกว่าหนึ่งเขต รวมถึง Regulation (EU) 2021/821 ว่าด้วยการจัดตั้งระบบของสหภาพในการควบคุมการส่งออก การเป็นนายหน้า การให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค การผ่านแดน และการโอนสินค้าที่ใช้ได้สองทาง มาตรการจำกัดที่สหภาพกำหนดภายใต้ Article 215 ของ Treaty on the Functioning of the European Union Export Control Act 2002 และ Export Control Order 2008 ของสหราชอาณาจักร Sanctions and Anti-Money Laundering Act 2018 ของสหราชอาณาจักร และในกรณีที่สินค้ามีเนื้อหาหรือเทคโนโลยีที่มีแหล่งกำเนิดในสหรัฐอเมริกา United States Export Administration Regulations และโครงการมาตรการคว่ำบาตรที่ Office of Foreign Assets Control กำกับดูแล ผู้ซื้อรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการขอรับใบอนุญาต การอนุมัติ หรือการยกเว้นใด ๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้ การขาย การโอน การส่งออก การส่งออกต่อ การผ่านแดน หรือการโอนต่อสินค้าของตนเอง

(b) **บุคคลและปลายทางที่ถูกจำกัด** ผู้ซื้อแถลงและรับรองว่าทั้งตนเอง กรรมการ เจ้าหน้าที่บริหาร เจ้าของหุ้นหรือสิทธิออกเสียงเกินกว่าร้อยละห้าสิบ (50%) ของตน หรือบุคคลใดที่ควบคุมตน มิได้ถูกกำหนดชื่อไว้ใน Consolidated List ของบุคคล กลุ่ม และนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินของสหภาพ United Kingdom Sanctions List Specially Designated Nationals and Blocked Persons List หรือ Entity List ที่สหรัฐอเมริกาจัดทำขึ้น หรือในบัญชีรายชื่อบุคคลที่ถูกจำกัดที่เทียบเท่าใด ๆ ผู้ซื้อจะไม่ขาย จัดหา โอน ส่งออก ส่งออกต่อ หรือถ่ายลำสินค้า ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไปยังหรือเพื่อประโยชน์ของ (i) ประเทศหรือดินแดนใดที่ตกเป็นวัตถุแห่งมาตรการคว่ำบาตรแบบครอบคลุมหรือการห้ามค้าขายภายใต้กฎหมายควบคุมการค้าที่ใช้บังคับใด ๆ (ii) บุคคลใดที่ถูกกำหนดชื่อไว้ในบัญชีใด ๆ ที่อ้างถึงในข้อนี้ หรือบุคคลใดที่บุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของหรือควบคุม หรือที่กระทำการเพื่อหรือในนามของบุคคลดังกล่าว หรือ (iii) บุคคลใดที่ผู้ซื้อทราบหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าสินค้าจะถูกนำไปใช้ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม อันเกี่ยวเนื่องกับการแพร่ขยายอาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ หรืออาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ อากาศยานไร้คนขับ หรือกิจกรรมนิวเคลียร์ใด ๆ หรือเพื่อการใช้ปลายทางทางทหารใด ๆ ในประเทศที่อยู่ภายใต้การห้ามค้าอาวุธ

(c) **ห้ามส่งออกต่อไปยังรัสเซียหรือเบลารุส** ผู้ซื้อจะไม่ขาย จัดหา โอน ส่งออก หรือส่งออกต่อสินค้า และจะไม่ยอมให้มีการขาย จัดหา โอน ส่งออก หรือส่งออกต่อสินค้าใด ๆ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไปยังสหพันธรัฐรัสเซียหรือสาธารณรัฐเบลารุส หรือเพื่อใช้ในประเทศใดประเทศหนึ่งดังกล่าว ผู้ซื้อจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าข้อจำกัดนี้ไม่ถูกทำให้เสียไปโดยบุคคลภายนอกใด ๆ ในห่วงโซ่การค้าถัดไป รวมถึงผู้ขายต่อ และจะรวมข้อกำหนดที่เทียบเท่าในสาระสำคัญไว้ในสัญญาแต่ละฉบับที่ตนขายสินค้าต่อ ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบทันทีถึงพฤติการณ์ใด ๆ ที่ตนทราบซึ่งเป็นหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นการผิดข้อนี้ และต้องจัดส่งข้อมูลที่แสดงถึงการปฏิบัติตามของตนเมื่อได้รับการร้องขอ การผิดข้อนี้เป็นการผิดสัญญาในสาระสำคัญอันทำให้ผู้จัดหามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 23(c) และผู้ซื้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ค่าปรับ ค่าปรับทางอาญา ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการผิดข้อนี้ โดยไม่กระทบต่อสิทธิหรือการเยียวยาอื่นใด

(d) **การคัดกรอง ข้อมูล และการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ** เมื่อผู้จัดหาร้องขอเป็นหนังสือ ผู้ซื้อจะจัดส่งข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับลูกค้าของตน ผู้ใช้ปลายทาง การใช้ปลายทาง และปลายทางสุดท้ายของสินค้า รวมถึงคำแถลงหรือคำรับรองของผู้ใช้ปลายทางในรูปแบบที่ผู้จัดหาต้องการตามสมควร ตามที่ผู้จัดหาเห็นตามสมควรว่าจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการค้า ผู้ซื้อรับทราบว่าการไม่จัดส่งข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลให้ผู้จัดหาไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ และว่าผู้จัดหาอาจปฏิเสธหรือระงับคำสั่งซื้อใด ๆ หรือหน่วงเหนี่ยวการส่งมอบไว้ได้ ในกรณีที่ผู้จัดหาเห็นตามสมควรว่าการปฏิบัติการชำระหนี้จะหรืออาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมการค้าหรือทำให้ตนเผชิญความเสี่ยงด้านมาตรการคว่ำบาตร การปฏิเสธ การระงับ หรือการหน่วงเหนี่ยวภายใต้ข้อนี้มิใช่การผิดสัญญา และผู้จัดหาจะคืนเงินจำนวนใด ๆ ที่ได้ชำระล่วงหน้าไว้สำหรับสินค้าที่มิได้ส่งมอบ

(e) **การต่อต้านการให้สินบน การทุจริต และอาชญากรรมทางการเงิน** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะปฏิบัติตามบรรดากฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน การต่อต้านการทุจริต การต่อต้านการฟอกเงิน การต่อต้านการอำนวยความสะดวกในการหลีกเลี่ยงภาษี และการต่อต้านการฉ้อโกงที่ใช้บังคับ รวมถึง Bribery Act 2010 ของสหราชอาณาจักร และ Criminal Finances Act 2017 ของสหราชอาณาจักร และจะไม่เสนอ ให้ ร้องขอ หรือรับสินบน เงินอำนวยความสะดวก หรือประโยชน์อันมิชอบอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องกับสัญญา คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะจัดให้มีกระบวนการที่เพียงพอซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันการให้สินบนและการอำนวยความสะดวกในการหลีกเลี่ยงภาษีโดยบุคลากรและบุคคลที่เกี่ยวข้องของตน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่อีกฝ่ายหนึ่งสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ค่าปรับ ค่าปรับทางอาญา ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการที่ตนผิดข้อนี้ การผิดข้อนี้เป็นการผิดสัญญาในสาระสำคัญอันทำให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 23(b)

(f) **แรงงานบังคับและสิทธิมนุษยชน** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะปฏิบัติตามบรรดากฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับแรงงานบังคับ แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์ และการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน และจะจัดส่งข้อมูลตามที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งต้องการตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว หรือเพื่อตอบสนองต่อการสอบถามของหน่วยงานกำกับดูแลใด ๆ ภายใต้กฎหมายนั้น ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบทันทีเมื่อทราบถึงข้อกล่าวหาที่น่าเชื่อถือใด ๆ ว่าสินค้าหรือวัตถุดิบใด ๆ ของสินค้าผลิตขึ้นโดยใช้แรงงานบังคับ

(g) **ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหาย** ผู้ซื้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ค่าปรับ ค่าปรับทางอาญา ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการที่ผู้ซื้อผิดข้อ 17(a) ถึงข้อ 17(d) การผิดข้อ 17(a) ถึงข้อ 17(d) เป็นการผิดสัญญาในสาระสำคัญอันทำให้ผู้จัดหามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 23(c)

(h) **ผลต่อการปฏิบัติการชำระหนี้** ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่กำหนดให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องกระทำการหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ที่จะทำให้ตนผิดกฎหมายควบคุมการค้าใด ๆ หรือทำให้ตนต้องรับโทษภายใต้กฎหมายนั้น หรือที่ Council Regulation (EC) No 2271/96 ว่าด้วยการคุ้มครองจากผลของการใช้บังคับกฎหมายที่ประเทศที่สามตราขึ้นนอกอาณาเขต ห้ามไว้หรือทำให้ต้องรับโทษภายใต้กฎหมายนั้น ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งถูกขัดขวางมิให้ปฏิบัติการชำระหนี้โดยเหตุแห่งข้อนี้ ให้ข้อ 22 ใช้บังคับกับการไม่ปฏิบัติการชำระหนี้นั้น

---

## 18. สารเคมี แบตเตอรี่ บรรจุภัณฑ์ และความรับผิดชอบของผู้ผลิต

(a) **การจัดสรรความรับผิดชอบของผู้ผลิต** กฎหมายสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ของสหภาพกำหนดหน้าที่ในการจดทะเบียน การรายงาน การจัดหาเงินทุน และการรับคืนแก่บุคคลที่ทำให้ผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายในตลาดของรัฐสมาชิกเป็นครั้งแรก ผู้จัดหาไม่มีสถานประกอบการในรัฐสมาชิกใด มิได้จดทะเบียนเป็นผู้ผลิตในรัฐสมาชิกใด ไม่อาจจดทะเบียนเป็นผู้ผลิตได้ และมิได้แต่งตั้งผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจสำหรับความรับผิดชอบที่ขยายของผู้ผลิตในรัฐสมาชิกใด ผู้ซื้อนำเข้าสินค้าเข้าสู่สหภาพและทำให้สินค้าพร้อมจำหน่ายในรัฐสมาชิกเป็นครั้งแรก และจึงเป็นบุคคลดังกล่าวและรับผิดชอบหน้าที่เหล่านั้นในรัฐสมาชิกแต่ละรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่มีข้อความใดในข้อ 18 นี้ที่เปลี่ยนแปลงการใช้บังคับของกฎหมายสหภาพหรือกฎหมายภายในประเทศใด ๆ เมื่อใช้ยันหน่วยงานผู้มีอำนาจหรือบุคคลภายนอกใด ๆ

(b) **REACH ไม่มีผู้แทนเพียงรายเดียว และผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้า** **ผู้จัดหามิได้แต่งตั้งผู้แทนเพียงรายเดียว (only representative) ภายใต้ Article 8 ของ REACH และไม่มีเจตนาจะแต่งตั้ง** ผู้จัดหาที่จัดตั้งอยู่นอกสหภาพไม่มีหน้าที่ภายใต้ REACH และไม่อาจจดทะเบียนหรือแจ้งด้วยตนเองได้ ผลที่ตามมา ซึ่งผู้ซื้อต้องนำมาพิจารณาในการกำหนดราคาและในการวางแผนการปฏิบัติตามกฎหมายของตนเอง คือ ผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้าเพื่อวัตถุประสงค์ของ REACH และมีหน้าที่ทุกประการที่มิฉะนั้นจะตกอยู่แก่ผู้แทนเพียงรายเดียว โดยในแต่ละกรณีให้เป็นไปเท่าที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ใช้บังคับเท่านั้น หน้าที่เหล่านั้นรวมถึง (i) การจดทะเบียนภายใต้ Article 6 ของสารใด ๆ ไม่ว่าโดยลำพังหรือในสารผสม ที่นำเข้าในปริมาณหนึ่งตันหรือมากกว่าต่อปี (ii) การจดทะเบียนภายใต้ Article 7(1) ของสารใด ๆ ที่มุ่งหมายให้ปลดปล่อยออกจากสิ่งของภายใต้เงื่อนไขการใช้งานตามปกติหรือที่พึงคาดหมายได้ตามสมควร ในกรณีที่ปริมาณเกินหนึ่งตันต่อปี (iii) การแจ้งต่อ European Chemicals Agency ภายใต้ Article 7(2) ของสารใด ๆ ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อสารที่น่ากังวลอย่างยิ่งซึ่งมีอยู่ในสิ่งของในความเข้มข้นเกินกว่าร้อยละ 0.1 โดยน้ำหนัก ในกรณีที่ปริมาณที่นำเข้าเกินหนึ่งตันต่อปี (iv) หน้าที่ของผู้จัดหาสิ่งของภายใต้ Article 33 ในการส่งต่อข้อมูลที่ทำให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และ (v) การแจ้งต่อฐานข้อมูลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ Article 9(1)(i) ของ Directive 2008/98/EC คู่สัญญาบันทึกความคาดหมายของตนว่า สำหรับสายเคเบิลใยแก้วนำแสงแบบพาสซีฟและชิ้นส่วนออปติกแบบพาสซีฟที่จัดหาในฐานะสิ่งของ หน้าที่ในการจดทะเบียนตาม (i) ถึง (iii) จะไม่ค่อยถูกนำมาใช้ และหน้าที่ตาม (iv) และ (v) จะถูกนำมาใช้ **เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถปฏิบัติหน้าที่เหล่านั้นได้ ผู้จัดหาจะ** (A) จัดส่งเอกสารข้อมูลความปลอดภัยและข้อมูลอื่นที่ผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องจัดส่งให้แก่ตนในส่วนของสารที่มีอยู่ในสินค้า เมื่อได้รับการร้องขอเป็นหนังสือและโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (B) ในกรณีที่สินค้าใดมีสารที่อยู่ในบัญชีรายชื่อสารที่น่ากังวลในความเข้มข้นเกินกว่าร้อยละ 0.1 โดยน้ำหนัก เปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าว ชื่อของสารนั้น และข้อมูลที่ผู้ผลิตจัดส่งให้แก่ตนซึ่งจำเป็นต่อการใช้งานสินค้าได้อย่างปลอดภัย โดยในแต่ละกรณีให้กระทำก่อนหรือในขณะส่งมอบและโดยผู้ซื้อไม่ต้องร้องขอ (C) จัดส่งข้อมูลองค์ประกอบ ข้อมูลระดับสิ่งของ และข้อมูลห่วงโซ่อุปทานที่ผู้ซื้อต้องการตามสมควรสำหรับการแจ้งตาม Article 7(2) หรือ Article 9(1)(i) เมื่อได้รับการร้องขอเป็นหนังสือ เท่าที่ผู้จัดหาถือครองอยู่หรือสามารถขอรับได้จากผู้ผลิต และ (D) แจ้งให้ผู้ซื้อทราบเป็นหนังสือภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ทราบว่าสารใดในสินค้าถูกเพิ่มเข้าในบัญชีรายชื่อสารที่น่ากังวล หรือตกอยู่ภายใต้การขออนุญาตหรือการจำกัด ผู้จัดหาไม่ได้รับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลที่มีที่มาจากผู้ผลิต นอกเหนือจากการส่งต่อข้อมูลดังกล่าวตามข้อนี้ ในกรณีที่ผู้จัดหาไม่สามารถขอรับข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องการตามสมควรภายใต้ (C) ได้ ผู้จัดหาต้องแจ้งเช่นนั้นเป็นหนังสือภายในระยะเวลาดังกล่าว และผู้ซื้ออาจยกเลิกส่วนที่ยังมิได้ส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้โดยแจ้งเป็นหนังสือ และส่งคืนสินค้าที่ได้ส่งมอบไปแล้วตามข้อ 7(c) เพื่อรับเงินคืนตามราคาที่ชำระไปพร้อมกับค่าขนส่งในการส่งคืน โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับเข้าคลังใด ๆ

(c) **RoHS และอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์** ในกรณีที่สินค้าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในขอบเขตของ RoHS Directive ให้ข้อ 15(c) ใช้บังคับกับคำประกาศความสอดคล้องของสหภาพยุโรปและเครื่องหมาย CE ในกรณีที่สินค้าอยู่ในขอบเขตของ Directive 2012/19/EU ว่าด้วยของเสียจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ซื้อรับทราบว่าบุคคลที่วางจำหน่ายอุปกรณ์ในตลาดของรัฐสมาชิกเป็นครั้งแรกเป็นผู้ผลิตเพื่อวัตถุประสงค์ของ Directive ดังกล่าว และต้องจดทะเบียนกับทะเบียนผู้ผลิตของรัฐสมาชิกนั้น จัดหาเงินทุนสำหรับการเก็บรวบรวมและการบำบัด และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการติดเครื่องหมายและข้อมูลที่ใช้บังคับ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะจัดส่งข้อมูลตามที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการตามสมควรอันเกี่ยวกับหน้าที่เหล่านั้น

(d) **แบตเตอรี่** ในกรณีที่สินค้ามีแบตเตอรี่อยู่ด้วย จัดหามาพร้อมกับแบตเตอรี่ หรือเป็นแบตเตอรี่ที่อยู่ในขอบเขตของ Batteries Regulation ผู้ซื้อรับทราบว่าบุคคลที่ทำให้แบตเตอรี่พร้อมจำหน่ายในตลาดของรัฐสมาชิกเป็นครั้งแรกเป็นผู้ผลิตเพื่อวัตถุประสงค์ของ Regulation ดังกล่าว ต้องจดทะเบียนในรัฐสมาชิกแต่ละรัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความรับผิดชอบที่ขยายของผู้ผลิต การเก็บรวบรวม การติดฉลาก และข้อมูลที่ใช้บังคับ และต้องปฏิบัติตามหน้าที่ในการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของ Regulation ดังกล่าวเท่าที่ใช้บังคับได้ ผู้จัดหาจะจัดส่งข้อมูลแบตเตอรี่ การติดฉลาก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ และข้อมูลการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะที่ผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องจัดส่งให้แก่ตน เมื่อได้รับการร้องขอเป็นหนังสือ และไม่ได้รับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว

(e) **บรรจุภัณฑ์** ผู้ซื้อต้องส่งคืนดรัมและม้วนที่ใช้ซ้ำได้ตามข้อ 7(f) ในกรณีที่ผู้จัดหาระบุว่าดรัม ม้วน หรือบรรจุภัณฑ์อื่นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องส่งคืน หรือมิได้มีการส่งคืนภายในระยะเวลาตามข้อ 7(f) ผู้ซื้อมีหน้าที่รับผิดชอบในการนำกลับมาใช้ซ้ำ การรีไซเคิล หรือการกำจัดโดยชอบด้วยกฎหมาย และในการกำจัดบรรจุภัณฑ์ เศษวัสดุ และของเสียอื่นทั้งปวงที่เกิดจากการใช้หรือการติดตั้งสินค้าของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยในแต่ละกรณีต้องเป็นไปตามกฎหมายของสหภาพและกฎหมายภายในประเทศว่าด้วยบรรจุภัณฑ์ ของเสีย การรีไซเคิล และสิ่งแวดล้อมที่ใช้บังคับ รวมถึง **Packaging Regulation** และเท่าที่ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ กฎหมายของรัฐสมาชิกแต่ละรัฐที่นำ **Directive 94/62/EC** ว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์มาปฏิบัติ Packaging Regulation มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ **11 กุมภาพันธ์ 2025** และตาม Article 71 ของ Regulation ดังกล่าว ได้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ **12 สิงหาคม 2026** ตาม Article 70(1) ของ Regulation ดังกล่าว Directive 94/62/EC ถูกยกเลิกโดยมีผลตั้งแต่วันเดียวกันนั้น ยกเว้นบทบัญญัติบางประการของ Directive ดังกล่าวที่ยังคงใช้บังคับต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2028 หรือ 31 ธันวาคม 2029 แล้วแต่บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง หรือโดยอ้างอิงกฎหมายอนุวัติการที่ตราขึ้นภายใต้ Article 12(6) ของ Packaging Regulation เนื่องจากข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ **21 กันยายน 2026** Packaging Regulation จึงใช้บังคับกับการจัดหาสินค้าทุกครั้งภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ และการอ้างถึง Directive 94/62/EC ตามที่นำมาปฏิบัติในข้อนี้รวมไว้เพียงเพราะมาตรการอนุวัติการภายในประเทศที่ออกภายใต้ Directive ดังกล่าวอาจยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ และเพราะหน้าที่ที่เกิดขึ้นภายใต้มาตรการเหล่านั้นก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2026 ไม่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกดังกล่าว ข้อกำหนดบางประการของ Packaging Regulation จะทยอยมีผลใช้บังคับภายหลังวันที่ Regulation ดังกล่าวเริ่มใช้บังคับ และผู้ซื้อมีหน้าที่พิจารณาว่าข้อกำหนดใดใช้บังคับกับตนและเมื่อใด ผู้ซื้อรับทราบว่าในกรณีที่ตนทำให้บรรจุภัณฑ์พร้อมจำหน่ายในรัฐสมาชิกเป็นครั้งแรก ตนเป็นผู้ผลิตเพื่อวัตถุประสงค์ของโครงการความรับผิดชอบที่ขยายของผู้ผลิตใด ๆ ที่ใช้บังคับกับบรรจุภัณฑ์ในรัฐสมาชิกนั้น คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะจัดส่งข้อมูลตามที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการตามสมควรอันเกี่ยวกับโครงการด้านบรรจุภัณฑ์ การรีไซเคิล หรือความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่คู่สัญญาอีกฝ่ายนั้นอยู่ภายใต้ ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่บังคับให้ผู้จัดหาต้องรับคืนหรือเข้าเก็บบรรจุภัณฑ์ ดรัม หรือม้วนใด ๆ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อ 7(f)

(f) **ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า Deforestation Regulation ไม่ใช้บังคับกับการจัดหาสินค้านี้** ผู้จัดหาได้ประเมินสินค้า ตลอดจนดรัม ม้วน และพาเลทที่ใช้ขนส่งสินค้า เทียบกับ **Deforestation Regulation** และระบุข้อสรุปของตนไว้ ณ ที่นี้ เพื่อให้ฝ่ายกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ซื้อไม่ต้องดำเนินการซ้ำ **ข้อสรุปคือ Deforestation Regulation ไม่ใช้บังคับกับการจัดหาสินค้าใด ๆ ภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้** ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ (i) สินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ออปติกแบบพาสซีฟที่ทำจากแก้ว พอลิเมอร์ โลหะ และเซรามิก สินค้าไม่มีสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องซึ่ง Deforestation Regulation ใช้บังคับด้วย อันได้แก่ โค โกโก้ กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ สินค้ามิใช่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามความหมายของ Regulation ดังกล่าว และวัสดุปลอกหุ้ม เปลือกหุ้ม และวัสดุปิดผนึกที่เป็นพอลิเมอร์ซึ่งใช้ในสินค้าเป็นวัสดุสังเคราะห์ โดยผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์อยู่นอกขอบเขตของ Regulation ดังกล่าว (ii) ดรัมเก็บสายเคเบิลที่ทำจากไม้ พาเลท และวัสดุบรรจุที่คล้ายคลึงกันอยู่ในพิกัด 4415 ของ Combined Nomenclature ซึ่งเป็นพิกัดที่ระบุไว้ใน Annex I ของ Deforestation Regulation แต่รายการสำหรับพิกัดดังกล่าวใน Annex I ได้ระบุไว้ว่า **ไม่รวมถึงวัสดุบรรจุที่ใช้เพื่อรองรับ ปกป้อง หรือบรรทุกผลิตภัณฑ์อื่นที่วางจำหน่ายในตลาดแต่เพียงอย่างเดียว** และผู้จัดหาจัดหาดรัม ม้วน และพาเลททุกชิ้นเพื่อรองรับ ปกป้อง และบรรทุกสินค้าแต่เพียงอย่างเดียว และมิได้ขายสิ่งเหล่านั้นในฐานะผลิตภัณฑ์ในตัวเอง และ (iii) การเรียกเก็บเงินมัดจำตามข้อ 7(f) การคืนเงินมัดจำเมื่อส่งคืน และการนำดรัมหรือม้วนกลับมาใช้ซ้ำหรือจัดหาต่อในภายหลัง ไม่ทำให้ดรัมหรือม้วนนั้นกลายเป็นผลิตภัณฑ์ในตัวเอง เนื่องจากข้อยกเว้นดังกล่าวขึ้นอยู่กับหน้าที่ที่สิ่งของนั้นปฏิบัติ มิใช่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสิ่งของที่ใช้ครั้งเดียวหรือใช้ซ้ำได้ ดังนั้น วัสดุบรรจุที่เหมาะสมอย่างชัดเจนสำหรับการใช้ซ้ำและที่ใช้เพื่อรองรับ ปกป้อง หรือบรรทุกผลิตภัณฑ์อื่นแต่เพียงอย่างเดียว จึงอยู่นอกขอบเขตของ Deforestation Regulation นับแต่วินาทีที่มีการใช้เช่นนั้นเป็นครั้งแรกและในทุกโอกาสถัดไปที่มีการทำให้พร้อมจำหน่ายในตลาดหรือส่งออก รวมถึงในกรณีที่มีการโอนระหว่างกิจการภายในข้อตกลงแลกเปลี่ยนแบบวงจรปิด และดรัมที่ส่งคืนตามข้อ 7(f) และนำกลับมาใช้ซ้ำเพื่อบรรทุกสินค้าจึงยังคงอยู่นอกขอบเขตดังกล่าว **จึงเป็นผลว่าผู้จัดหามิได้วางจำหน่ายในตลาดสหภาพ และมิได้จัดหาให้แก่ผู้ซื้อ ซึ่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องใด ๆ ตามความหมายของ Deforestation Regulation ว่าไม่ต้องมีคำแถลงการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะสำหรับการจัดหาสินค้าใด ๆ ภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ และว่าคู่สัญญาฝ่ายใดไม่ต้องยื่นคำแถลงดังกล่าว** ผู้จัดหามิได้จัดตั้งอยู่ในสหภาพ ไม่มีหมายเลข EORI ที่ออกโดยรัฐสมาชิก และไม่ว่ากรณีใดก็ไม่สามารถยื่นคำแถลงการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะหรือลงทะเบียนในระบบสารสนเทศที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ Regulation ดังกล่าวได้ ข้อนี้บันทึกการประเมินของผู้จัดหาและการจัดสรรหน้าที่คงเหลือใด ๆ ระหว่างคู่สัญญา เป็นเพียงคำแถลงสถานะและมิใช่การรับประกัน และให้ข้อ 1.2(j) ใช้บังคับกับข้อนี้ **การจัดสรรหน้าที่คงเหลือ** หากผู้จัดหาจะขายดรัม ม้วน พาเลท หรือสิ่งของที่ทำจากไม้อื่นในฐานะสินค้าในตัวเอง แทนที่จะจัดหาในฐานะวัสดุบรรจุ หรือหากสินค้าใดจะมีสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ สิ่งของนั้นหรือสินค้านั้นย่อมอยู่ใน Annex I ของ Deforestation Regulation ในกรณีดังกล่าว บุคคลที่หน้าที่ของผู้ประกอบการตกอยู่แก่คือบุคคลที่กระทำการในฐานะผู้นำเข้าเมื่อมีการยื่นใบขนสินค้าเพื่อปล่อยสินค้าเข้าสู่การหมุนเวียนเสรี ซึ่งตามข้อ 5(d) คือผู้ซื้อ หรือบุคคลที่จัดตั้งอยู่ในสหภาพซึ่งผู้ซื้อระบุตัวไว้ตามข้อ 2(b)(v) และไม่ว่ากรณีใดมิใช่ผู้จัดหา ผู้จัดหาต้องแจ้งให้ผู้ซื้อทราบเป็นหนังสือก่อนที่จะตอบรับคำสั่งซื้อใด ๆ ที่ประโยคก่อนหน้าจะใช้บังคับ และในกรณีดังกล่าวจะจัดส่งข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์และข้อมูลห่วงโซ่อุปทานที่อยู่ในความครอบครองของตนหรือที่ตนสามารถขอรับได้จากผู้ผลิตที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้รับการร้องขอเป็นหนังสือและโดยผู้ซื้อเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตามสมควร และไม่ได้รับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว **วันที่** หน้าที่ตาม Deforestation Regulation ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ **30 ธันวาคม 2026** และในกรณีของบุคคลธรรมดาและวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดเล็ก ตั้งแต่วันที่ **30 มิถุนายน 2027** โดยวันดังกล่าวได้ถูกแทนที่โดย Regulation (EU) 2025/2650 ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ขึ้นอยู่กับวันดังกล่าว เพราะข้อสรุปที่ระบุไว้ข้างต้นคือ Regulation ดังกล่าวไม่ใช้บังคับกับการจัดหาสินค้านี้เลย

(g) **ไม่รับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง** ไม่มีข้อความใดในข้อ 18 นี้ที่ทำให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามหน้าที่ในการจดทะเบียน การรายงาน การจัดหาเงินทุน การรับคืน หรือการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะใด ๆ ของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง และข้อมูลที่จัดส่งภายใต้ข้อนี้จัดส่งให้เพื่อการประเมินของผู้รับเองและโดยผู้รับรับความเสี่ยงเอง คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่อีกฝ่ายหนึ่งสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ค่าปรับ ค่าปรับทางอาญา ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการที่ตนไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ข้อ 18 นี้จัดสรรให้แก่ตน

---

## 19. การคุ้มครองข้อมูล

(a) **บทบาท** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายกระทำการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลอิสระในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเองอันเกี่ยวเนื่องกับสัญญา รวมถึงข้อมูลติดต่อทางธุรกิจของบุคลากรของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง และข้อมูลที่ประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารคำสั่งซื้อ การประเมินสินเชื่อ การบริหารจัดการบัญชี การส่งมอบ การบริหารการรับประกัน ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และการเรียกคืนสินค้า และการใช้สิทธิหรือการต่อสู้ข้อเรียกร้องทางกฎหมาย คู่สัญญาฝ่ายใดไม่ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของอีกฝ่ายหนึ่งภายใต้สัญญา หากคู่สัญญาตกลงกันว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สัญญาจะเข้าทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลเป็นหนังสือที่เป็นไปตาม Article 28 ของ GDPR ก่อน

(b) **การปฏิบัติตามกฎหมาย** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนประมวลผลอันเกี่ยวเนื่องกับสัญญา จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ของสัญญาหรือตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลอนุญาตโดยประการอื่นเท่านั้น จะจัดให้มีมาตรการทางเทคนิคและทางองค์กรที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลนั้น และจะทำให้แน่ใจว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประมวลผลข้อมูลนั้นผูกพันตามหน้าที่รักษาความลับ

(c) **ข้อมูลและฐานทางกฎหมาย** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายรับรองว่าตนได้ให้ข้อมูลที่ Articles 13 และ 14 ของ GDPR กำหนดแก่บุคคลซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเปิดเผยแก่อีกฝ่ายหนึ่งแล้ว ว่าตนมีฐานทางกฎหมายสำหรับการเปิดเผยดังกล่าว และว่าการเปิดเผยนั้นมิได้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ผู้ซื้อจะแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัวของผู้จัดหาซึ่งเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของผู้จัดหา ให้บุคคลแต่ละรายซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกส่งให้แก่ผู้จัดหาทราบ ณ เวลาหรือก่อนเวลาที่ตนส่งข้อมูลนั้น

(d) **ผู้จัดหาไม่มีผู้แทนในสหภาพภายใต้ Article 27 ของ GDPR** ผู้จัดหาเป็นผู้ควบคุมข้อมูลที่จัดตั้งอยู่นอกสหภาพ **ผู้จัดหามิได้กำหนดผู้แทนในสหภาพภายใต้ Article 27 ของ GDPR และมิได้ระบุชื่อผู้แทนใดไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวของตน** สถานะของผู้จัดหา ซึ่งระบุไว้เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถพิจารณาด้วยตนเองแทนที่จะสันนิษฐานเอา คือ Article 3(2)(a) ของ GDPR มิได้ถูกนำมาใช้กับสัญญานี้ เนื่องจากสินค้าเสนอให้แก่ผู้ซื้อในฐานะกิจการ มิใช่เสนอให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใด และข้อมูลส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียวที่ผู้จัดหาประมวลผลคือข้อมูลติดต่อทางธุรกิจของบุคลากรของผู้ซื้อ และข้อมูลที่เทียบเท่ากันซึ่งประมวลผลเพื่อการบริหารคำสั่งซื้อ การประเมินสินเชื่อ การส่งมอบ การบริหารการรับประกัน ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และการใช้สิทธิหรือการต่อสู้ข้อเรียกร้องทางกฎหมาย **ผู้จัดหาบันทึกว่าสถานะดังกล่าวมิได้ปราศจากข้อสงสัย** หาก Article 3(2) ถูกนำมาใช้ ข้อยกเว้นใน Article 27(2)(a) ย่อมใช้ได้เฉพาะในกรณีที่การประมวลผลเป็นไปเป็นครั้งคราวเท่านั้น และการประมวลผลที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องเพื่อการบริหารบัญชีการค้าย่อมไม่น่าจะเป็นการประมวลผลเป็นครั้งคราว ผู้จัดหาจะทบทวนสถานะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จะกำหนดผู้แทนในสหภาพและเผยแพร่ตัวตนและข้อมูลติดต่อของผู้แทนนั้นในประกาศความเป็นส่วนตัวของตน หากตนสรุปได้หรือได้รับคำแนะนำว่าต้องมีผู้แทนดังกล่าว และจะแจ้งให้ผู้ซื้อทราบเป็นหนังสือหากได้ดำเนินการดังกล่าว อนุมาตรานี้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้จัดหาเองเท่านั้น มิได้กำหนดหน้าที่ใดแก่ผู้ซื้อ มิใช่การรับประกันต่อผู้ซื้อ และไม่กระทบต่อหน้าที่ของคู่สัญญาฝ่ายใดภายใต้ข้อ 19(a) ถึงข้อ 19(c) และข้อ 19(e) ถึงข้อ 19(g) ซึ่งภายใต้ข้อเหล่านั้นคู่สัญญาแต่ละฝ่ายยังคงเป็นผู้ควบคุมข้อมูลอิสระที่รับผิดชอบการปฏิบัติตามกฎหมายของตนเอง ผู้ซื้อไม่มีหน้าที่ต้องกระทำการในฐานะ และต้องไม่ถูกระบุว่าเป็น ผู้แทนของผู้จัดหาในสหภาพ

(e) **การโอนข้อมูลระหว่างประเทศ** คู่สัญญารับทราบว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลจากสหภาพไปยังสหราชอาณาจักรอันเกี่ยวเนื่องกับสัญญากระทำโดยอาศัยคำวินิจฉัยความเพียงพอที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ตราขึ้นสำหรับสหราชอาณาจักร ตราบเท่าที่คำวินิจฉัยดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับ หากคำวินิจฉัยดังกล่าวสิ้นอายุ ถูกระงับ ถูกยกเลิก หรือถูกวินิจฉัยว่าไม่สมบูรณ์ หรือหากคำวินิจฉัยดังกล่าวสิ้นสุดการครอบคลุมการโอนที่กระทำภายใต้สัญญา คู่สัญญาจะเข้าทำ standard contractual clauses ที่คณะกรรมาธิการยุโรปตราขึ้นภายใต้ Article 46(2)(c) ของ GDPR ในโมดูลที่เหมาะสมกับการโอนนั้นโดยไม่ชักช้าเกินสมควร พร้อมกับมาตรการเสริมใด ๆ ที่ระบุได้จากการประเมินผลกระทบของการโอน และให้ถือว่าข้อกำหนดเหล่านั้นรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานับแต่วันที่คำวินิจฉัยความเพียงพอสิ้นสุดการใช้บังคับ โดยผู้ซื้อเป็นผู้ส่งออกข้อมูลและผู้จัดหาเป็นผู้นำเข้าข้อมูล คู่สัญญาฝ่ายใดจะไม่โอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่งไปยังประเทศที่สาม เว้นแต่จะเป็นไปตาม Chapter V ของ GDPR

(f) **การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและการให้ความช่วยเหลือ** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นหนังสือโดยไม่ชักช้าเกินสมควร และไม่ว่าในกรณีใดภายใน **สี่สิบแปด (48) ชั่วโมง** นับแต่วันที่ทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง จะจัดส่งข้อมูลที่ต้องการตามสมควรเพื่อให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนเองภายใต้ Articles 33 และ 34 ของ GDPR ได้ และจะให้ความช่วยเหลืออันสมควรในการตอบสนองต่อคำขอใด ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การสอบถามใด ๆ ของหน่วยงานกำกับดูแล และการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลหรือการหารือล่วงหน้าใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากคู่สัญญาฝ่ายนั้น

(g) **บันทึกตามข้อ 15(f)** ในกรณีที่บันทึกที่เก็บรักษาไว้ตามข้อ 15(f) มีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องเก็บรักษาบันทึกนั้นไว้อย่างปลอดภัย ใช้บันทึกนั้นเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบกลับผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย การเรียกคืนสินค้า และการใช้สิทธิหรือการต่อสู้ข้อเรียกร้องทางกฎหมายเท่านั้น และลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้เมื่อสิ้นระยะเวลาการเก็บรักษาตามข้อดังกล่าว เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้เก็บรักษาไว้นานกว่านั้น หรือมีความจำเป็นเพื่อการใช้สิทธิหรือการต่อสู้ข้อเรียกร้องทางกฎหมาย

---

## 20. ทรัพย์สินทางปัญญา

(a) **ความเป็นเจ้าของและการอนุญาตให้ใช้สิทธิ** ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาทั้งปวงในสินค้า ข้อกำหนดคุณลักษณะ และเอกสารประกอบ ยังคงเป็นของผู้จัดหาหรือของผู้ผลิตที่เกี่ยวข้อง ผู้จัดหาให้สิทธิแก่ผู้ซื้อในลักษณะจำกัด โดยไม่มีค่าสิทธิ และไม่เป็นการเฉพาะราย ในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวเพื่อการใช้ การบำรุงรักษา การจัดหาต่อ และการทำการตลาดสินค้า และในการทำซ้ำเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ของผู้จัดหาโดยไม่ดัดแปลงเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดหาสินค้าต่อ สิทธิดังกล่าวอาจให้อนุญาตช่วงผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของผู้ซื้อไปยังผู้ซื้อรายถัดไปหรือผู้ใช้ปลายทางของสินค้าได้ และไม่อาจเพิกถอนได้สำหรับสินค้าที่จัดหาให้ก่อนการเลิกสัญญา ผู้ซื้อไม่ได้มาซึ่งสิทธิอื่นใดในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้จัดหาโดยการซื้อสินค้า

(b) **เครื่องหมายและการติดเครื่องหมาย** เว้นแต่ที่ได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งในข้อกำหนดพิเศษ และเว้นแต่เครื่องหมายผู้นำเข้าที่ข้อ 15(h) อนุญาต ผู้ซื้อต้องไม่เปลี่ยนแปลง ลบ ปิดบัง หรือเพิ่มเติมเครื่องหมายการค้า ตราสินค้า หรือเครื่องหมายใด ๆ บนสินค้า และต้องไม่ติดเครื่องหมายการค้าหรือชื่อทางการค้าอื่นใดลงบนสินค้า ให้ข้อ 15(h) ใช้บังคับเพิ่มเติมจากข้อนี้ ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบทันทีเมื่อทราบถึงการละเมิดเครื่องหมายการค้าของผู้จัดหาที่เกิดขึ้นจริงหรือที่อาจเกิดขึ้น

(c) **ความสิ้นไปแห่งสิทธิ** ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่จำกัดผู้ซื้อมิให้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินค้าที่ผู้จัดหาหรือผู้ที่ได้รับความยินยอมจากผู้จัดหาได้วางจำหน่ายในตลาดในเขตเศรษฐกิจยุโรปแล้ว เท่าที่สิทธิในสินค้านั้นสิ้นไปแล้วภายใต้กฎหมายสหภาพ

(d) **ข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอก** หากบุคคลภายนอกกล่าวอ้างว่าสินค้ามาตรฐานที่มิได้ปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะละเมิดสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ การออกแบบที่จดทะเบียน สิทธิในฐานข้อมูล หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใด ผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้จัดหาทราบทันที ต้องไม่ยอมรับความรับผิดหรือประนีประนอมยอมความโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากผู้จัดหา และต้องให้ความช่วยเหลืออันสมควรแก่ผู้จัดหาโดยผู้จัดหาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ความรับผิดของผู้จัดหาจำกัดอยู่เพียงการได้มาซึ่งสิทธิในการใช้ต่อไป การเปลี่ยนทดแทนสินค้าด้วยสินค้าที่ไม่ละเมิดซึ่งมีข้อกำหนดคุณลักษณะเทียบเท่ากัน การดัดแปลงสินค้าเพื่อมิให้เป็นการละเมิด หรือการคืนเงินราคาที่ชำระไป ตามแต่ตนจะเลือก จะไม่มีการเยียวยาใด ๆ ในกรณีที่ข้อเรียกร้องเกิดจากการปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะ จากการปฏิบัติตามข้อกำหนดคุณลักษณะหรือคำสั่งของผู้ซื้อ จากการทำการตลาดของผู้ซื้อ จากการนำไปใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ของบุคคลภายนอก จากการดัดแปลงสินค้าโดยบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้จัดหา หรือจากการที่ผู้ซื้อยังคงใช้สินค้าต่อไปภายหลังจากที่ผู้จัดหาได้เรียกให้ตนหยุดใช้แล้ว

(e) **ข้อกำหนดคุณลักษณะของผู้ซื้อ** ในกรณีที่สินค้าผลิตขึ้นตามข้อกำหนดคุณลักษณะของผู้ซื้อ ผู้ซื้อจะชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้จัดหาสำหรับบรรดาความสูญเสีย ความรับผิด ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ค่าปรับ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายอันสมควร) อันเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากข้อกำหนดคุณลักษณะดังกล่าว

(f) **ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายของผู้ผลิต** ผู้จัดหามิได้เป็นผู้ออกแบบหรือผลิตสินค้า เว้นแต่ตามที่ระบุไว้ในข้อ 11(c) ผู้จัดหาโอนและส่งผ่านประโยชน์จากข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายด้านทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ที่ผู้ผลิตให้ไว้แก่ผู้จัดหาเกี่ยวกับสินค้าไปยังผู้ซื้อ เท่าที่สามารถโอนได้ และจะจัดส่งสาระสำคัญของข้อกำหนดดังกล่าวเมื่อได้รับการร้องขอ ซึ่งผู้จัดหาอาจจัดส่งในรูปแบบคำแถลงที่ผู้จัดหาออกให้ หรือในรูปแบบที่มีการปกปิดข้อความบางส่วน ในกรณีที่ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวไม่อาจโอนได้ ผู้จัดหาจะดำเนินการเรียกร้องตามข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้ผลิตในนามของผู้ซื้อ ตามคำขอเป็นหนังสือและด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ และจะส่งมอบเงินที่ได้รับให้แก่ผู้ซื้อ **ผู้จัดหาไม่ได้ให้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายที่เป็นอิสระใด ๆ เกี่ยวกับข้อเรียกร้องด้านทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก และข้อ 20(d) กำหนดการเยียวยาเพียงประการเดียวของผู้ซื้อต่อผู้จัดหาเกี่ยวกับข้อเรียกร้องดังกล่าว**

(g) **เฟิร์มแวร์และซอฟต์แวร์ฝังตัว** ในกรณีที่สินค้ามีเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ฝังตัว ให้ถือว่าเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ มิใช่การขาย ผู้จัดหาให้สิทธิแก่ผู้ซื้อในลักษณะไม่เป็นการเฉพาะราย และไม่อาจโอนได้ เว้นแต่ในกรณีการโอนสิทธิที่ข้อ 25(a) อนุญาต ในการใช้เฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์นั้นเฉพาะในลักษณะที่ฝังอยู่ในสินค้าและเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานสินค้าเท่านั้น และสิทธิดังกล่าวอาจให้อนุญาตช่วงผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของผู้ซื้อไปยังผู้ซื้อรายถัดไปหรือผู้ใช้ปลายทางของสินค้าได้ ผู้ซื้อต้องไม่ทำวิศวกรรมย้อนกลับ แปลกลับ แยกส่วน ดัดแปลง หรือสร้างงานดัดแปลงจากเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์นั้น เว้นแต่เท่าที่กฎหมายห้ามมิให้มีข้อจำกัดดังกล่าว รวมถึง Articles 5 และ 6 ของ Directive 2009/24/EC ว่าด้วยการคุ้มครองโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามกฎหมาย ส่วนประกอบโอเพนซอร์สอยู่ภายใต้การอนุญาตตามข้อกำหนดของตนเอง ซึ่งมีผลเหนือกว่าข้อนี้เท่าที่มีความไม่สอดคล้องกัน และผู้จัดหาจะระบุส่วนประกอบเหล่านั้นเมื่อได้รับการร้องขอ ในกรณีที่สินค้าได้รับการเข้ารหัสหรือกำหนดร่องกุญแจเพื่อให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์รองรับเฉพาะได้ การเข้ารหัสให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้บังคับหรือในอีเมลยืนยัน และผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจยืนยันความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ของตนเองก่อนการสั่งซื้อ

---

## 21. การรักษาความลับ

(a) **หน้าที่** คู่สัญญาแต่ละฝ่าย (**ฝ่ายผู้รับข้อมูล**) ต้องรักษาข้อกำหนดคุณลักษณะ แบบเขียน ราคา การคาดการณ์ และข้อมูลทางเทคนิคหรือทางการค้าทั้งปวงที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง (**ฝ่ายผู้เปิดเผยข้อมูล**) เปิดเผยแก่ตนไว้เป็นความลับ ต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ของสัญญาเท่านั้น และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากฝ่ายผู้เปิดเผยข้อมูล เว้นแต่เปิดเผยแก่ลูกจ้าง ที่ปรึกษาวิชาชีพ ผู้รับประกันภัย ผู้ให้เงินทุน และกิจการในเครือของตนซึ่งจำเป็นต้องทราบข้อมูลนั้นและผูกพันตามหน้าที่ที่เทียบเท่ากัน และในกรณีของผู้จัดหา เปิดเผยแก่ผู้ผลิต หน่วยงานทดสอบ สำนักงานข้อมูลเครดิต ผู้รับประกันภัยสินเชื่อ หน่วยงานเรียกเก็บหนี้ และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และพิธีการศุลกากร โดยในแต่ละกรณีต้องเป็นไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาและผู้รับข้อมูลต้องผูกพันตามหน้าที่ที่เทียบเท่ากัน

(b) **ข้อยกเว้น** ข้อนี้ไม่ใช้บังคับกับข้อมูลที่ (i) เป็นหรือกลายเป็นข้อมูลสาธารณะโดยมิได้เกิดจากการผิดข้อนี้ (ii) ฝ่ายผู้รับข้อมูลได้ทราบโดยชอบด้วยกฎหมายโดยปราศจากข้อจำกัดก่อนการเปิดเผย (iii) ได้รับจากบุคคลภายนอกโดยปราศจากข้อจำกัด (iv) ได้พัฒนาขึ้นโดยอิสระโดยมิได้ใช้ข้อมูลของฝ่ายผู้เปิดเผยข้อมูล หรือ (v) ฝ่ายผู้รับข้อมูลมีหน้าที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายหรือตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานตุลาการ หรืออนุญาโตตุลาการ โดยมีเงื่อนไขว่าฝ่ายผู้รับข้อมูลได้แจ้งให้ฝ่ายผู้เปิดเผยข้อมูลทราบโดยพลันเท่าที่กระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และจำกัดการเปิดเผยไว้เพียงเท่าที่กำหนด

(c) **การส่งคืนหรือการทำลาย** เมื่อมีการเลิกสัญญาหรือเมื่อฝ่ายผู้เปิดเผยข้อมูลร้องขอเป็นหนังสือ ฝ่ายผู้รับข้อมูลจะส่งคืนหรือทำลายข้อมูลอันเป็นความลับของฝ่ายผู้เปิดเผยข้อมูล เว้นแต่สำเนาที่เก็บไว้ในระบบสำรองข้อมูลตามปกติ สำเนาที่กฎหมายหรือข้อ 15(f) กำหนดให้ต้องเก็บรักษาไว้ และสำเนาที่ต้องการตามสมควรเพื่อการใช้สิทธิหรือการต่อสู้ข้อเรียกร้องทางกฎหมาย

(d) **ระยะเวลา** หน้าที่ตามข้อนี้ยังคงมีผลต่อไปเป็นเวลาห้า (5) ปีหลังจากการเลิกสัญญาหรือการสิ้นสุดของสัญญา และมีผลตลอดไปในส่วนของข้อมูลใด ๆ ที่ถือเป็นความลับทางการค้าตามความหมายของ Directive (EU) 2016/943

(e) **การประชาสัมพันธ์และการอ้างอิง** แม้จะมีข้อ 21(a) ก็ตาม ผู้จัดหาอาจระบุผู้ซื้อว่าเป็นลูกค้าของผู้จัดหาโดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ในรายชื่อลูกค้าของตน บนเว็บไซต์ของตน ในเอกสารประกวดราคา เอกสารคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้น และเอกสารแสดงขีดความสามารถ และในเอกสารแสดงผลงานภายใน และอาจระบุลักษณะของสินค้าที่จัดหาให้โดยทั่วไปได้ ในการนี้ ผู้จัดหาต้องไม่เปิดเผยราคาหรือปริมาณของการจัดหาใด ๆ ข้อมูลการออกแบบโครงข่าย เส้นทาง หรือที่ตั้งของสถานที่ หรือข้อมูลอันเป็นความลับอื่นใดของผู้ซื้อ กรณีศึกษา ข่าวประชาสัมพันธ์ เอกสารเสนอชิงรางวัล คำรับรองจากลูกค้า หรือสิ่งพิมพ์อื่นใดที่เกินกว่าประโยคแรกของข้อนี้ ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากผู้ซื้อ ซึ่งต้องไม่ปฏิเสธหรือหน่วงเหนี่ยวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้ซื้ออาจเพิกถอนสิทธิที่ให้ไว้ตามประโยคแรกของข้อนี้ได้ทุกเมื่อโดยแจ้งเป็นหนังสือ ซึ่งในกรณีนั้นผู้จัดหาจะหยุดการใช้ที่เกี่ยวข้องภายในสามสิบ (30) วัน ยกเว้นในเอกสารที่ได้พิมพ์หรือเผยแพร่ไปแล้วและในเอกสารที่จัดเก็บไว้ การใช้ชื่อหรือตราสัญลักษณ์ของผู้ซื้อใด ๆ อยู่ภายใต้แนวปฏิบัติด้านตราสินค้าอันสมควรของผู้ซื้อที่ได้แจ้งแก่ผู้จัดหาเป็นหนังสือ และไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ ในเครื่องหมายการค้าของผู้ซื้อนอกเหนือจากที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งในข้อนี้ คู่สัญญาฝ่ายใดไม่อาจใช้ชื่อ ตราสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายการค้าของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งโดยประการอื่นได้โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้า

---

## 22. เหตุสุดวิสัย

(a) **การผ่อนผัน** คู่สัญญาฝ่ายใดไม่ต้องรับผิดต่อการไม่ปฏิบัติหรือความล่าช้าในการปฏิบัติการชำระหนี้ใด ๆ นอกเหนือจากหน้าที่ในการชำระเงิน อันเนื่องมาจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมควรของตน เหตุการณ์หนึ่งจะเป็นเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมควรของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเพื่อวัตถุประสงค์ของข้อนี้ ก็ต่อเมื่อเหตุการณ์นั้น หรือผลกระทบของเหตุการณ์นั้นต่อฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ อยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมควรของฝ่ายนั้น และไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือเอาชนะได้โดยการใช้ความระมัดระวังตามสมควร ไม่ว่าความเป็นไปได้โดยทั่วไปของเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวจะพึงคาดหมายได้หรือไม่ก็ตาม ข้อกำหนดดังกล่าวใช้บังคับกับเหตุการณ์ทุกประการที่ระบุไว้ในข้อนี้ ภายใต้บังคับข้อกำหนดดังกล่าว เหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมควรของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง รวมถึงภัยธรรมชาติ อัคคีภัย อุทกภัย พายุ ภัยแล้ง สงคราม การก่อการร้าย การจลาจล ความไม่สงบทางแพ่ง การห้ามค้าขาย การกำหนดมาตรการคว่ำบาตรหรือการควบคุมการส่งออกภายหลังวันที่ของอีเมลยืนยัน การนัดหยุดงานและข้อพิพาทแรงงาน โรคระบาดหรือโรคระบาดใหญ่ การโจมตีทางไซเบอร์ การขัดข้องของโรงงานหรือเครื่องจักร ความล้มเหลวของผู้ขนส่ง การปิดหรือความแออัดของท่าเรือ ชายแดน หรือด่านศุลกากร การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน การขาดแคลนจากผู้จัดหาต้นน้ำหรือการขาดแคลนชิ้นส่วน และการกระทำของรัฐที่ห้ามหรือขัดขวางการปฏิบัติการชำระหนี้ การเปลี่ยนแปลงภาษีศุลกากรหรืออากรมิใช่เหตุสุดวิสัย และอยู่ภายใต้บังคับของข้อ 9(f)

(b) **การบอกกล่าวและการบรรเทาผลกระทบ** ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบต้องแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบโดยพลัน โดยระบุเหตุการณ์ ระยะเวลาที่คาดว่าจะดำเนินอยู่ และหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบ และต้องใช้ความพยายามตามสมควรในการบรรเทาผลกระทบของเหตุการณ์นั้นและในการกลับมาปฏิบัติการชำระหนี้ ให้ขยายเวลาปฏิบัติการชำระหนี้ของฝ่ายที่ได้รับผลกระทบออกไปตลอดระยะเวลาที่เหตุการณ์นั้นดำเนินอยู่

(c) **การเลิกสัญญาเนื่องจากเหตุสุดวิสัยที่ยืดเยื้อ** (i) ในกรณีที่ผู้จัดหาเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ และเหตุการณ์ดำเนินต่อไปเกินกว่าหกสิบ (60) วัน คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบ หรือส่วนของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง (ii) ในกรณีที่ผู้ซื้อเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ และเหตุการณ์ดำเนินต่อไปเกินกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบ (180) วัน คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบ หรือส่วนของคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น โดยแจ้งเป็นหนังสือ (iii) เมื่อมีการเลิกสัญญาตามข้อนี้ ผู้ซื้อต้องชำระค่าสินค้าที่ได้ส่งมอบแล้ว ค่างานทั้งหมดที่ได้ดำเนินการไปแล้วกับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่ผู้จัดหาได้ก่อขึ้นตามสมควรและข้อผูกพันที่ไม่อาจเพิกถอนได้ซึ่งผู้จัดหาได้กระทำไว้ตามสมควรสำหรับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ และสินค้า NCNR ที่ยังมิได้ส่งมอบ (iv) ในกรณีที่ผู้ซื้อชำระเงินจำนวนหนึ่งตาม (iii) สำหรับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ หรือสินค้า NCNR ที่เสร็จสมบูรณ์หรือเสร็จบางส่วน หรือสำหรับวัตถุดิบหรืองานระหว่างทำ ผู้จัดหาต้องส่งมอบสินค้า วัสดุ และงานระหว่างทำดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อโดยผู้ซื้อเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและตามคำสั่งของผู้ซื้อ และกรรมสิทธิ์ในสิ่งเหล่านั้นโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อมีการชำระเงินจำนวนดังกล่าวเต็มจำนวนด้วยเงินที่เรียกเก็บได้แล้ว (v) ให้ข้อ 23(g) ใช้บังคับกับจำนวนเงินใด ๆ ที่ได้ชำระล่วงหน้าไว้สำหรับสินค้าที่มิได้ส่งมอบ (vi) การบอกเลิกสัญญาโดยผู้จัดหาตาม (i) ไม่ทำให้ผู้จัดหามีสิทธิได้รับจำนวนเงินใด ๆ สำหรับคำสั่งซื้อที่ถูกบอกเลิกนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ใน (iii) และโดยตัวของมันเองมิได้ถือเป็นการผิดสัญญาของผู้จัดหา

(d) **การจัดสรร** ผู้จัดหาไม่มีหน้าที่ต้องจัดสรรสินค้าที่ขาดแคลนในลักษณะใดโดยเฉพาะ แต่ในกรณีที่ผู้จัดหาจัดสรรสินค้าที่ขาดแคลน ผู้จัดหาจะดำเนินการบนพื้นฐานที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผลระหว่างลูกค้าของตน

---

## 23. การเลิกสัญญา

(a) **การเลิกสัญญาตามความสะดวก** คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่องใด ๆ ได้โดยแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าสามสิบ (30) วัน เว้นแต่สิทธิของผู้จัดหาตามข้อ 3(a) และข้อ 3(e) ไม่อยู่ภายใต้บังคับข้อนี้ การเลิกสัญญาตามข้อนี้ไม่กระทบต่อคำสั่งซื้อใด ๆ ที่ผู้จัดหาได้ตอบรับไปแล้ว ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้บังคับของสัญญาต่อไป และอาจยกเลิกได้ตามข้อ 7(e) เท่านั้น

(b) **การเลิกสัญญาโดยมีเหตุ** คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกสัญญาหรือคำสั่งซื้อใด ๆ ภายใต้สัญญาได้ทันทีโดยแจ้งเป็นหนังสือ หากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง (i) ประสบเหตุการณ์ล้มละลาย เท่าที่กฎหมายล้มละลายที่ใช้บังคับอนุญาตให้บอกเลิกสัญญาโดยอาศัยเหตุดังกล่าวได้ (ii) กระทำการผิดสัญญาในสาระสำคัญซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ นอกเหนือจากการไม่ชำระจำนวนเงินที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) (iii) ผิดข้อ 17(e) หรือ (iv) กระทำการผิดสัญญาในสาระสำคัญซึ่งอาจแก้ไขได้ นอกเหนือจากการไม่ชำระจำนวนเงินที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) และมิได้แก้ไขภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว

(c) **สิทธิเพิ่มเติมของผู้จัดหา** ผู้จัดหาอาจบอกเลิกสัญญาหรือคำสั่งซื้อใด ๆ ภายใต้สัญญาได้ทันทีโดยแจ้งเป็นหนังสือ หากผู้ซื้อ (i) ไม่ชำระเงินใด ๆ เมื่อถึงกำหนดชำระ (นอกเหนือจากจำนวนเงินที่ผู้ซื้อโต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f)) และมิได้แก้ไขการผิดนัดดังกล่าวภายในสิบ (10) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว (ii) ผิดข้อใดข้อหนึ่งในข้อ 17(a) ถึงข้อ 17(d) (iii) ผิดข้อ 15(h) หรือข้อ 20(b) และมิได้แก้ไขการผิดสัญญาดังกล่าวภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวในกรณีที่อาจแก้ไขได้ หรือ (iv) กระทำการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้จัดหาหรือของผู้ผลิตในหรืออันเกี่ยวเนื่องกับสินค้าในสาระสำคัญ และมิได้แก้ไขการละเมิดดังกล่าวภายในห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวในกรณีที่อาจแก้ไขได้

(d) **สิทธิที่เกิดขึ้นแล้ว** การเลิกสัญญาไม่กระทบต่อสิทธิหรือความรับผิดใด ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

(e) **การระงับสิทธิเนื่องจากการล้มละลาย** ในกรณีที่การใช้สิทธิตามข้อ 4(i) ข้อ 23(b)(i) หรือข้อ 23(f) ถูกทุเลา ถูกระงับ หรือถูกกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมหรือการอนุญาตโดยกฎหมายล้มละลายที่ใช้บังคับ ให้สิทธินั้นถูกระงับไว้และมิได้ระงับสิ้นไป และให้ฟื้นคืนขึ้นใหม่อย่างเต็มที่เท่าที่กฎหมายอนุญาต ให้ข้อ 4(j) ใช้บังคับเพิ่มเติมจากข้อนี้

(f) **ผลของการเลิกสัญญาโดยผู้จัดหา** เมื่อผู้จัดหาบอกเลิกสัญญาตามข้อ 23(b) หรือข้อ 23(c) หรือเมื่อเกิดเหตุผิดนัด (i) ให้ข้อ 10(h) ใช้บังคับ และ (ii) ผู้ซื้อต้องชำระแก่ผู้จัดหาซึ่งค่าสินค้าทั้งหมดที่ได้ส่งมอบแล้ว ค่างานทั้งหมดที่ได้ดำเนินการไปแล้วกับสายเคเบิลที่ตัดแล้ว สินค้าที่ผลิตตามสั่งหรือตามความต้องการเฉพาะ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่ได้ก่อขึ้นตามสมควรและข้อผูกพันที่ไม่อาจเพิกถอนได้ซึ่งได้กระทำไว้ตามสมควรสำหรับสินค้าที่ยังมิได้ส่งมอบ ผู้จัดหาต้องแสดงหลักฐานสนับสนุนจำนวนเงินใด ๆ ที่เรียกร้องตาม (ii) เมื่อได้รับการร้องขอ และต้องให้เครดิตสำหรับมูลค่าของวัสดุหรืองานระหว่างทำใด ๆ ที่ตนสามารถนำไปใช้หรือขายต่อได้

(g) **ผลของการเลิกสัญญาโดยผู้ซื้อ และการคืนเงิน** เมื่อผู้ซื้อบอกเลิกสัญญาตามข้อ 23(b) ผู้ซื้อต้องชำระแก่ผู้จัดหาซึ่งค่าสินค้าทั้งหมดที่ได้ส่งมอบและรับมอบแล้ว และผู้จัดหาต้องคืนจำนวนเงินใด ๆ ที่ผู้ซื้อได้ชำระล่วงหน้าไว้สำหรับสินค้าที่มิได้ส่งมอบ ในกรณีที่คำสั่งซื้อหรือสัญญาถูกบอกเลิกหรือยกเลิกโดยมิได้เกิดจากเหตุผิดนัดหรือการผิดสัญญาของผู้ซื้อ ผู้จัดหาจะคืนจำนวนเงินใด ๆ ที่ผู้ซื้อได้ชำระล่วงหน้าไว้สำหรับสินค้าที่มิได้ส่งมอบ หักด้วยจำนวนเงินใด ๆ ที่ผู้ซื้อต้องชำระตามข้อ 7(e) หรือข้อ 22(c)

---

## 24. การแก้ไขเพิ่มเติม การควบคุมเวอร์ชัน และการรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา

(a) **การแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยผู้จัดหา** ผู้จัดหาอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ได้โดยแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน ในกรณีที่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นสมเหตุสมผลโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ซื้อ และเฉพาะเมื่อมีเหตุอันสมควร อันได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหรือของการตีความหรือการบังคับใช้กฎหมาย การเปลี่ยนแปลงของสินค้าหรือของข้อกำหนดของผู้ผลิต การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจหรือกระบวนการดำเนินงานของผู้จัดหา หรือการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือความคลุมเครือ หนังสือบอกกล่าวต้องระบุเหตุผลของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงและระบุข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลง ผู้จัดหาไม่อาจใช้ข้อนี้เพื่อเพิ่มราคาของ หรือเพื่อลดหน้าที่ของผู้จัดหาภายใต้ คำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับไปแล้ว การแจ้งให้กระทำโดยการเผยแพร่ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับแก้ไขบนเว็บไซต์ของผู้จัดหา และในกรณีที่ผู้ซื้อมีคำสั่งซื้อที่ยังค้างอยู่หรือมีบัญชีสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ ให้แจ้งตามข้อ 25(b) ด้วย ผู้จัดหาไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงราคา ปริมาณ หรือเงื่อนไขการส่งมอบของคำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับแล้วภายใต้ข้อนี้

(b) **เวอร์ชันที่ใช้บังคับกับคำสั่งซื้อ** ข้อกำหนดฉบับแก้ไขมีผลใช้บังคับเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการบอกกล่าว และใช้บังคับเฉพาะกับคำสั่งซื้อที่ตอบรับในวันดังกล่าวหรือหลังจากนั้นเท่านั้น คำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับไปแล้วยังคงอยู่ภายใต้บังคับของข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้เวอร์ชันที่มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการตอบรับ ข้อนี้เป็นตัวกำหนดเวอร์ชันของข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้ที่ใช้บังคับกับคำสั่งซื้อ และมีผลเหนือกว่าข้อความที่ไม่สอดคล้องกันใด ๆ ในอีเมลยืนยัน แม้จะมีข้อ 1.2(b) ก็ตาม

(c) **การยอมรับและการคัดค้าน** การสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องภายหลังจากที่ข้อกำหนดฉบับแก้ไขมีผลใช้บังคับ ถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดดังกล่าว หากผู้ซื้อไม่ยอมรับข้อกำหนดฉบับแก้ไข ผู้ซื้ออาจบอกเลิกข้อตกลงการจัดหาต่อเนื่องใด ๆ ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วยการแจ้งเป็นหนังสือก่อนที่ข้อกำหนดฉบับแก้ไขจะมีผลใช้บังคับ และไม่ว่าในกรณีใด ผู้ซื้อย่อมไม่ผูกพันตามข้อกำหนดฉบับแก้ไขในส่วนของคำสั่งซื้อใด ๆ ที่ได้ตอบรับก่อนที่ข้อกำหนดดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ การเลิกสัญญาตามข้อนี้ไม่กระทบต่อคำสั่งซื้อใด ๆ ที่ผู้จัดหาได้ตอบรับไปแล้ว ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้บังคับของข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้เวอร์ชันที่มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการตอบรับ และอาจยกเลิกได้ตามข้อ 7(e) เท่านั้น

(d) **บันทึกเวอร์ชันและการจัดให้เข้าถึง** ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้แต่ละเวอร์ชันมีหมายเลขเวอร์ชันและวันที่ที่เริ่มมีผลใช้บังคับกำกับไว้ ซึ่งระบุอยู่ที่ส่วนต้นของเอกสารฉบับนี้ ผู้จัดหาจะเก็บรักษาแต่ละเวอร์ชันที่ถูกแทนที่แล้ว และจะจัดส่งสำเนาของเวอร์ชันที่ใช้บังคับกับคำสั่งซื้อใด ๆ ในรูปแบบที่ทำให้ผู้ซื้อสามารถจัดเก็บและทำซ้ำได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เมื่อได้รับการร้องขอเป็นหนังสือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาโดยประการอื่นนอกเหนือจากภายใต้ข้อ 24 นี้ ต้องได้รับความตกลงเป็นหนังสือจากคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

---

## 25. ข้อกำหนดทั่วไป

(a) **การโอนสิทธิ** ผู้ซื้อไม่อาจโอนสิทธิ โอน ก่อภาระ หรือจ้างช่วงตามสัญญาหรือสิทธิหรือหน้าที่ใด ๆ ของตนภายใต้สัญญาได้ โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากผู้จัดหา ซึ่งจะไม่ปฏิเสธโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่ผู้ซื้ออาจโอนสิทธิเรียกร้องที่เป็นตัวเงินต่อผู้จัดหาซึ่งถึงกำหนดและต้องชำระแล้วได้ ผู้จัดหาอาจโอนสิทธิหรือจ้างช่วงตามสัญญาหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสัญญาได้ โดยมีเงื่อนไขว่าการโอนสิทธิดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ซื้อภายใต้สัญญาในสาระสำคัญและในทางเสียหาย และผู้รับโอนรับเอาหน้าที่ของผู้จัดหาภายใต้สัญญาไปด้วย

(b) **การบอกกล่าว** การบอกกล่าวต้องกระทำเป็นหนังสือและส่งไปยังผู้ซื้อตามที่อยู่ทางไปรษณีย์หรือที่อยู่อีเมลที่ระบุไว้ในอีเมลยืนยันหรือในคำขอสินเชื่อ และส่งไปยังผู้จัดหาทางอีเมลที่ [legal@scalefibre.com](mailto:legal@scalefibre.com) หรือทางไปรษณีย์ชำระค่าส่งล่วงหน้าไปยัง ScaleFibre UK Ltd, 2 Frederick Street, Kings Cross, London WC1X 0ND, United Kingdom โดยในแต่ละกรณีให้ระบุว่าเรียน ฝ่ายกฎหมาย (Legal) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือที่อยู่อีเมลสำหรับการบอกกล่าวได้โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังอีกฝ่ายหนึ่งตามข้อนี้ ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นห้า (5) วันทำการนับแต่วันที่ได้รับ และการบอกกล่าวที่ส่งไปยังที่อยู่หรือที่อยู่อีเมลล่าสุดที่ได้แจ้งไว้ตามข้อนี้ ถือว่าเป็นการบอกกล่าวที่มีผลสมบูรณ์ การบอกกล่าวที่ส่งทางอีเมลถือว่าได้รับเมื่อสามารถเรียกดูได้ ณ ที่อยู่อีเมลนั้น หรือในวันทำการถัดไปหากเวลาดังกล่าวอยู่นอกเวลาทำการ การบอกกล่าวที่ส่งมอบด้วยมือถือว่าได้รับเมื่อส่งมอบ และการบอกกล่าวที่ส่งทางไปรษณีย์ชำระค่าส่งล่วงหน้าถือว่าได้รับในวันทำการที่ห้าหลังจากวันที่ส่ง ข้อนี้ไม่ใช้บังคับกับการส่งเอกสารใด ๆ ในกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการหรือของศาล

(c) **ความเป็นโมฆะบางส่วนและการตีความให้แคบลง** หากข้อกำหนดใดของสัญญาเป็นโมฆะ เป็นโมฆียะ หรือบังคับไม่ได้ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับใด ๆ ให้ตีความข้อกำหนดนั้นให้แคบลงเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สมบูรณ์และบังคับได้ หรือหากไม่อาจตีความให้แคบลงได้ ให้แยกข้อกำหนดนั้นออก ข้อกำหนดที่เหลือยังคงมีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ ในกรณีที่มีการตีความข้อกำหนดใดให้แคบลงหรือแยกออก คู่สัญญาจะเจรจาโดยสุจริตเพื่อกำหนดข้อกำหนดทดแทนที่บรรลุผลทางการค้าตามที่มุ่งหมายไว้ใกล้เคียงที่สุดภายในขอบเขตของกฎหมายที่ใช้บังคับ

(d) **การสละสิทธิ** การไม่ใช้สิทธิหรือความล่าช้าในการใช้สิทธิมิได้มีผลเป็นการสละสิทธิ และการใช้สิทธิเพียงครั้งเดียวหรือบางส่วนมิได้เป็นการตัดสิทธิในการใช้สิทธินั้นต่อไป การสละสิทธิย่อมมีผลก็ต่อเมื่อได้กระทำเป็นหนังสือ

(e) **การคงอยู่ของข้อสัญญา** ข้อ 1 ข้อ 2(e) ข้อ 2(f) ข้อ 2(g) ข้อ 2(j) ข้อ 2(k) ข้อ 3(d) ข้อ 3(f) ข้อ 3(g) ข้อ 4 ข้อ 5(a) ข้อ 5(b) ข้อ 5(c) ข้อ 5(d) ข้อ 5(e) ข้อ 5(f) ข้อ 5(g) ข้อ 6(a) ข้อ 6(b) ข้อ 6(c) ข้อ 6(d) ข้อ 6(e) ข้อ 6(f) ข้อ 6(g) ข้อ 7(b) ข้อ 7(c) ข้อ 7(d) ข้อ 7(e) ข้อ 7(f) ข้อ 7(g) ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 18 ข้อ 19 ข้อ 20 ข้อ 21 ข้อ 22(a) ข้อ 22(b) ข้อ 22(c) ข้อ 23(d) ข้อ 23(e) ข้อ 23(f) ข้อ 23(g) ข้อ 24(b) ข้อ 24(c) ข้อ 24(d) ข้อ 25 และข้อ 26 ยังคงมีผลอยู่ต่อไปภายหลังการเลิกสัญญาหรือการสิ้นสุดของสัญญา ข้อสัญญาที่คงอยู่ต่อไปย่อมคงอยู่เฉพาะในส่วนของสินค้าที่ได้จัดหาให้ คำสั่งซื้อที่ได้ตอบรับ และสิทธิที่เกิดขึ้นแล้วก่อนการเลิกสัญญาหรือการสิ้นสุดของสัญญาเท่านั้น และไม่เป็นการบังคับให้คู่สัญญาฝ่ายใดต้องตอบรับหรือสั่งซื้อเพิ่มเติมอีก

(f) **ไม่มีสิทธิของบุคคลภายนอก** เว้นแต่ที่กำหนดไว้ในข้อ 14(i) ข้อ 20(a) และข้อ 20(g) สัญญาไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่บุคคลใดนอกเหนือจากคู่สัญญา และ Contracts (Rights of Third Parties) Act 1999 ไม่ใช้บังคับกับสัญญา คู่สัญญาอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือบอกเลิกสัญญาหรือข้อกำหนดใด ๆ ของสัญญาได้ทุกเมื่อโดยความตกลงระหว่างกัน โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลภายนอกใด ๆ ไม่ว่าบุคคลภายนอกนั้นจะได้ยอมรับประโยชน์ตามข้อกำหนดนั้นแล้วหรือไม่ก็ตาม ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่กระทบต่อข้อ 16(a) หรือสิทธิใด ๆ ที่กฎเกณฑ์บังคับแห่งกฎหมายให้ไว้แก่บุคคลภายนอก

(g) **ความสัมพันธ์** ไม่มีข้อความใดในสัญญาที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ในลักษณะห้างหุ้นส่วน กิจการร่วมค้า ตัวแทน ตัวแทนจำหน่าย หรือการจ้างแรงงาน ผู้ซื้อไม่มีอำนาจผูกพันผู้จัดหาหรือแสดงข้อความใดในนามของผู้จัดหา ผู้ผลิตมิใช่ตัวแทน ผู้รับจ้างช่วง หรือผู้แทนของผู้จัดหา

(h) **คู่ฉบับและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์** สัญญาอาจลงนามเป็นคู่ฉบับและโดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ และคู่สัญญาฝ่ายใดจะไม่โต้แย้งความสมบูรณ์หรือการรับฟังได้ของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือของเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์โดยอาศัยเหตุแห่งรูปแบบเพียงลำพัง

(i) **การให้ความร่วมมือเพิ่มเติม** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะดำเนินการทุกประการที่จำเป็นตามสมควรเพื่อให้สัญญามีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์

(j) **ความรับผิดร่วมกันและแทนกัน** ในกรณีที่ผู้ซื้อประกอบด้วยบุคคลมากกว่าหนึ่งราย ให้แต่ละรายผูกพันร่วมกันและแทนกัน

(k) **ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหาย** ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายแต่ละข้อในสัญญาเป็นหน้าที่ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นอิสระจากหน้าที่อื่นของคู่สัญญา และคงอยู่ต่อไปภายหลังการเลิกสัญญา ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ไม่จำต้องก่อค่าใช้จ่ายหรือชำระเงินก่อนที่จะบังคับตามข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอก ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้จะแจ้งให้ฝ่ายที่ต้องชดใช้ทราบโดยพลันเมื่อทราบถึงข้อเรียกร้องนั้น และจะให้ความช่วยเหลือและการเข้าถึงเอกสารตามที่ฝ่ายที่ต้องชดใช้ต้องการตามสมควรโดยฝ่ายที่ต้องชดใช้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ยังคงเป็นผู้ดำเนินการต่อสู้คดีและประนีประนอมยอมความข้อเรียกร้องนั้น และอาจประนีประนอมยอมความได้โดยกระทำการอย่างสมเหตุสมผล โดยมีเงื่อนไขว่าได้ปรึกษาหารือกับฝ่ายที่ต้องชดใช้ก่อนดำเนินการดังกล่าว และในกรณีที่ฝ่ายที่ต้องชดใช้ได้ยอมรับความรับผิดภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายเป็นหนังสือแล้วและมิได้ผิดนัด ต้องได้รับความยินยอมจากฝ่ายนั้น ซึ่งต้องไม่ปฏิเสธหรือหน่วงเหนี่ยวโดยไม่มีเหตุอันสมควร การไม่ปฏิบัติตามข้อนี้จะลดความรับผิดของฝ่ายที่ต้องชดใช้ลงเพียงเท่าที่ฝ่ายนั้นได้รับความเสียหายจริงจากการไม่ปฏิบัติตามดังกล่าว และไม่กระทบต่อข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายในประการอื่น ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายในสัญญาได้แก่ ข้อสัญญาที่ผู้ซื้อให้ไว้ในข้อ 3(d) ข้อ 3(f) ข้อ 4(e) ข้อ 4(i) ข้อ 8(d) ข้อ 8(e) ข้อ 9(c) ข้อ 15(h) ข้อ 16(d) ข้อ 17(e) ข้อ 17(g) ข้อ 18(g) และข้อ 20(e) และข้อสัญญาที่ผู้จัดหาให้ไว้ในข้อ 16(c) ข้อ 17(e) และข้อ 18(g) ข้อสัญญาแต่ละข้อดังกล่าวถูกจำกัดโดยข้อ 14 เว้นแต่เท่าที่ข้อ 14 กำหนดไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น รายการนี้รวมไว้เพื่อความสะดวกเท่านั้น และไม่ก่อให้เกิด ขยาย หรือจำกัดข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ

(l) **ภาษา** สัญญาทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ บรรดาการบอกกล่าว เอกสาร และการติดต่อสื่อสารภายใต้สัญญาต้องทำเป็นภาษาอังกฤษ เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่นเป็นหนังสือ คำแปลใด ๆ ของข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อความสะดวกเท่านั้น และในกรณีที่มีความไม่สอดคล้องกัน ให้ข้อความภาษาอังกฤษมีผลเหนือกว่า เว้นแต่ในกรณีที่กฎเกณฑ์บังคับของกฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

(m) **บันทึกและการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายยินยอมให้ใช้อีเมลและวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นสำหรับการติดต่อสื่อสารทั้งปวงภายใต้สัญญา นอกเหนือจากการส่งเอกสารในกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการหรือของศาล บันทึกคำสั่งซื้อ อีเมลยืนยัน ใบแจ้งหนี้ และการส่งมอบของผู้จัดหา ให้ถือเป็นพยานหลักฐานแห่งข้อเท็จจริงที่บันทึกไว้ เว้นแต่จะมีข้อผิดพลาดที่ปรากฏชัดแจ้ง

---

## 26. กฎหมายที่ใช้บังคับ อนุญาโตตุลาการ และอายุความในการฟ้องคดี

(a) **กฎหมายที่ใช้บังคับ** สัญญา ตลอดจนหนี้ที่มิใช่หนี้ตามสัญญาใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา ให้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายของประเทศอังกฤษและเวลส์ โดยไม่รวมหลักการขัดกันแห่งกฎหมายของประเทศดังกล่าว การเลือกกฎหมายสำหรับหนี้ตามสัญญากระทำภายใต้ Article 3 ของ Rome I การเลือกกฎหมายสำหรับหนี้ที่มิใช่หนี้ตามสัญญากระทำภายใต้ Article 14 ของ Regulation (EC) No 864/2007 และมีผลเพียงเท่าที่ Article ดังกล่าวอนุญาต โดยคู่สัญญารับทราบว่า Article 14(1)(b) กำหนดให้ข้อตกลงที่ทำขึ้นก่อนเหตุการณ์อันก่อให้เกิดความเสียหายต้องเป็นข้อตกลงที่ได้เจรจากันอย่างอิสระ ในกรณีที่การเลือกดังกล่าวไม่มีผลสำหรับหนี้ที่มิใช่หนี้ตามสัญญา ให้กฎหมายที่ใช้บังคับกับหนี้นั้นกำหนดโดย Regulation ดังกล่าว ข้อนี้อยู่ภายใต้บังคับข้อ 12(b)

(b) **ผลของการเลือกกฎหมาย** คู่สัญญาเลือกใช้กฎหมายอังกฤษเนื่องจากผู้จัดหาจัดตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ ทำสัญญาตามข้อกำหนดมาตรฐานฉบับนี้กับผู้ซื้อในรัฐสมาชิกหลายรัฐ และต้องการกฎหมายที่ใช้บังคับเพียงระบบเดียวสำหรับเงื่อนไขการขายมาตรฐานของตน คู่สัญญารับทราบว่าการเลือกดังกล่าวมิได้แทนที่บทบัญญัติที่ระบุไว้ในข้อ 12(b) และว่าข้อ 12 ระบุผลของบทบัญญัติเหล่านั้นต่อสัญญา

(c) **อนุญาโตตุลาการ** ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา รวมถึงประเด็นใด ๆ เกี่ยวกับความมีอยู่ ความสมบูรณ์ หรือการเลิกสัญญา ให้เสนอและระงับเป็นที่สุดโดยอนุญาโตตุลาการภายใต้ Arbitration Rules ของ London Court of International Arbitration ซึ่งให้ถือว่าข้อบังคับดังกล่าวรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อนี้โดยการอ้างอิง จำนวนอนุญาโตตุลาการคือหนึ่งคน เว้นแต่จำนวนเงินที่พิพาทเกินกว่า **EUR 1,000,000** ซึ่งในกรณีนั้นจำนวนอนุญาโตตุลาการคือสามคน สถานที่ดำเนินการอนุญาโตตุลาการคือกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภาษาที่ใช้ในการอนุญาโตตุลาการคือภาษาอังกฤษ **กฎหมายที่ใช้บังคับกับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการนี้คือกฎหมายของประเทศอังกฤษและเวลส์** ไม่ว่ากฎหมายดังกล่าวจะเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับกับส่วนที่เหลือของสัญญาหรือไม่ก็ตาม คำชี้ขาดถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันคู่สัญญา และคู่สัญญาตกลงว่าคำชี้ขาดนั้นอาจได้รับการรับรองและบังคับในเขตอำนาจใด ๆ ที่มีการขอรับรองหรือขอบังคับ ภายใต้บังคับและตาม Convention on the Recognition and Enforcement of Foreign Arbitral Awards ที่ทำขึ้น ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 1958 และกฎหมายของเขตอำนาจนั้น

(d) **กระบวนพิจารณาต่อหน้าศาลภายในประเทศ** แม้จะมีข้อ 26(c) ก็ตาม (i) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำขอต่อศาลใดที่มีเขตอำนาจเพื่อขอวิธีการชั่วคราว มาตรการคุ้มครอง หรือมาตรการรักษาสภาพ รวมถึงคำสั่งให้เก็บรักษาพยานหลักฐานหรือห้ามการเคลื่อนย้าย การปกปิด การจำหน่ายจ่ายโอน หรือการเสื่อมสภาพของสินค้า และการยื่นคำขอมาตรการดังกล่าวมิได้ขัดกับ และมิได้เป็นการสละข้อตกลงอนุญาโตตุลาการตามข้อ 26(c) และ (ii) ผู้จัดหาอาจดำเนินคดีเพื่อเรียกเก็บจำนวนเงินที่ถึงกำหนดและต้องชำระซึ่งผู้ซื้อมิได้โต้แย้งโดยสุจริตตามข้อ 10(f) และดำเนินคดีเพื่ออ้าง คุ้มครอง หรือบังคับการสงวนกรรมสิทธิ์หรือหลักประกันอื่นของตนตามข้อ 3(f) หรือข้อ 4 หรือเพื่อนำสินค้ากลับคืน ในศาลของสถานที่ที่ผู้ซื้อจัดตั้งอยู่หรือที่สินค้าตั้งอยู่ และในศาลอื่นใดที่มีเขตอำนาจ ในกรณีที่ข้อเรียกร้องที่อยู่ใน (ii) ถูกโต้แย้งโดยอาศัยเหตุที่เกี่ยวกับเนื้อหาแห่งคดี คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเรียกให้วินิจฉัยข้อเรียกร้องนั้นตามข้อ 26(c) ได้ (ii) ให้สิทธิแก่ผู้จัดหาเท่านั้น เว้นแต่ที่กำหนดไว้ใน (i) และเว้นแต่ในกรณีที่ข้อ 2(e) ใช้บังคับ ผู้ซื้อไม่อาจเริ่มหรือดำเนินกระบวนพิจารณาในเนื้อหาแห่งคดีต่อหน้าศาลภายในประเทศใดได้ และข้อตกลงอนุญาโตตุลาการตามข้อ 26(c) มีผลเป็นการเฉพาะเมื่อใช้ยันผู้ซื้อ การเริ่มกระบวนพิจารณาภายใต้ (ii) มิได้เป็นการสละข้อตกลงอนุญาโตตุลาการสำหรับข้อพิพาทอื่นใด

(e) **การยกระดับข้อพิพาท** ก่อนการเริ่มกระบวนการอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต้องแจ้งข้อพิพาทเป็นหนังสือ และคู่สัญญาต้องจัดให้ผู้แทนระดับอาวุโสของแต่ละฝ่ายประชุมกัน ไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือผ่านการประชุมทางวิดีโอ ภายในสิบห้า (15) วันทำการนับแต่วันที่มีการแจ้งดังกล่าว เพื่อพยายามระงับข้อพิพาทโดยสุจริต ให้ระงับการนับระยะเวลาแต่ละระยะตามข้อ 26(h) ในส่วนของข้อพิพาทหนึ่ง นับแต่วันที่มีการแจ้งข้อพิพาทนั้นเป็นหนังสือ จนถึงสามสิบ (30) วันหลังจากที่การประชุมที่ข้อนี้กำหนดได้เกิดขึ้นแล้ว หรือหากมิได้มีการประชุม จนถึงสามสิบ (30) วันหลังจากที่ระยะเวลาสิบห้า (15) วันทำการได้สิ้นสุดลง ระยะเวลาหนึ่งอาจถูกระงับได้เพียงครั้งเดียวสำหรับข้อพิพาทหนึ่ง และการแจ้งข้อพิพาทเดียวกันเพิ่มเติม หรือข้อพิพาทที่เกิดจากข้อเท็จจริงที่เป็นอย่างเดียวกันโดยเนื้อหาสาระ ไม่มีผลเป็นการระงับการนับระยะเวลาใด ๆ การระงับระยะเวลาใด ๆ รวมกันภายใต้ข้อนี้ต้องไม่เกินเก้าสิบ (90) วัน ไม่ว่าจะเป็นการระงับสำหรับข้อพิพาทเดียวหรือมากกว่าหนึ่งข้อพิพาทก็ตาม หากการประชุมมิได้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาดังกล่าว คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเริ่มกระบวนการอนุญาโตตุลาการได้ ข้อนี้มิได้ห้ามคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการขอการเยียวยาตามข้อ 26(d) และการปฏิบัติตามข้อนี้มิใช่เงื่อนไขของเขตอำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการ

(f) **การยกเว้น CISG** **United Nations Convention on Contracts for the International Sale of Goods (เวียนนา ค.ศ. 1980) ไม่ใช้บังคับกับสัญญา** การยกเว้นนี้มุ่งหมายให้เป็นการยกเว้นโดยสมบูรณ์และให้มีผลไม่ว่า CISG จะใช้บังคับโดยประการอื่นด้วยผลของ Article 1(1)(a) หรือ Article 1(1)(b) ของ CISG ด้วยผลของกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญา ด้วยผลของบทบัญญัติใด ๆ ที่ใช้บังคับตามข้อ 12(b) หรือด้วยผลของการวินิจฉัยกฎหมายที่ใช้บังคับใด ๆ ที่คณะอนุญาโตตุลาการกระทำขึ้น Convention on the Limitation Period in the International Sale of Goods (นิวยอร์ก ค.ศ. 1974) และพิธีสารปี ค.ศ. 1980 ของอนุสัญญาดังกล่าว ก็ไม่ใช้บังคับกับสัญญาเช่นเดียวกัน

(g) **ไม่มีศาลผู้บริโภค** ข้อ 2(e) มีผลเหนือกว่าข้อ 26(c) และข้อ 26(d) ในพฤติการณ์ที่ข้อ 2(e) ใช้บังคับ

(h) **อายุความในการฟ้องคดี** ข้อเรียกร้องใด ๆ ของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา ไม่อาจเริ่มดำเนินการได้เมื่อพ้น **สาม (3) ปี** นับแต่วันที่มูลเหตุแห่งการฟ้องคดีเกิดขึ้น เว้นแต่ข้อเรียกร้องสำหรับการผิดการรับประกันของผู้จัดหาอาจเริ่มดำเนินการได้ภายในสาม (3) ปีนับแต่วันที่ระยะเวลารับประกันสิ้นสุดลง และข้อเรียกร้องตามข้อ 20(d) อาจเริ่มดำเนินการได้ภายในสาม (3) ปีนับแต่วันที่ผู้ซื้อแจ้งข้อกล่าวอ้างที่เกี่ยวข้องแก่ผู้จัดหา ข้อเรียกร้องภายใต้ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ ในสัญญาต้องเริ่มดำเนินการภายในสาม (3) ปีนับแต่วันที่ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ได้ปลดเปลื้องความรับผิดที่ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายนั้นเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ข้อนี้ไม่ใช้บังคับกับข้อเรียกร้องของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อเรียกเก็บจำนวนเงินใด ๆ ที่ค้างชำระแก่ตน หรือกับข้อเรียกร้องเพื่ออ้าง คุ้มครอง หรือบังคับการสงวนกรรมสิทธิ์หรือหลักประกันอื่นตามข้อ 3(f) หรือข้อ 4 ข้อนี้ไม่ใช้บังคับกับข้อเรียกร้องสำหรับการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บต่อร่างกาย ข้อเรียกร้องภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับความรับผิดใด ๆ ที่ข้อ 12(c) สงวนไว้ หรือข้อเรียกร้องใด ๆ ที่ไม่อาจตัดสิทธิได้โดยข้อตกลงโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือที่กฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้ย่นอายุความได้ และในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตให้ย่นอายุความได้แต่ไม่ถึงสาม (3) ปี ให้ใช้ระยะเวลาที่สั้นที่สุดที่กฎหมายนั้นอนุญาตให้ย่นได้แทน

(i) **ค่าใช้จ่าย** ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนพิจารณาใด ๆ ภายใต้ข้อ 26 นี้ คณะอนุญาโตตุลาการหรือศาลอาจสั่งให้คู่สัญญาฝ่ายที่ชนะคดีได้รับค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายอื่นอันสมควรของตน

(j) **การส่งหมาย** คู่สัญญาแต่ละฝ่ายอาจได้รับการส่งเอกสารใด ๆ ในกระบวนพิจารณาภายใต้ข้อ 26(d) ณ ที่อยู่สำหรับการบอกกล่าวตามข้อ 25(b) เพิ่มเติมจากวิธีการอื่นใดที่กฎหมายอนุญาต

---

หากท่านมีข้อสงสัย โปรดติดต่อเรา  
**ScaleFibre UK Ltd**, 2 Frederick Street, Kings Cross, London WC1X 0ND, United Kingdom  
หมายเลขทะเบียนบริษัท 16685020  
**การสอบถามด้านกฎหมาย** อีเมล: [legal@scalefibre.com](mailto:legal@scalefibre.com)  
โทรศัพท์: +44 20 8191 2194
